SET Outlook
: ดัชนีฯมีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวนในลักษณะ Sideways ตลาดได้รับแรงกดดันจากกลุ่มธนาคาร และกลุ่มพลังงาน ขณะที่ตลาดยังขาดแรงขับเคลื่อนที่ชัดเจนเนื่องจากนักลงทุนยังกังวลกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ปัจจัยในประเทศ:
• หุ้นธนาคารจะส่งงบวันนี้กันเป็นส่วนใหญ่ ขึ้น “XD” กดดันราคาหุ้นตัวที่สอง : หุ้นธนาคาร จะมีทั้งการรายงานกำไร 1Q-26 ขณะที่ KTB, SCB หลังขึ้น “XD” ราคาไม่สู้ดีนัก อาจฉุดให้มีการขายทำกำไรหุ้นธนาคารออกมา ทั้งก่อนและหลังการขึ้น “XD” ฤดูกาลนี้ ทั้งนี้ เราประเมินว่า การที่มีคนเทขายหุ้นธนาคารงวดนี้ จะคล้ายกับปีก่อน ที่มีข่าวร้ายเข้ามากดดันตลาด (2 เม.ย.69 Trump ประกาศใช้ Reciprocal Tariff)
• ค่าเงินบาท: ปิดตลาดที่ 32.09 บาท/ดอลลาร์ โดยเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ 31.94 - 32.13 บาท/ดอลลาร์ ตลาดกำลังจับตาเดดไลน์ข้อตกลงหยุดยิงในวันที่ 21 เม.ย. นี้
• ความมั่นคงทางพลังงาน: กระทรวงพลังงานยืนยันไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอใช้ 110 วัน (สำรองตามกฎหมาย 25 วัน และน้ำมันระหว่างขนส่ง/จัดหาเพิ่ม) แม้สถานะกองทุนน้ำมันจะติดลบ 62,046.64 ล้านบาท
• Fund Flow: นักลงทุนต่างชาติ net sett 1.7 พันล้านบาท ในตลาดหุ้นไทยวานนี้ นักลงทุนชะลอการลงทุน เนื่องจากรอดูความชัดเจนของสถานการณ์ Geo-political Tension
ปัจจัยต่างประเทศ:
• วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ: การเจรจาแบบผ่านคนกลางยังมีเป็นระยะๆ และข่าวล่าสุด คือ ตัวแทนของสหรัฐฯ รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ เตรียมบินไปเจรจาวันนี้หรือพรุ่งนี้ เป็นเหตุให้ราคาน้ำมันดิบ เช้านี้ ปรับตัวลดลง (Brent $94.77 / -0.71) … ความคืบหน้าในการเจรจา จะเป็นลบต่อหุ้นน้ำมัน (PTTP) และหุ้นปิโตรเคมีขั้นต้น ของไทย
• บทบาทของจีน: ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ต่อสายตรงถึงมกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย เรียกร้องให้หยุดยิงทันทีและเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นความหวังใหม่ในการลดอุณหภูมิความขัดแย้ง
• นโยบายการเงินสหรัฐฯ: ตลาดพันธบัตรเริ่มผ่อนคลาย โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี ลดลงมาอยู่ที่ 3.72% ต่ำกว่าเพดานของ Fed ที่ 3.75% นักลงทุนเริ่มกลับมาคาดหวังการลดดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้หากราคาน้ำมันเริ่มทรงตัว
• เศรษฐกิจจีน: ธนาคารกลางจีน (PBOC) คงอัตราดอกเบี้ย LPR 1 ปีที่ 3% และ 5 ปีที่ 3.5% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงิน
• ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ: เมื่อสิ้นสุดสัปดาห์ที่แล้ว โดยนักลงทุนเพิ่มความคาดหวังสำหรับ การลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ภายในสิ้นปีนี้ ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 2 ปี ซึ่งเคยซื้อขายอยู่เหนือเพดานปัจจุบันของธนาคารกลางที่ 3.75%
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• 21 เม.ย.: ยอดค้าปลีกล่วงหน้า (Retail Sales Advance) สหรัฐฯ เดือน มี.ค. / ยอดขายบ้านที่รอการปิดการขาย (Pending Home Sales) สหรัฐฯ เดือน มี.ค. / ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) นิวซีแลนด์ ไตรมาส 1
• 22 เม.ย.: การส่งออกญี่ปุ่น (Exports) เดือน มี.ค. / การตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางอินโดนีเซีย (Bank Indonesia Rate) คาดคงที่ 4.75%
Strategy
• ตลาดหุ้นซื้อขายในลักษณะของการรอข่าวดี ขณะที่ DELTA ติด cash balance หุ้นน้ำมัน-ปิโตรเคมีถูกเทขาย และการขึ้น “XD” ของหุ้นธนาคาร ทำให้บรรยากาศของตลาดดูเงียบเหงาลง เพราะหุ้นเหล่านี้ คือกลุ่ม(ตัว)หลักๆ ที่มีการซื้อขายสูง ส่วนการที่นักลงทุนไม่ switch ไปกลุ่ม(ตัวอื่น) เพราะยังกังวลกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง (จริงๆ สถานการณ์ดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเจรจามากพอควร แต่นักลงทุนไม่รับรู้
• กลยุทธ์ลงทุน เรายังให้ทยอยเข้าซื้อหุ้น จากความหวังในการเจรจาหยุดยิงที่ยังมีอยู่ และคงต้องรอให้ราคาหุ้นเหล่านั้นก่อนตัวลงมาก่อน
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เราคงหุ้นเดิมไว้ หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย CPN(10%), AOT(10%), COM7*(10%), BA*(15%), BGRIM*(15%), ERW(10%), SCB(10%), ADVANC*(10%)
Technical : OR, PLANB
News Flash:
( + ) หุ้นที่ได้ประโยชน์จากนโยบายผลักดันโครงการลงทุนระยะเร่งด่วน (Quick-win)
Results Review:
( + ) KKP (ซื้อ/เป้า 81.00 บาท) กำไร 1Q26 ดีกว่าคาด จากขาดทุนรถยึดที่น้อยกว่าคาด
( 0 ) TTB (ถือ/เป้า 2.40 บาท) กำไร 1Q26 ใกล้เคียงคาดจากกำไร FVTPL สูงแต่มีสำรองเพิ่ม