logo
search
flag-th
share-icon

BANK (OVERWEIGHT)

News Flash
  • คลัง-ธปท.-สมาคม ธ.ไทย เปิดตัวโครงการ "ปิดหนี้ไว ไปต่อได้" เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย วานนี้กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย เปิดตัวโครงการแก้หนี้รายย่อยที่เป็น NPL ต่ำกว่า 100,000 บาท ผ่านโครงการ "ปิดหนี้ไว ไปต่อได้" เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยกว่า 3.4 ล้านราย หรือ 4.7 ล้านบัญชี ซึ่งรวมแล้วคิดเป็นกว่า 60% ของจำนวนลูกหนี้เสียทั้งหมดในระบบ โดยคิดเป็นยอดเงินทั้งหมดกว่า 1.2 แสนล้านบาท โดยแหล่งเงินทุนมาจากเงินที่เหลือจากโครงการ "คุณสู้ เราช่วย" ซึ่งมีเงินเหลืออยู่ราว 20,000 ล้านบาท ซึ่งในโครงการนี้ SAM จะถูกปรับบทบาทให้กลายเป็น Social AMC มาสู่บริษัทบริหารสินทรัพย์เพื่อสังคม ที่ไม่ได้มุ่งหวังกำไรอีกต่อไป แต่มีเป้าหมายเพื่อ "ช่วยคน" เป็นหลัก สำหรับเงื่อนไข ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญคือ 1. ยกดอกเบี้ยทั้งหมด ทั้งดอกเบี้ยปกติและดอกเบี้ยผิดนัดชำระที่ค้างอยู่ทั้งหมดจะถูกยกเลิกทันที 2. ยกค่าธรรมเนียมทั้งหมด ค่าธรรมเนียมทุกรูปแบบที่ค้างอยู่จะถูกล้างออกหมด 3. ลดเงินต้นในสัดส่วนสูง เพื่อให้ลูกหนี้มีภาระชำระที่เบาลงมากพอจะกลับมาชำระได้จริง ซึ่งหลังจากปรับโครงสร้างหนี้แล้ว ลูกหนี้จะสามารถเลือกได้ 2 แนวทาง คือ 1. ชำระหนี้ครั้งเดียว หากลูกหนี้สามารถชำระหนี้ทั้งหมดได้ทันที จะถือว่า "ปิดบัญชีสมบูรณ์" และจะได้รับการปรับสถานะเครดิตบูโรกลับมาเป็น รหัส 11 หรือ "ลูกหนี้ปกติ" ทันที และ 2. หากผ่อนชำระได้สูงสุด 3 ปี โดยไม่คิดดอกเบี้ย ลูกหนี้สามารถทยอยชำระหนี้ได้ภายในระยะเวลา 3 ปี ซึ่งระหว่างนั้นจะไม่คิดดอกเบี้ยเลย เมื่อชำระครบตามกำหนด จะได้รับการปรับรหัสเครดิตกลับเป็นลูกหนี้ปกติ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ม.ค. 26 (ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ)
Implication
  • เรามีมุมมองเป็นกลางต่อประเด็นดังกล่าว โดยรายละเอียดล่าสุดถือว่าเป็นการโอนหนี้ทั้งหมดจากกลุ่มธนาคารและบริษัทลูกที่เป็น Non-bank ของธนาคารทั้งหมดไปที่ SAM และ SAM จะนำลูกหนี้ทั้งหมดไปจัดการบริหารเอง ขณะที่เรายังไม่ทราบราคาขายหนี้เสียของกลุ่มรายย่อยที่เป็นสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน ซึ่งหากอ้างอิงจากข่าวเดิมจะอยู่ที่ 5% ของมูลหนี้ แต่อย่างไรก็ดี ในระยะยาวเราคาดว่าจะช่วยเร่งให้ NPL ในส่วนของสินเชื่อรายย่อยลดลงได้ในอนาคต โดยรอบแรกจะรับซื้อหนี้ที่ 43,600 ล้านบาท (จากทั้งหมดที่ 122,000 ล้านบาท) ของกลุ่มธนาคารและบริษัทลูกที่เป็น Non-bank ของธนาคาร ส่วนกลุ่ม Non-banks จะเป็นรอบถัดไป โดยจะใช้วงเงินที่ซื้อหนี้จะมาจากเงินที่เหลือจากโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ที่ 20,000 ล้านบาท โดยจะเริ่มวันที่ 1 ม.ค. 26 ให้กลุ่มธนาคารโอนกรรมสิทธิ์หนี้ไปยัง SAM และวันที่ 5 ม.ค. 26 ลูกหนี้ติดต่อหาสถาบันการเงินหรือ SAM และตั้งแต่ ก.พ. 26 SAM จะติดต่อลูกหนี้กลับไป ขณะที่ลูกหนี้ต้องเป็น NPL ณ 30 ก.ย. 25 ด้านข้อดีของประเด็นนี้คือ ลูกหนี้ที่โอนเข้ามาใน AMC จะได้รับรหัสพิเศษ (รหัส 11) ในเครดิตบูโร ซึ่งหากจ่ายปิดหนี้ได้ทั้งก้อนจะทำให้หลุดออกจากเครดิตบูโรทันที และหากเข้ามาตรการผ่อน 3 ปี ก็จะไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย โดยเมื่อครบ 3 ปีก็จะสามารถออกจากเครดิตบูโรเพื่อขอสินเชื่อใหม่ได้ แต่อย่างไรก็ดี เรายังคงต้องรอรายละเอียดจาก ธปท. ในเรื่องของเงื่อนไขการร่วมทุน, สัดส่วนการถือหุ้นและสิทธิ-หน้าที่ของ AMC อีกที ทั้งนี้ธนาคารขนาดใหญ่ที่มีสัดส่วนสินเชื่อรายย่อยที่ไม่มีหลักประกันเรียงจากมาก-น้อยคือ KTB (27% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อข้าราชการ), TTB (7%), BAY (6%), KBANK (6%), SCB (5% รวมกลุ่มบริษัทย่อย)
ยังคงน้ำหนักเป็น “มากกว่าตลาด” เลือก KTB, SCB เป็น Top pick เราให้น้ำหนักการลงทุนของกลุ่มธนาคารเป็น “มากกว่าตลาด” เพราะ valuation ยังถูก โดยเทรดที่ระดับเพียง 0.73x PBV (-1.00SD below 10-yr average PBV) และระดับ Dividend yield ของกลุ่มที่อยู่สูงถึง 7% จากค่าเฉลี่ยของตลาดหุ้นที่ 3% โดยเรายังคงเลือก KTB (ซื้อ/เป้า 30.00 บาท), SCB (ซื้อ/เป้า 150.00 บาท) เป็น Top pick

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์