News Flash
- ธปท. เตรียมออกมาตรการปลุกสินเชื่อ SME มี “SME Portal-ค้ำประกัน-Data Bureau” ดันทุนเข้าถึงกลุ่มศักยภาพ ธปท. เตรียมเดินหน้า 3 กลไก ปลดล็อกสินเชื่อ SME ซึ่งจะเริ่มออกได้ตั้งแต่เดือน ธ.ค. 26 ถึงปี 27 ได้แก่
1. Credit Portal แพลตฟอร์มกลางที่จะเปิดตัวใน เดือน ธ.ค. เพื่อแก้ปัญหาการหาลูกค้าที่มีศักยภาพไม่เจอและลดต้นทุนในการค้นหา
2. กลไกการค้ำประกันสินเชื่อรูปแบบใหม่ โดยใช้เงินจากกองทุนฟื้นฟูฯ (FIDF) มาตั้งเป็นกองทุนค้ำประกันขนานไปกับ บสย. ซึ่งตั้งเป้าช่วยปล่อยสินเชื่อให้ได้ 100,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อลดความเสี่ยง NPL และจูงใจให้ธนาคารกล้าปล่อยกู้มากขึ้น โดยคาดว่ากลไกดังกล่าวจะสามารถช่วยให้เกิดสินเชื่อใหม่ได้ประมาณ 100,000 ล้านบาทต่อปี และหากรวมกับกลไกของ บสย.อีก 100,000 ล้านบาท จะส่งผลให้เกิดการปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ถึง 200,000 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ ธปท. ตั้งเป้าเสนอรายละเอียดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาภายใน 3-4 เดือน และคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในปี 27
3. การใช้ Alternative Data เช่นข้อมูล ทางเลือก เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ และ e-Statement มาใช้ในการวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้ เพื่อช่วยกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าและ SMEs รายย่อยที่ไม่มีรายได้ประจำให้เข้าถึงระบบสินเชื่อได้ตามพฤติกรรมการจ่ายเงินจริง (ที่มา: สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย, กรุงเทพธุรกิจ)
Implication
- เรามองเป็นกลางต่อกลุ่มธนาคาร โดยโครงการช่วยเหลือ SME ทั้ง 3 มาตรการเป็นโครงการที่ช่วยเหลือ SME อย่างต่อเนื่องจากโครงการ SME Credit Boost ที่เคยออกมาแล้วตั้งแต่ปลายปี 25 (โดยให้กับผู้ประกอบการ SME วงเงินไม่เกิน 100 ล้านบาท และรายใหญ่ไม่เกิน 150 ล้านบาท ขณะที่มีการค้ำประกันที่ 15-30% ขึ้นอยู่กับประเภทสินเชื่อ) ซึ่ง 2Q26 โครงการ SME Credit Boost มีการปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการ SME ไปแล้วราว 60,000 ล้านบาท (คิดเป็น 70% จากวงเงินทั้งหมด) โดยโครงการใหม่รอบนี้จะใช้งบประมาณจาก FIDF เช่นกัน (โครงการ SME Credit Boost ใช้เงินจาก FIDF ที่ 20,000 ล้านบาท) แต่รอบใหม่ยังไม่ทราบว่าจะใช้เท่าไร (แต่ละปีธนาคารจะนำส่งอยู่ที่ 80,000 ล้านบาท) ทั้งนี้จากโครงการช่วยเหลือในข้อที่ 2 ที่จะมีกลไกค้ำประกันสินเชื่อรูปแบบใหม่ซึ่งจะช่วยให้เกิดสินเชื่อใหม่ได้ถึง 100,000 ล้านบาทต่อปี และเมื่อรวมกับ บสย.อีก 100,000 ล้านบาท จะส่งผลให้เกิดการปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ถึง 200,000 ล้านบาทต่อปี (ทั้งนี้เราคาดว่าทุกๆสินเชื่อใหม่ที่เพิ่มขึ้น 100,000 ล้านบาท จะทำให้สินเชื่อรวมทั้งระบบเพิ่มขึ้นราว 1% ซึ่งถือว่าไม่เยอะมาก) ทำให้เราคาดว่า มาตรการรอบใหม่นี้จะช่วยให้ธนาคารมีความกล้าในการปล่อยสินเชื่อ SME เพิ่มขึ้นได้บ้าง และแนวโน้ม NPL ของ SME จะลดลงได้ โดยเราเรียงลำดับธนาคารที่มีสัดส่วนสินเชื่อ SME จากมากไปน้อยคือ KBANK (24%), SCB (15%), BBL (15%), KTB (10%), TTB (7%)
เรายังคงน้ำหนักการลงทุนของกลุ่มธนาคารเป็น “มากกว่าตลาด” เพราะแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลงได้จบรอบไปแล้ว ประกอบกับมีอัตราเงินปันผลเฉลี่ยของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ราว 6% สูงกว่าอัตราปันผลเฉลี่ยของตลาดหุ้นที่ 3% รวมถึง valuation ยังไม่แพง โดยซื้อขายที่ระดับเพียง 0.98x PBV (-0.25SD below 10-yr average PBV) โดยเราเลือก KTB (ซื้อ/เป้า 50.00 บาท) และ KBANK (ซื้อ/เป้า 270.00 บาท) เป็น Top pick และคาด KBANK จะได้รับ sentiment บวกจากประเด็นข่าวนี้มากที่สุด