
|
News Flash q ราคาน้ำมันลงแรงหลังUS-อิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพ เมื่อคืนนี้ มีรายงานว่าสหรัฐอเมริกา (US) และอิหร่านสามารถที่จะบรรลุข้อตกลงสันติภาพได้แล้วและจะมีการเซ็นต์สัญญาอย่างเป็นทางการในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันศุกร์ที่ 19 มิ.ย.2026 ทั้งนี้ ทาง Bloomberg รายงานว่ายังไม่มีการเปิดเผยข้อความใดๆจากทั้งสองฝ่าย ขณะที่ Reuters รายงานว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยว่า ร่างสุดท้ายของบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ US ครอบคลุมประเด็นต่างๆ มากมาย ตั้งแต่งานด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน ไปจนถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) อีกครั้ง และการยกเว้นมาตรการคว่ำบาตร (sanction) น้ำมันของ US โดยจะมีการหารือข้อตกลงขั้นสุดท้ายภายใน 60 วันหลังจากที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน q Hormuz จะกลับมาเปิดอีกครั้ง ถ้าอิงตาม Reuters เงื่อนไขหลักๆใน MOU รวมถึง อิหร่านจะเปิด Strait of Hormuz ให้เรือพาณิชย์ทุกประเภทผ่านได้ทันที ในขณะที่ US จะยกเลิกการปิดล้อม(blockage) ทางทะเลต่อท่าเรือของอิหร่าน โดยการยกเลิก blockage ของ US จะเริ่มขึ้นทันทีหลังจากลงนามใน MOU และจะแล้วเสร็จภายใน 30 วัน q ยกเลิก sanctions บนอิหร่าน สำหรับเงื่อนไขอื่นๆ รวมถึง การที่ US ตกลงที่จะไม่ใช้ sanction ใหม่ใดๆ ต่ออิหร่านจนกว่าจะบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย US จะยกเลิก sanction น้ำมันต่ออิหร่านเป็นระยะเวลาที่กำหนด ทำให้อิหร่านสามารถขายน้ำมันและรับรายได้ได้ หลังจากการบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย sanction ทั้งหมดของ US และสหประชาชาติ (UN) ที่มีต่ออิหร่านจะถูกยกเลิกตามกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้ q แผนฟื้นฟูอิหร่านและโครงการนิวเคลียร์จะตกลงภายใน 60 วัน นอกจากเรื่องที่กล่าวข้างต้น เงื่อนไขของ MOU จะระบุถึงประเด็นสำหรับการเจรจาภายใน 60 วันนับจากวันที่มีการเซ็นต์ MOU เช่น การจัดทำแผนฟื้นฟูและพัฒนาอิหร่านโดย US และพันธมิตรในภูมิภาค, โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน, กิจกรรมการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม และกลไกในการจัดการคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่าน (ที่มา: Reuters, Bloomberg) Implication q เรายังคงคาดราคาน้ำมันจะกลับสู่ระดับปกติมากขึ้นใน 2H26E เราเชื่อว่าราคาน้ำมันจะเริ่มกลับสู่ระดับปกติมากขึ้นหลังมีความก้าวหน้าในการเจรจาเพื่อยุติสงครามซึ่งเป็นไปตามมุมมองของเราก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดี เรายังคงคาดว่าราคาน้ำมันจะยังผันผวนอยู่ในระดับสูงต่อไปในระยะสั้นจากความไม่แน่นอนของการเจรจาเงื่อนไข โดยเรายังคงสมมติฐานราคาน้ำมันดูไบเฉลี่ยปีนี้ที่ USD85.0/bbl ทั้งนี้ ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ Brent เช้านี้ ปรับตัวลดลง 4%-5% ในช่วง USD83.0/bbl-USD84.0/bbl q คาด SET วันนี้มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ เราคาดว่า SET วันนี้มีแนวโน้มที่ปรับตัวขึ้นต่อหลังปิดบวก 1.3% เป็น 1,592.4 จุดในวันที่ 12 มิ.