
|
News Flash q ประกาศลงทุนกับ OR ทำ Budget hotel บอร์ด CENTEL มีมติอนุมัติจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR โดย CENTEL ถือหุ้น 51% และ OR ถือ 49% ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นไม่เกิน 360 ล้านบาท โดยการร่วมทุนครั้งนี้มุ่งพัฒนาและดำเนินธุรกิจ โรงแรมราคาประหยัด (Budget Hotel) เพื่อขยายพอร์ตโรงแรม เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ เสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจ และหนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว (ที่มา: SET)
Implication q เรามองเป็นบวกเล็กน้อยจากการลงทุนทำ Budget hotel กับ OR โดยจากการสอบถาม IR CENTEL เปิดเผยว่า จะใช้เงินกู้จากธนาคารที่ 360 ล้านบาท โดยเฟสแรกจะเปิด 6 แห่ง (3+2+1) ได้แก่ กรุงเทพฯ, ภูเก็ต, ชลบุรี, หาดใหญ่, อยุธยา และกาญจนบุรี โดยบริษัทตั้งเป้า Occupancy อยู่ที่ประมาณ 70-80% โดยระดับราคาในต่างจังหวัดอยู่ราว 800 บาทต่อคืน ขณะที่ทำเลกรุงเทพฯ คาดว่าจะอยู่ในระดับที่สูงกว่า โดยประมาณ1,200-1,300 บาทต่อคืน โดยจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงกลางปี 27-ปี 28 มีไม่เกิน 80 ห้องต่อแห่ง และเน้นเปิดโรงแรมในปั้มน้ำมันเป็นหลัก ซึ่งเราคาดว่าคู่แข่งหลักคือ Hop Inn (มี 71 แห่ง) และ B2 (มี 78 แห่ง) ขณะที่คาดจะ Breakeven ที่ EBITDA ภายใน 1 ปี (คาดหวัง EBITDA Margin ที่ 40-45% มากกว่าค่าเฉลี่ยโรงแรมเดิมที่ 25-30%) และ Breakeven ที่ Net profit ภายใน 2 ปี โดยจะบันทึกเป็นส่วนแบ่งกำไร (ไม่ consol) ทั้งนี้เราคาดว่า ดีลนี้จะสร้างกำไรให้ CENTEL ได้ราว 14 ล้านบาท (คำนวณจาก Occ. Rate ที่ 80%, ADR เฉลี่ยที่ 1,000 บาท, 80 ห้อง, จำนวน 6 แห่ง, NPM ที่ 20% และถือ 51%) ซึ่งคิดเป็น 0.7% จากฐานกำไรสุทธิปี 2026E ที่ระดับ 2.1 พันล้านบาท q คงประมาณการกำไรปกติปี 2026E โตเด่นสุดในกลุ่มท่องเที่ยว เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2026E อยู่ที่ 2.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น +17% YoY ซึ่งเป็นการเติบโตที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่ม จากการฟื้นตัวของมัลดีฟส์ (ของใหม่) ที่จะขาดทุนลดลง โดยเราคาดว่าจะขาดทุนเหลือ -100 ล้านบาท จากปี 2025E ที่คาดว่าจะขาดทุน -300 ล้านบาท ประกอบกับภาพรวมของจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะฟื้นตัวได้ดีจากฐานต่ำในปีก่อน ขณะที่เราคาดกำไรปกติ 1Q26E มีโอกาสเพิ่มขึ้นทั้ง YoY/QoQ ต่อเนื่องจาก 4Q25E เพราะเป็นช่วง Peak season ของไทยและมัลดีฟส์ โดยยอด On the book ใน 1Q26E มี RevPAR ยังโตได้ต่อเนื่องอยู่ที่ +10-15% YoY ส่วน SSSG เริ่มเห็นการฟื้นตัวได้ดีในเดือน ม.ค. 26 ที่ +3% YoY จาก 4Q25E ที่ -3% YoY ทั้งนี้เรายังไม่ได้รวมดีลการเข้าลงทุนใน MP (Lucky Suki และ Lucky BBQ) เข้าในประมาณการของเรา ขณะที่ 2Q26E จะมีการเปิดโรงแรมใหม่ที่โอซาก้าแห่งที่ 2 (มี 300 ห้อง ADR ราว 14,000 เยน ซึ่งถือว่าเล็กกว่าแห่งแรกที่มี 500 ห้อง ADR ที่ 30,000 เยน) ซึ่งคาดว่าจะมีผลขาดทุนในปีแรกแต่สามารถชดเชยกับการไม่ต้องรับรู้ผลขาดทุนจาก Café Amazon ที่เวียดนามได้ (ปี 24 รับรู้ที่ -42 ล้านบาท) q แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 40.00 บาท อิง DCF (WACC 8.6%, terminal growth 1.5%) จากเดิมที่ 36.00 บาท จากการปรับกำไรเพิ่มขึ้น ด้าน Valuation ซื้อขายที่ EV/EBITDA เพียง 10x เทียบเท่า -1.50SD ย้อนหลัง 8 ปี แต่มีความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบอาหารเพิ่มขึ้นมากกว่าคาด รวมถึงการบริโภคภายในประเทศที่จะฟื้นตัวช้ากว่าคาด และจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนมาน้อยกว่าที่คาด
|
กลับสู่ด้านบน
©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์