logo
search
flag-th
share-icon

สงครามที่เสี่ยงให้เกิดวิกฤตภูมิเศรษฐศาสตร์

สงครามในอิหร่านจะจบลงอย่างไร? อาจไม่ใช่คำถามที่เกี่ยวกับการใช้อาวุธโจมตีใส่กันนั้น แต่เป็นคำถามเกี่ยวกับผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของพลังงาน เงินเฟ้อ และตลาดการเงิน นับตั้งแต่สงครามในยูเครน เริ่มต้นขึ้นในปี 2022 เราได้เห็นการใช้พลังงานและการค้าเป็นอาวุธตอบโต้กันระหว่างคู่ขัดแย้ง และสามารถทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ กระทบไปถึงการเทขายพันธบัตรระยะสั้น ซึ่งในทางกลับกันก็สามารถเปลี่ยนแปลงทิศทางของเหตุการณ์ทางการเมืองได้

เมื่อไม่นานมานี้ มีความผันผวนในตลาดพันธบัตรจากเรื่องภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และการห้ามส่งออกแร่หายากของจีน ท่ามกลางการเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งผลักดันให้อัตราผลตอบแทนพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และส่งผลให้ตลาดหุ้นและเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง

สหรัฐฯ มีเหตุผลที่ต้องการให้ความขัดแย้งจากการสู้รบกับอิหร่านยุติลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะส่งผลเสียต่อพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางเทอมช่วงเดือนพฤศจิกายน แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลอิหร่านก็อาจได้ประโยชน์อย่างมาก จากสถานการณ์ที่ยืดเยื้อ ความขัดแย้งจากการโจมตีด้วยโดรนใส่ประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย จะยิ่งทำให้ตลาดพลังงานปั่นป่วนและผลักดันอัตราเงินเฟ้อให้สูงขึ้นทั่วโลก ดังที่นักวิเคราะห์ระบุว่า อิหร่านไม่จำเป็นต้องเอาชนะกองทัพสหรัฐฯ เพียงแค่เอาชนะตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ก็พอ เพราะว่าการตกต่ำอย่างรุนแรงของตลาดพันธบัตร จะบีบให้สหรัฐฯ ต้องถอยทัพกลับ

Pic1

แน่นอนว่าในช่วงสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ใช่ทุกอย่างที่จะอยู่ในการควบคุมของสหรัฐฯ จะเห็นได้ว่า ราคาน้ำมันในสหรัฐฯ สูงขึ้น และผลตอบแทนพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐฯ อายุ 10 ปี กลับมาสูงกว่า 4% ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังจะทำให้ตลาดมองว่าพันธบัตรกระทรวงการคลังเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงต้องผิดหวัง และหลายคนที่คาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยอาจจะไม่ลดลง แต่ดอลลาร์ยังคงแข็งค่า เนื่องจากวิกฤตน้ำมันส่งผลกระทบต่อยุโรปและผู้นำเข้าในตลาดเกิดใหม่มากกว่าในระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม สงครามในยูเครนได้แสดงให้เห็นแล้วว่า เงินเฟ้อไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว มันเริ่มจากเรื่องพลังงาน ตามมาด้วยเรื่องอาหาร และสินค้าอื่นๆ ที่มีปิโตรเลียมเป็นส่วนประกอบหลัก

จะเห็นว่าเงินเฟ้อที่มีต้นทุนจากสงครามกำลังส่งผลกระทบต่อต้นน้ำผ่านทางวัสดุและโลจิสติกส์ รวมถึงระยะเวลาการขนส่งที่ยาวนานขึ้น สร้างแรงกดดันต่อกระแสเงินสดกับธุรกิจบางประเภท โดยธุรกิจที่เสี่ยงที่สุด ได้แก่ ปิโตรเคมี พลาสติก และอะลูมิเนียม

ในขณะเดียวกัน จีนซึ่งเป็นผู้ซื้อน้ำมันจากอิหร่านรายใหญ่ที่สุด อาจใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์เศรษฐกิจของตน จากการที่จีนได้ซื้อท่าเรือไว้ทั่วโลก และ "ควบคุมเรือสินค้าส่วนใหญ่บนโลก" หากเป็นเช่นนั้น ต้นทุนการขนส่งและอัตราเงินเฟ้อของสินค้าในหลาย ๆ ด้านอาจพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก

Pic2

นอกจากนี้ยังมีจุดอ่อนที่แฝงอยู่ในตลาดพันธบัตรโลก ดังรายงานเรื่องหนี้สาธารณะของ OECD ปี 2026 ที่เผยแพร่ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า สินทรัพย์ระยะสั้น เช่น ตั๋วเงินคลัง ได้กลายเป็น แหล่งเงินทุนที่สำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ แซงหน้าพันธบัตรอัตราดอกเบี้ยคงที่ และปัจจุบันคิดเป็น 15% ของหนี้ทั้งหมด

ในขณะเดียวกัน นักลงทุนระยะสั้นที่อ่อนไหวต่อราคา โดยเฉพาะกองทุนเฮดจ์ฟันด์ ได้ถือครองพันธบัตรรัฐบาลและพันธบัตรเอกชนมากกว่าในอดีตมีแนวโน้มที่จะขายออกเมื่อเศรษฐกิจตกต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่โปร่งใสของบริษัทเอกชน ทำให้ตลาดมีความเปราะบางเป็นพิเศษ ดังนั้นกองทุนเฮดจ์ฟันด์มักจะขายสินทรัพย์ในช่วงเวลาที่ต้องการสภาพคล่องมากที่สุด

แม้ว่าภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบันจะซับซ้อนเพียงใด แต่ภูมิเศรษฐศาสตร์นั้นซับซ้อนยิ่งกว่า กล่าวคือ การที่สหรัฐฯ ยึดครองน้ำมันจากเวเนซุเอลาและอิหร่านนั้นย่อมส่งผลเสียต่อจีนอย่างเห็นได้ชัด แน่นอนว่าเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนสงครามที่ทรัมป์คำนวณไว้ แต่หากผลกระทบในระยะยาวเป็นตัวผลักดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตร อัตราเงินเฟ้อ และการขาดดุลของสหรัฐฯ ท้ายที่สุดจะกระตุ้นให้เกิดการเทขายพันธบัตรสหรัฐฯ ครั้งใหญ่ เศรษฐกิจสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลกจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก

ที่มาของข้อมูล : https://www.ft.com/content/d2b243b8-0a36-4f48-b431-53101bea9699

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์