ย.2026 จากความคาดหวังการเจรจาสันติภาพระหว่าง US และอิหร่าน ขณะที่ เช้านี้ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นในช่วง 4%-5% ทำให้เราคาดว่าวันนี้ SET มีโอกาสปรับตัวขึ้นตาม q มองบวกต่อ sector และหุ้นพื้นฐานดีที่ปรับตัวลงมาแรงจากข่าวสงคราม โดยเราเลือกหุ้น 5 ตัวที่ลงมาเยอะและคาดว่าจะ rebound ได้ดี คือ CENTEL (ซื้อ/เป้า 37.00 บาท), OSP (ซื้อ/เป้า 19.00 บาท), MINT (ซื้อ/เป้า 26.00 บาท), SJWD (ซื้อ/เป้า 10.50 บาท), และ AAV (ถือ/เป้า 1.12 บาท) (+) กลุ่มท่องเที่ยว (Neutral): หนุนให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวให้เพิ่มขึ้นได้ โดยหุ้นที่ได้รับประโยชน์ ได้แก่ CENTEL (ซื้อ/เป้า 37.00 บาท), ERW (ซื้อ/เป้า 3.20 บาท), MINT (ซื้อ/เป้า 26.00 บาท), SHR (ถือ/เป้า 1.80 บาท) (+) Aviation (Neutral): ได้ sentiment เชิงบวกจากปัจจัยกดดันด้านต้นทุนน้ำมันที่ลดลง และช่วยหนุนการเดินทางท่องเที่ยว หุ้นที่ได้ประโยชน์ ได้แก่ AOT (ซื้อ/เป้า 60.00 บาท), SAV (ซื้อ/เป้า 14.50 บาท) และ AAV (ถือ/เป้า 1.12 บาท) (+) กลุ่มค้าปลีก (Overweight): ต้นทุนน้ำมันลดช่วยลดเเรงกดดันค่าขนส่ง และหนุนกำลังซื้อผู้บริโภคในระยะสั้น ส่งผลบวกต่อ traffic และ SSSG โดยหุ้นที่คาดได้อานิสงส์ ได้เเก่ BJC (ซื้อ/เป้า 17.00 บาท), CPAXT (ซื้อ/เป้า 19.00 บาท), CPALL (ซื้อ/เป้า 63.00 บาท) (+) กลุ่ม Beverage (Neutral): รับอานิสงส์เชิงบวกจากต้นทุนพลังงาน 2-4% of COGS และ raw & packaging materials ปรับตัวลดลง โดยหุ้นที่ได้อานิสงส์ได้แก่ OSP (ซื้อ/เป้า 19.00 บาท), CBG (ถือ/เป้า 40.00 บาท), SAPPE (ถือ/เป้า 30.00 บาท) (+) กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (Neutral): เนื่องจากมีต้นทุนน้ำมันคิดเป็นราว 1-2% รวมถึงราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงอาจส่งผลให้ต้นทุนวัสดุอื่นๆ ลดลงด้วย โดยหุ้นที่คาดได้อานิสงส์ ได้แก่ CK (ซื้อ/เป้า 23.00 บาท), STECON (ถือ/เป้า 13.50 บาท) (+) กลุ่มค้าปลีกน้ำมัน (Neutral): ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงทำให้ต้นทุนน้ำมันต่ำลงมีโอกาสลดแรงกดดันต่อสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าการตลาด OR (ซื้อ/เป้า 15.00 บาท) และ PTG (ถือ/เป้า 8.00 บาท) (+) Agri & Food (Non-rated): ได้อานิสงส์จากต้นทุนโดยรวมลดลง เช่น ต้นทุนขนส่ง รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมัน โดยหุ้นที่คาดได้อานิสงส์ได้แก่ ITC (ซื้อ/เป้า 20.00 บาท), TU (ซื้อ/เป้า 12.80 บาท), AAI (ถือ/เป้า 4.00 บาท) (+) GPSC (ซื้อ/เป้า 44.50) รายได้ gas-linked คิดเป็น 70% สามารถ pass through ค่าก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นได้ ขณะที่ค่า ft ปรับตัวขึ้นจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เเละปัจจุบันเทรดอยู่ใน valuation ที่น่าสนใจ q มองเป็นลบต่อกลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น คาดราคาน้ำมันที่ลดลงจะส่งผลลบต่อหุ้นน้ำมัน (โดยเฉพาะพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น) (-) กลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น: เราเชื่อว่า PTTEP จะได้รับผลกระทบจากราคาขายน้ำมันเฉลี่ย (liquid ASP) ที่ปรับตัวลดลงแรง ในขณะที่ โรงกลั่นน่าอาจจะเห็นขาดทุนจากสต๊อก (stock loss) ที่เป็นไปได้ที่ ทั้งนี้ เราแนะนำ PTTEP (ซื้อ/เป้า 180.00 บาท), TOP (ซื้อ/เป้า 55.00 บาท), SPRC (ซื้อ/เป้า 8.50 บาท) และ BCP (ซื้อ/เป้า 40.00 บาท) |
กลับสู่ด้านบน
©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์