logo
search
flag-th
share-icon

SCC (ปรับลงเป็น ถือ/เป้า 250.00 บาท)

News Flash
SCC รายงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ว่า แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมา SCC ได้ดำเนินมาตรการต่างๆที่เหมาะสมในเชิงพาณิชย์เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึง การจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งอื่นนอกช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งมีต้นทุนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อรักษาเสถียรภาพในการดำเนินงานและลดผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียให้น้อยที่สุด แต่จากสถานการณ์ที่ยังคงยืดเยื้อและมีความไม่แน่นอนสูง โดยยังไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนว่าจะคลี่คลายได้ในระยะเวลาอันใกล้  บริษัทจึงมีความจำเป็นต้องหยุดเดินโรงงาน Long Son Petrochemicals Co.,Ltd. (LSP) เป็นการชั่วคราวในช่วงกลางเดือน พ.ค.2026 ทั้งนี้ ในการหยุดโรงงาน LSP ดังกล่าวมีผลกระทบต่อต้นทุนโดยประมาณ 250 ล้านบาทต่อเดือน (ที่มา: SET)
 
Implication
     เรากลับมามองเชิงลบอีกครั้งต่อแนวโน้มปริมาณขายรวม เรามีมุมมองเชิงลบมากขึ้นจากข่าวนี้ต่อภาพรวมธุรกิจของ SCC ซึ่งเราเชื่อว่าจะเห็นปริมาณขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีรวมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญใน 1H26E จากการหยุดดำเนินงานของทั้ง LSP และบริษัท ระยองโอเลฟินส์ จำกัด (ROC) โดย LSP และ ROC มีกำลังการผลิต (nameplate capacity) รวมของเอทิลีน (ethylene), โพรพิลีน (propylene), HDPE, และ PP คิดเป็น 60%/50%/34%/32% ของ capacity โดยรวม
     ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้ม olefins spread เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ (olefins spread) ซึ่งได้ปัจจัยหนุนจากภาวะอุปทานขัดข้อง (supply shortage) จากผลกระทบของสงครามระหว่างอิสราเอล/สหรัฐอเมริกา (US)-อิหร่าน โดย HDPE spread เฉลี่ย QTD อยู่ที่ USD535/ton เทียบกับ USD324/t ใน 1Q26 ขณะที่ PP spread เฉลี่ยอยู่ที่ USD491/t เทียบกับ USD330/t ใน 1Q26
     Downside risk ที่เป็นไปได้ต่อประมาณการกำไรสุทธิปี 2026E เราเห็นถึงความเสี่ยงขาลง (downside) ที่เป็นไปได้ต่อประมาณการกำไรสุทธิปี 2026E ของเราที่ 1.66 หมื่นล้านบาท (+18% YoY) จากแนวโน้มปริมาณขายรวมผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่อาจน้อยกว่าที่เราคาดที่ 3.1 ล้านตัน (mt) ในปี 2026E (เทียบกับ 2.8 mt ในปี 2025) จากผลกระทบของการหยุดดำเนินงาน LSP และ ROC โดยจากการวิเคราะห์ความอ่อนไหว (sensitivity analysis) เราประเมินว่าทุกๆ 1 เดือนที่ LSP และ ROC หยุดดำเนินงานจะกระทบปริมาณการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีรวม (PE, PP) ประมาณ 120 พันตัน (kt) ในขณะเดียวกัน เราประเมินว่า ROC จะมีต้นทุนคงที่ประมาณ 150 ล้านบาทต่อเดือน ขณะที่ LSP มีต้นทุนคงที่ (รวมถึง ค่าเสื่อมราคาและดอกเบี้ย) ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อเดือน
     ปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ” แต่คงราคาเป้าหมายปี 2026E ที่ 250.00 บาท อิงวิธี SOTP โดยในเบื้องต้น เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิและราคาเป้าหมายของเราไว้เหมือนเดิมเนื่องจากเรามองว่ามีโอกาสที่ LSP และ ROC จะกลับมาดำเนินงานได้หากสงครามยุติและมีการเปิดเส้นทาง Strait of Hormuz ภายใน 2Q26E แต่เนื่องจากราคาปัจจุบันสะท้อน upside ต่อราคาเป้าหมายของเราที่จำกัดแล้วเราจึงปรับคำแนะนำลงมาเป็น “ถือ”
 
 
 
 
 

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์