ภาพรวมตลาดเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา หุ้นไทย ถูกกดดันจากบรรยากาศภาพใหญ่ (Macro) ทั้งประเด็น ราคาน้ำมันดิบ Brent ที่กลับมายืน $100 / Barrel จนทำให้ตลาดกลับมากังวลเรื่องภาวะเงินเฟ้อกันอีกครั้ง ประกอบกับการประชุม FOMC มีมติขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามคาด (3.75% - 4%) อีกทั้งโทนการประชุมไม่ได้เข้มงวดไปมากกว่าที่ตลาดคาดไว้ ทั้งนี้นักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสลับขาย ตลาดหุ้นไทย หลังยังมีปัจจัยความไม่แน่นอนเรื่องการเมือง จนกระทั่งช่วงปลายเดือน ศาลฯ ตัดสิน ประเด็นบัตรเลือกตั้งว่าไม่ผิด ทำให้ผลการเลือกตั้งจึงไม่โมฆะ และนักลงทุนคลายกังวลประเด็นนี้ และภาพการเมืองไทยกลับมามีเสถียรภาพอีกครั้ง
เป้าหมายดัชนี (SET Index Target): ประเมินกรอบดัชนีฯ ในเดือนนี้ไว้ที่ 1500-1630 จุด ตลาดหุ้นไทยจะเข้าสู่ช่วงการประกาศงบในช่วงกลางเดือน นำโดยหุ้นกลุ่มธนาคาร ทำให้ตลาดจะกลับมาให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานมากขึ้น โดยเฉพาะมุมมองจากผู้บริหารของธนาคารขนาดใหญ่ นอกจากนี้ ปัจจัยภายนอกยังเข้าใกล้ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางการเมืองของสหรัฐฯ (US Mid term elections) เรามองมีโอกาสเป็นบวกต่อบรรยากาศการลงทุน โดยสถิติ หุ้นไทยมักตอบรับเชิงบวกก่อนการเลือกตั้ง ขณะเดียวกันยังมีประชุม BOT, Fed, และ BOJ ที่ต้องติดตามเช่นกัน
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในเดือน ต.ค. (Key Factors)
• การประชุม Fed : เดือนหน้าจะเป็นการประชุม Fed เป็นรอบก่อนครั้งสุดท้าย (ธ.ค.) ทำให้สิ่งที่ต้องติดตามคือ มุมมองด้านเงินเฟ้อ ซึ่งจะเชื่อมไปถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งถัดไป โดยตลาดตอนนี้เริ่มมี 2 เสียง ที่คาดว่า จะขึ้นดอกเบี้ยรอบเดือน ต.ค. เลย หรือไปขึ้นรอบ ธ.ค. อย่างไรก็ตามปัจจุบันเรายังมองว่าโอกาสขึ้น ธ.ค. นั้นสูงกว่า จากราคาน้ำมันที่ไม่ได้พุ่งต่อ แต่การทรงตัวอยู่สูงจะทำให้ Fed เอ่ยถึงความกังวลเงินเฟ้อ
• จากสงครามสู่คว่ำบาตรเศรษฐกิจอิหร่าน: สถานการณ์สงครามอิหร่าน ยังคงหาทางลงไม่ได้หลัง ข้อเรียกร้องที่อิหร่านขอ กับสหรัฐฯ ยังแตกต่างกัน ทั้งนี้แม้จะมีข่าวที่ทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมที่จะเปิดทางการเจรจา แต่ความมั่นใจดังกล่าวทั้งหมดว่า การเจรจาจะเป็นผลหรือไม่ หรือจะกลับไปแตกหักเหมือนเดือน มิ.ย. สะท้อนได้จากราคาน้ำมัน ดังนั้น เราจึงมองประเด็นนี้ยังคงเป็นความเสี่ยง (แต่เป็นบวกต่อกลุ่มพลังงานบ้านเรา)
• ความคืบหน้านโยบายภาครัฐ: (1) มติ ครม. มาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว/ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2, (2) ประกาศราชกิจจานุเบกษา พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 ก่อนมีผล 1 ต.ค., (3) ผลเจรจาการค้าไทย-สหรัฐฯ ที่มีเงื่อนไขใหม่เสี่ยงยืดเยื้อ, (4) แผน PDP2026 เข้า กพช. (บวกกลุ่มพลังงานสะอาด), (5) กระแสญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ
กลยุทธ์หลัก: เรายังชอบ Theme ระยะยาว ผ่าน AI, Data Center แนะนำ เช่นหุ้นกลุ่ม โรงไฟฟ้า และ กลุ่มธนาคาร (เก็งการประกาศงบ) ขณะที่กลุ่มท่องเที่ยวมีแนวโน้มได้ประโยชน์จากเข้าสู่ช่วงไตรมาส 4 ที่ถือเป็น High Season
หุ้นแนะนำ: ADVICE, BGRIM, CK, PLANB, SCGP
ADVICE (BUY, Target Bt8.50) 2H26E ยังโต YoY โดดเด่น หนุนจากสินค้าใหม่, GPM ยังสูง
BGRIM (BUY, Target Bt25.00) กำไร 2H26E/27E โตต่อเนื่อง พร้อม Upside จาก Data Center และต่างประเทศ
CK (BUY, Target Bt23.00) กำไรปกติ 3Q26E ขยายตัวดี, ได้อานิสงส์จากการทยอยผลักดันโครงการของรัฐ
PLANB (BUY, Target Bt7.10) เข้าลงทุนใน iCare หนุนการเติบโตระยะยาว
SCGP (BUY, Target Bt35.00) คาด Fajar ยังคงมีกำไร ขณะที่ปริมาณขายฟื้นตัว QoQ ใน 4Q26E