logo
search
flag-th
share-icon

หุ้นที่ได้รับประโยชน์/กระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงแรง

News Flash

  • ราคาน้ำมันลงแรงหลังความคาดหวังดีล US-อิหร่านสูงขึ้น วานนี้ ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลดลง 7.2% เป็น 1/bbl สะท้อนความคาดหวังที่สูงขึ้นว่ามีความคืบหน้าในการเจรจายุติสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา (US) และอิหร่านซึ่งคาดว่าอาจนำไปสู่การเปิดเส้นทางเดินเรือขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ได้ โดยสำนักข่าว Axios รายงานว่าเจ้าหน้าที่ของ US ได้เปิดเผยว่า US และอิหร่านใกล้ที่จะได้ตกลงในการขยายระยะเวลาหยุดยิงออกไป 60 วัน โดยในข้อตกลงนี้ อิหร่านจะอนุญาตให้เรือโดยสารผ่าน Strait of Hormuz ได้โดยไม่เรียกเก็บค่าผ่านทาง ในขณะที่ US จะยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน และยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนเพื่อให้อิหร่านสามารถขายน้ำมันได้อย่างเสรี (ที่มา: Reuters)

Implication

  • เรายังคงคาดราคาน้ำมันจะกลับสู่ระดับปกติมากขึ้น เราเชื่อว่าราคาน้ำมันจะเริ่มกลับสู่ระดับปกติมากขึ้นหลังมีความพยายามในการเจรจาเพื่อยุติสงคราม อย่างไรก็ดี เรายังคงคาดว่าราคาน้ำมันจะยังผันผวนอยู่ในระดับสูงต่อไปในระยะสั้นจากความไม่แน่นอนของการเจรจาเงื่อนไข โดยเรายังคงสมมติฐานราคาน้ำมันดูไบเฉลี่ยปีนี้ที่ 0/bbl
  • มองบวกต่อ sector และหุ้นพื้นฐานดีที่ปรับตัวลงมาแรงจากข่าวสงคราม โดยเราเลือกหุ้น 5 ตัวที่ลงมาเยอะและคาดว่าจะ rebound ได้ดี คือ CENTEL (ซื้อ/เป้า 00 บาท), OSP (ซื้อ/เป้า 19.00 บาท) และ GPSC (ซื้อ/เป้า 44.50 บาท)

(+) กลุ่มท่องเที่ยว (Neutral): หนุนให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวให้เพิ่มขึ้นได้ โดยหุ้นที่ได้รับประโยชน์ ได้แก่ ERW (ซื้อ/เป้า 3.20 บาท), CENTEL (ซื้อ/เป้า 37.00 บาท), MINT (ซื้อ/เป้า 26.00 บาท), SHR (ถือ/เป้า 1.80 บาท)

(+) GPSC (ซื้อ/เป้า 44.50) รายได้ gas-linked คิดเป็น 70% สามารถ pass through ค่าก๊าซที่สูงขึ้นได้ ขณะที่ค่า ft ปรับตัวขึ้นจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เเละปัจจุบันเทรดอยู่ใน valuation ที่น่าสนใจ

( + ) Aviation (Neutral): ได้ sentiment เชิงบวกจากปัจจัยกดดันด้านต้นทุนน้ำมันที่ลดลง และช่วยหนุนการเดินทางท่องเที่ยว หุ้นที่ได้ประโยชน์ ได้แก่ AOT (ซื้อ/เป้า 60.00 บาท) และ AAV (ถือ/เป้า 1.12 บาท) อย่างไรก็ตาม AAV อาจยังมีผลขาดทุนมากใน 2Q-3Q26E

(+) กลุ่ม Beverage (Neutral): รับอานิสงส์เชิงบวกจากต้นทุนพลังงาน 2-4% of COGS และ raw & packaging materials ปรับตัวลดลง โดยหุ้นที่ได้อานิสงส์ ได้แก่ OSP (ซื้อ/เป้า 19.00 บาท), CBG (ถือ/เป้า 40.00 บาท), SAPPE (ถือ/เป้า 30.00 บาท)

(+) กลุ่มค้าปลีก (Overweight): ต้นทุนน้ำมันลดช่วยลดเเรงกดดันค่าขนส่ง และหนุนกำลังซื้อผู้บริโภคในระยะสั้น ส่งผลบวกต่อ traffic และ SSSG โดยหุ้นที่คาดได้อานิสงส์ ได้เเก่ BJC (ซื้อ/เป้า 17.00 บาท), CPAXT (ซื้อ/เป้า 19.00 บาท), CPALL (ซื้อ/เป้า 63.00 บาท)

(+) กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (Neutral): เนื่องจากมีต้นทุนน้ำมันคิดเป็นราว 1-2% รวมถึงราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงอาจส่งผลให้ต้นทุนวัสดุอื่นๆ ลดลงด้วย โดยหุ้นที่คาดได้อานิสงส์ ได้แก่ CK (ซื้อ/เป้า 23.00 บาท), STECON (ถือ/เป้า 13.50 บาท)

(+) กลุ่มค้าปลีกน้ำมัน (Neutral): ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงมีโอกาสลดแรงกดดันต่อสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าการตลาด OR (ซื้อ/เป้า 15.00 บาท) และ PTG (ถือ/เป้า 8.00 บาท)

(+) Agri & Food (Non-rated): ได้อานิสงส์จากต้นทุนโดยรวมลดลง เช่น ต้นทุนขนส่ง รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมัน โดยหุ้นที่คาดได้อานิสงส์ ได้แก่ ITC (ซื้อ/เป้า 20.00 บาท), TU (ซื้อ/เป้า 12.80 บาท), AAI (ถือ/เป้า 4.00 บาท)

  • มองเป็นลบต่อกลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น คาดราคาน้ำมันที่ลดลงจะส่งผลลบต่อหุ้นน้ำมัน (โดยเฉพาะพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น)

(-) กลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น: เราเชื่อว่า PTTEP จะได้รับผลกระทบจากราคาขายน้ำมันเฉลี่ย (liquid ASP) ที่ปรับตัวลดลงแรง ในขณะที่ โรงกลั่นน่าอาจจะเห็นกำไรจากสต๊อก (stock gain) ที่เป็นไปได้ที่ลดลง ทั้งนี้ เราแนะนำ PTTEP (ซื้อ/เป้า 180.00 บาท), SPRC (ซื้อ/เป้า 8.50 บาท), TOP (ซื้อ/เป้า 55.00 บาท) และ BCP (ซื้อ/เป้า 40.00 บาท)

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์