logo
search
flag-th
share-icon

MORNING BELL 12 JAN 26

SET Outlook
ตลาดยังผันผวน และรอคอยผลตัดสินคดี Trump กลางสัปดาห์ การซื้อขายของตลาดหุ้นไทย เบาบางลงมาระยะหนึ่งแล้ว ทำให้ดัชนีฯ แต่ละวันผันผวน สลับบวกและลบ การซื้อข่ายของนักลงทุน จะเป็นการวนกลุ่มเล่นเป็นรายวัน ตามข่าวและตัวแปรใหม่ๆ ที่ออกมา โดยสัปดาห์นี้ ตัวแปรที่สำคัญๆ นอกจาก คดี Trunp แล้ว จะเป็นเรื่องปัญหา Geo Politic ในหลายพื้นที่ ทั้ง รัสเซีย อิหร่าน เวเนซูเอล่า และทางออกของประเด็นเกาะ Greenland ที่สหรัฐฯต้องการได้ ... เราประเมินกรอบดัชนีฯสัปดาห์นี้ ไว้ที่ 1242-1285 จุด
ปัจจัยในประเทศ
• เลือกตั้ง 2569: สถานการณ์การเมืองดำเนินสู่ขั้นตอนเลือกตั้งตามปกติ ช่วงนี้เป็นช่วงที่พรรคการเมืองเริ่มทยอยส่งนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่ง กกต. กำหนดช้าสุดวันที่ 19 ม.ค. คาดหลังจากทราบนโยบายหลักแต่ละพรรคแล้วจะเริ่มเห็นฐานเสียงที่ชัดเจนขึ้น หุ้นที่อิงกับนโยบายรัฐบาลใหม่จะโดดเด่น แต่ตลาดยังคงรอความชัดเจนหลังการเลือกตั้ง
• มาตรการชะลอการแข็งค่าของเงินบาท ที่จะออกมา  อาทิ กำหนดเพดานการซื้อขายทองคำออนไลน์  100-200 ล้านบาทต่อคนต่อวัน  จำกัดการแลกเปลี่ยนเงินตราไว้ที่  800,000 บาทต่อคนต่อวัน  และ กำหนดเพดาน E-wallet  ... เราประเมินว่า อาจมีผลต่อค่าเงินหรือการซื้อขายไม่มากนัก หากราคาทองคำยังคงเป็นขาขึ้นแบบนี้
• Fund Flow: ปิดสัปดาห์ (9 ม.ค.) นักลงทุนต่างชาติ ขายสุทธิ ในตลาดหุ้นไทย 1,677 ล้านบาท (SET+MAI) ส่วนตลาดตราสารหนี้ ซื้อสุทธิ 3,358 ล้านบาท ค่าเงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 31.42 บาท/ดอลลาร์
ปัจจัยต่างประเทศ:
• เศรษฐกิจสหรัฐฯ: สหรัฐฯ เตรียมเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และข้อมูลการผลิตกลางสัปดาห์นี้ (13-14) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักประกอบการประเมินเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ย Fed ในการประชุมปลายเดือนนี้ ทั้งนี้ สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวเลขการจ้างงานออกมา เพิ่มขึ้น 5 หมื่นตำแหน่ง ซึ่งน้อยกว่าคาด ทำให้โอกาสในการลดดอกเบี้ยของ Fed มีมากขึ้น หนุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ
• สัปดาห์นี้ จะมีบริษัทในต่างประเทศ รายงานผลประกอบการ  อาทิ  JPMorgan Chase , Bank of America, Wells Fargo, Citigroup, Morgan Stanley, Goldman Sachs , TSMC (Taiwan Semiconductor Manufacturing) , Blackrock, Delta Air Lines, Bank of New York Mellon, State Street, และ PNC Financial Services Group
• สถานการณ์อิหร่าน: อิหร่านสั่งตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศเพื่อควบคุมการประท้วงที่ลุกลามจากปัญหาค่าครองชีพ ค่าเงินตกต่ำ และคอร์รัปชัน, เหตุการณ์นี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากขณะที่สหรัฐฯ ออกโรงเตือนอิหร่านให้รับผิดชอบหากใช้ความรุนแรงปราบประชาชน
• สงครามรัสเซีย-ยูเครน: รัสเซียใช้ขีปนาวุธ "Oreshnik" โจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของยูเครนเพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาเรื่องการพยายามลอบสังหารผู้นำ ส่งผลให้ประชาชนขาดแคลนไฟฟ้าและน้ำขณะที่ยูเครนกำลังเร่งเจรจาด้านความมั่นคงกับรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดใหม่ การยุติสงครามยืดเยื้อ ยังคงเป็นปัจจัยบรรยากาศลงทุน
• สหรัฐฯ รื้อแผนซื้อกรีนแลนด์: ปธน. ทรัมป์ ยังคงเดินหน้าแนวคิดผนวกดินแดนกับกรีนแลนด์ หวังกุมแหล่งแร่หายาก (Rare Earths) และจุดยุทธศาสตร์ขั้วโลกเหนือในการคานอำนาจจีน-รัสเซีย ขณะที่ผู้นำกรีนแลนด์ยืนยันหนักแน่นว่าไม่มีแนวคิดจะขายดินแดน การแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ในอาร์กติกรุนแรงขึ้นสร้างความกังวลให้กับตลาดจากความไม่แน่นอนของ ปธน. ทรัมป์
• น้ำมัน: ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 62.37 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และ West Texas Intermediate (WTI) อยู่ที่ 58.21 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยได้รับแรงหนุนจากความกังวลต่ออุปทานที่อาจหยุดชะงักในเวเนซุเอลาและความไม่สงบในอิหร่าน ...ข่าวนี้ บวกต่อหุ้นน้ำมัน โดยเฉพาะ PTTEP
 
