SET Outlook
คาดการณ์ตลาดหุ้นวันนี้ (9 ต.ค. 69): คาดดัชนี SET ถูกแรงกดดันจากบรรยากาศการลงทุนที่ไม่ดี โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งจะกดดันกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์บ้านเรา ทั้งนี้ราคาน้ำมันที่พุ่งอาจช่วยพยุงกลุ่มพลังงานได้บ้าง ทำให้ภาพดัชนีไม่ปรับตัวลดลงมาก ทั้งนี้ตลาดจะเริ่มไปให้ความสนใจกับการประกาศงบมากขึ้น เป็นโอกาสหาหุ้นพื้นฐานดี ในการเข้าลงทุน
ประเด็นที่น่าสนใจ
• ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดปรับตัวลดลงนำโดยดัชนี Nasdaq หลังมีรายงานรายได้ของ OpenAI (คิดเป็นต่อปี) ประจำเดือน ก.ย. อยู่ที่ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ ต่างจากตัวเลขรอบก่อน 7 หมื่นล้านดอลลาร์ เหตุมาจากการเปลี่ยนวิธีนับรายได้ แต่ประเด็นนี้กดดันหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี นอกจากนี้ช่วงระหว่างการซื้อขายราคาน้ำมันพุ่งจากความกังวลเรื่องสหรัฐฯ จะยกระดับการโจมตีอิหร่าน ก่อนทรัมป์จะออกมาแถลง
• ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศผ่านโซเชียลมีเดียว่า สหรัฐฯ “จะไม่เปิดฉากโจมตีอิหร่าน” ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน โดยอ้างถึง “การหารือที่มีประสิทธิผล (Productive Discussions)” กับเตหะราน ซึ่งเป็นการกลับลำสยบกระแสข่าวกรองก่อนหน้าที่ระบุว่าเพนตากอนกำลังร่างแผนโจมตีฉับพลัน 3 วัน และส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปย่อตัวลงทันที
• คณะกรรมการแก้ปัญหาการรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชนสรุปแนวทางทบทวนสัญญา SPP/VSPP แบบ non-firm (กกพ. รับทราบ 7 ต.ค.) ให้สัญญาที่ยังไม่ลงนามเจรจายกเลิก หรือหากต้องลงนามให้ใช้อัตรา กพช. ล่าสุด (โซลาร์ 2.1579 บาท/หน่วย) ส่วนสัญญาที่ลงนามแล้วแต่ยังไม่ COD ให้เจรจายกเลิก ขั้นถัดไปต้องเสนอ กพช. เพื่อเป็นนโยบายรัฐ อัตรารับซื้อที่ต่ำลงจะกดรายได้และผลตอบแทนของ pipeline พลังงานหมุนเวียนที่ยังไม่เซ็นหรือยังไม่ COD
• กรมสรรพากรเปิดรับฟังความเห็นร่าง พ.ร.บ.ภาษีเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ถึง 29 ต.ค. 2569 เก็บ 1,000 บาทต่อเที่ยวบินขาออกทุกสัญชาติ (ระยะแรกเฉพาะทางอากาศ) ขณะนี้ยังเป็นขั้นร่าง/รับฟังความเห็น ยังไม่เข้า ครม. และหากผ่านจะมีผล 180 วันหลังประกาศราชกิจจาฯ ค่าเดินทางที่สูงขึ้นจะกดอุปสงค์เดินทางระหว่างประเทศ โดยสายการบินที่ลูกค้าไวต่อราคาและเน้นเส้นทางระยะสั้นรับผลมากกว่า
Strategy
• กลยุทธ์หลัก: Sentiment การลงทุนยังไม่ดี จึงควรระมัดระวังการเก็งกำไรระยะสั้น แต่มองเป็นโอกาสการลงทุนของตีมระยะ กลาง-ยาว โดยการปรับตัวลงของหุ้นกลุ่มธนาคาร เรามองเป็นจังหวะสะสม โดยเฉพาะนักลงทุนที่ต้องการเงินปันผลดี เรายังชอบ KTB, KBANK, KKP ขณะที่ Theme ใหญ่ ระยะ กลาง-ยาว ช่วงตลาดผันผวนแนะชะลอ ดูสถานการณ์ หากภาพตลาดเริ่มนิ่ง หรือพักฐานได้ หาจังหวะเข้าสะสม หุ้น (Mega play Theme) Data Center โรงไฟฟ้า เรายังชอบ GPSC, BGRIM, ADVANC และตีมการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว ระยะกลาง – ยาว เรายังชอบชอบ AOT, CENTEL, ERW
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
·JP, Household Spending YoY (Aug), Consensus=-3.5%, Prior=-3.6%
·TH, Foreign Exchange Reserves (Sep), Consensus=$275.0B, Prior=$283.1B
·US, Michigan Consumer Sentiment Prel (Oct), Consensus=48.1, Prior=48.1
·US, Michigan 5 Year Inflation Expectations Prel (Oct), Consensus=3.5%, Prior=3.4%
·US, Michigan Inflation Expectations Prel (Oct), Consensus=4.7%, Prior=4.6%.
Fund Flow และตลาดการเงิน:
• ต่างชาติ “ซื้อ” สุทธิตลาดหุ้นไทย และ “ซื้อ” ตลาดตราสารหนี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
• ตลาดหุ้น (8 ต.ค. 69): มูลค่าการซื้อขาย (SET) 63,644.04 ล้านบาท และ (MAI) 376.70 ล้านบาท ด้านนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 6,361.66 ล้านบาท
• Yield Curve ปรับตัวลดลงจากวันก่อนหน้าประมาณ 1-2 bps. สำหรับกระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติวันนี้ NET OUTFLOW 683 ล้านบาท
• ค่าเงินบาท: ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 33.67 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า
Today Strategy pick:
PTTEP: ราคาพื้นฐาน 180.00 บาท
• ราคาน้ำมันโลกสูงขึ้นต่อเนื่องโดย Brent ปิดที่ $104.28 ต่อบาร์เรล (+4.07%) หนุนหุ้นกลุ่มพลังงานโดย Energy Sector และเป็น Sector ที่แข็งแกร่งที่สุดใน S&P500 เมื่อคืนนี้
• คาดกำไรสุทธิ 3Q26E แข็งแกร่ง (Core profit 21,740 ลบ. +79.0% YoY, -10.4% QoQ) หนุนจากแนวโน้ม Blended ASP ที่ทรงตัวระดับสูงในช่วง 2H26E และปริมาณยอดขายเฉลี่ยยังคงยืนสูง YoY จากการรับรู้แปลง A-18-01 แต่ปริมาณขายคาดว่าจะอ่อนตัวลง QoQ ตามแผนการปิดบำรุงของโครงการใน GOT
Company Update:
( + ) KLINIQ (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 37.00 บาท) กำไร 3Q26E เดินหน้าทำ ATH จาก SSSG แข็งแกร่ง
( + ) NEO (ซื้อ/เป้า 34.00 บาท) Outlook ดีต่อเนื่อง, ต้นทุนวัตถุดิบเริ่มมีทิศทางลดลง
( - ) CPAXT (ซื้อ/เป้า 17.00 บาท) กำไรปกติ 3Q26E หดตัวจาก B2C และค่าใช้จ่ายที่อยู่ในระดับสูง