
ช่วงปลายเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา แพนด้าที่ชื่อ เสี่ยว เสี่ยว (Xiao Xiao) และเหลย เหล่ย (Lei Lei) ได้ถูกส่งกลับไปยังประเทศจีนในวันที่ 27 ม.ค. ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างญี่ปุ่นและจีน และญี่ปุ่นน่าจะยังไม่มีแพนด้าตัวใหม่มาแทนในเร็ว ๆ นี้
การจากไปของแพนด้าทั้ง 2 ตัวนี้ ทำให้ญี่ปุ่นไม่มีแพนด้าเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1972 ซึ่งเป็นปีที่จีนมอบแพนด้า 2 ตัว นั่นคือ คัง คัง และ หลาน หลาน ให้แก่ญี่ปุ่นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ จีนเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องการส่งแพนด้าไปยังประเทศอื่น ๆ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งไมตรีจิต หรือที่เรียกว่า การทูตแพนด้า (Panda Diplomacy)
แต่ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและญี่ปุ่นเสื่อมถอยลงอย่างมากในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่นกล่าวในเดือนพฤศจิกายน ว่าการโจมตีไต้หวันของจีน ซึ่งไต้หวันเป็นประชาธิปไตยปกครองตนเองที่จีนอ้างว่าเป็นของตนเอง อาจนำไปสู่การตอบโต้ทางทหารจากญี่ปุ่น
คำกล่าวนี้ สร้างความไม่พอใจให้กับปักกิ่งอย่างมากเป็นภาพสะท้อนของความสัมพันธ์ที่เย็นชาลงระหว่างสองประเทศ ซึ่งในอดีตก็มักมีความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกันมาโดยตลอด
ขณะเดียวกัน การเลือกตั้งทั่วไปที่ญี่ปุ่นล่าสุด นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่นได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย โดยพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ของเธอได้รับเสียงข้างมากถึง 2 ใน 3 ของสภาผู้แทนราษฎร ที่น่าจับตา คือ ชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งครั้งนี้ ทำให้ ทาคาอิจิ ได้รับอำนาจในการผลักดันนโยบายต่างประเทศและความมั่นคง ซึ่งจะสร้างความพอใจให้กับพันธมิตรที่มีมายาวนานอย่างสหรัฐฯ แต่จะสร้างความไม่พอใจให้กับคู่แข่งในภูมิภาคนั่น คือ ประเทศจีน
จีนมองว่าเกาะไต้หวันที่ปกครองตนเองและเป็นประชาธิปไตยเป็นดินแดนของตน และยืนยันว่าจะนำเกาะนี้มาอยู่ภายใต้การควบคุมของปักกิ่งแม้จะต้องใช้กำลังหากจำเป็น
ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับญี่ปุ่นที่ตกต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ ท่าทีการเคลื่อนไหวของจีนและญี่ปุ่นต่อจากนี้ จะเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญที่น่าจับตามอง นอกจากกรณีคำกล่าวของ ทาคาอิจิ เรื่องไต้หวันแล้ว หากนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นตัดสินใจไปเคารพ ศาลเจ้ายาสุกุนิ (Yasukuni Shrine) ซึ่งเป็นสถานที่สถิตดวงวิญญาณของทหารญี่ปุ่นในสงคราม รวมถึงอาชญากรสงครามร้ายแรง จะเป็นประเด็นที่สร้างความไม่พอใจเพิ่มขึ้นกับจีน รวมถึงการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมอีกครั้ง และการแก้ไขรัฐธรรมนูญหลังสงคราม จีนก็จะตอบสนองในทางที่ไม่ดีได้
ก่อนหน้านี้เราได้เห็นจีนตอบโต้ด้วยการห้ามพลเมืองของตนเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น และจำกัดการส่งออกแร่หายากสำคัญไปญี่ปุ่นอย่างเข้มงวด ในอดีตจีนเคยสั่งห้ามการนำเข้าผลิตภัณฑ์ทางทะเลจากญี่ปุ่น ซึ่งจีนอาจนำกลับมาใช้อีกครั้ง
ในอีกด้านความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะดีขึ้นหลังจากตกลงกันได้ในเรื่องภาษีนำเข้า และเรื่องการป้องกันประเทศ ด้วยการเพิ่มงบประมาณสำหรับกองกำลังป้องกันตนเอง แม้ว่าภาษี 15% ที่เรียกเก็บจากสินค้าส่งออกของญี่ปุ่น จะสร้างปัญหาให้กับบริษัทญี่ปุ่นและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศก็ตาม
ดังนั้น ญี่ปุ่นภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ จะถูกรัฐบาลจีนจับตาท่าทีอย่างมากในฐานะพันธมิตรกับสหรัฐฯ ที่อาจมีเรื่องกระทบความสัมพันธ์กับจีนโดยเฉพาะกรณีใต้หวัน
การเยือนสหรัฐฯ ของทาคาอิจิ ในเดือนมีนาคมปีนี้ เพื่อพบกับ โดนัลด์ ทรัมป์ และการพบกันระหว่าง สี จิ้นผิง และ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ปักกิ่งในเดือนเมษายนปีนี้ จะบ่งบอกทิศทางของชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่ทั้ง 3 บนสถานกาณ์การแบ่งขั้วอำนาจทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลก
ขอบคุณที่มา : https://www.japantimes.co.jp/news/2026/02/10/japan/politics/china-japan-relations-election/
https://www.dw.com/en/japan-returns-last-2-pandas-to-china-amid-strained-ties/a-75647554#main-content
©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์