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• 13 ม.ค.: US-CPI, Core CPI YoY
• 13 ม.ค.: US-New Home Sales
• 14 ม.ค.: US-PPI Final Demand YoY
• 14 ม.ค.: CH-Exports YoY
• 15 ม.ค.: US-Initial Jobless Claims
Strategy
• ตลาดยังอยู่ในโหมดของการรอคอย ตัวแปรใหม่ๆ โดยเฉพาะ การพิจารณาคดีมาตรการภาษีของ Trump กลางสัปดาห์นี้ จึงเหมาะกับการเก็งกำไร แบบวนกลุ่มเล่น (ทำ sector rotation ทุกๆ 2 วัน) ไปก่อน
• ราคาน้ำมันดิบ ที่ปรับตัวสูงขึ้น หลังความกังวลในเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ดูเข้มข้นและบานปลาย  น่าเก็งกำไรหุ้นที่เกี่ยวข้อง ทั้งสองตัว คือ PTTEP และ PTT ขณะที่หุ้นที่เคยได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบลดลง อาทิ สายการบิน โรงกลั่นน้ำมัน อาจกลายเป็นผู้เสียประโยชน์
• การดีดตัวกลับของหุ้น Tech หลายๆตัว และนำตลาดหุ้นสหรัฐฯขึ้นมาอีกครั้ง โดยเฉพาะ INTEL ทำให้ต้องกลับมามองหุ้น DELTA ที่ราคาปรับตัวลงมามาก (ต่ำกว่าราคาขาย ของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ที่ @171 บาท)  ราคาหุ้นมีโอกาสตีกลับขึ้นไปตามหุ้น Tech ในต่างประเทศ
• การเก็งในเรื่อง Trump แพ้คดีมาตรการภาษี ที่จะประกาศในวันพุธ (14 ม.ค.) นี้ โดยโอกาสที่ Trump จะชนะคดีสูงสุดแค่ 30% ... ถ้าจะดักซื้อหุ้นไทย น่าจะเป็น ITC, TOG หรือหุ้นไทย ได้ประโยชน์ทางอ้อมผ่านทางจีน จะเป็น RCL, IVL
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ BCH ออกจากพอร์ต หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย AOT(10%), CPALL(10%), TTB(10%),  ADVANC*(10%)
Technical   : IVL, BA
 
News Comment:
( + ) TU (ซื้อ/เป้า 14.00 บาท) ไทยมีโอกาสได้อานิสงส์ หลังสหรัฐระงับนำเข้าอาหารทะเลเวียดนามบางส่วน เนื่องจากไม่ผ่าน กม. MMPA
 
News Flash:
( + ) Tourism (Overweight) Tomorrowland Thailand ยอดจอง รร. ใกล้เต็ม, ททท. เตรียมออกโฆษณาลิซ่า หนุนท่องเที่ยวไทย
 
Company Update:
( - ) SCC (ขาย/เป้า 160.00 บาท) คาดขาดทุนต่อเนื่องใน 4Q25E; PE spread ทรงตัวต่ำใน 1Q26E
 

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์