SET Outlook
คาดดัชนี SET (Weekly) อยู่ในกรอบ 1545-1552 // 1600 (10+/-) โดยบรรยากาศการลงทุนกลับมาดีขึ้นอีกครั้งหลัง ตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด ทำให้ตลาดลดโอกาส Fed ขึ้นดอกเบี้ยเดือนนี้ลงเหลือต่ำกว่าระดับ 30% อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่จะมีนัยสำคัญจริงๆ เรายังมองว่าเป็นเงินเฟ้อ (CPI) ซึ่งจะประกาศในสัปดาห์ถัดไป ดังนั้นระหว่างนี้ หุ้นอาจเคลื่อนไหวในกรอบ พร้อมติดตามสถานการณ์สงครามอิหร่าน, รายงานการประชุม FOMC, และการประมูลพันธบัตรรัฐบาล เพื่อประเมิน Demand
ประเด็นที่น่าสนใจ
• ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกได้ดีหลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด ช่วยทำให้ตลาดคลายความกังวลเรื่อง Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ต.ค. และขยับไปเป็นเดือน ธ.ค. แทน ประเด็นนี้ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุน โดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม Growth โดยดัชนี Nasdaq บวกกว่า 1% นอกจากนี้กลุ่ม G7 ส่งสัญญาณอาจพิจารณาปล่อยคลังน้ำมันสำรอง ลดความกังวลเรื่อง Supply น้ำมัน ด้าน Bond Yield ปรับตัวลดลงเล็กน้อย
• จ้างงานสหรัฐฯ Nonfarm Payrolls เดือน ก.ย. 2569 เพิ่มขึ้น +29,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาด +84,000 และต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 12 เดือนก่อนหน้าที่ +45,000 BLS ปรับตัวเลขย้อนหลังลดลงรวม 60,000 ตำแหน่ง (ส.ค. เหลือ +133,000 และ ก.ค. เหลือ -10,000) อัตราว่างงาน 4.2% ซึ่ง BLS ระบุว่า "changed little" (อยู่ในช่วง 4.1–4.3% มาตั้งแต่ มี.ค.) ค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงเพิ่ม +3.0% YoY BLS ระบุว่าการจ้างงานในอุตสาหกรรมหลักแทบทุกหมวด "changed little" โดยหมวดที่เพิ่มมากสุดคือ Health care +17,000
• พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่ 1 ต.ค. (ประกาศราชกิจจาฯ 30 ก.ย.) โดยงบลงทุน 7.892 แสนล้านบาท หรือราว 20.8% ของงบรวม เมื่อกฎหมายงบใหม่มีผล หน่วยงานรัฐเริ่มเร่งจัดซื้อจัดจ้างและลงนามสัญญางบลงทุนรอบใหม่ได้ ประเมินเป็น Sentiment เชิงบวกต่อการรับรู้งานของกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง
• จีนงดส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปเดือน ต.ค. โดยรายงานต่างประเทศระบุผู้กลั่นจีนงดส่งออกเพื่อเก็บสต็อกในประเทศ ซึ่งยังไม่ใช่คำสั่งห้ามอย่างเป็นทางการ และอาจกลับมาส่งออกได้หลัง 7 ต.ค. ประเด็นนี้ทำให้อุปทานดีเซล/เจ็ตในเอเชียตึงตัว หนุนค่าการกลั่น (GRM) เพิ่มสูงขึ้น
Strategy
กลยุทธ์หลัก: บรรยากาศการลงทุนที่ดีขึ้น แต่ความเสี่ยงยังรออยู่ เราจึงมอง ระยะสั้น สะสมหุ้นพื้นฐานดี และมีความคงทน โดยเฉพาะหุ้นธนาคาร เรายังชอบ KTB, KBANK, KKP ขณะที่ Theme ใหญ่ ระยะ กลาง-ยาว ช่วงตลาดผันผวนแนะชะลอ ดูสถานการณ์ หากภาพตลาดเริ่มนิ่ง หรือพักฐานได้ หาจังหวะเข้าสะสม หุ้น (Mega play Theme) Data Center โรงไฟฟ้า เรายังชอบ GPSC, BGRIM, ADVANC และตีมการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว ระยะกลาง – ยาว เรายังชอบชอบ AOT, CENTEL, ERW
Fund Flow และตลาดการเงิน:
• ต่างชาติ “ขาย” สุทธิตลาดหุ้นไทย และ “ขาย” ตลาดตราสารหนี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
• ตลาดหุ้น (2 ต.ค. 69): มูลค่าการซื้อขาย (SET) 71,085.86 ล้านบาท และ (MAI) 290.12 ล้านบาท ด้านนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 850.49 ล้านบาท
• Yield Curve ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากวันก่อนหน้าประมาณ 1 bps สำหรับกระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติวันนี้ NET INFLOW 2,051 ล้านบาท
• ค่าเงินบาท: ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 33.55 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• JP, S&P Global Services PMI Final (Sep), Consensus=51.6, Prior=52.5
• TH, Core Inflation Rate YoY (Sep), Consensus=1.53%, Prior=1.44%
• TH, Inflation Rate YoY (Sep), Consensus=2.9%, Prior=2.53%
• EA, S&P Global Services PMI Final (Sep), Consensus=53, Prior=51.6
• EA, PPI YoY (Aug), Consensus=8.3%, Prior=5.8%
• US, ISM Services PMI (Sep), Consensus=55.7, Prior=55.4
หุ้นเด่นวันนี้
NEO : 1) ยังประเมินกำไร 3Q26E โดดเด่นสูงสุดรอบ 6 ไตรมาส ที่ 247 ล้านบาท (+321% YoY, +19% QoQ) หนุนจากไทยช่วยไทยพลัสเต็มไตรมาส และมีการปรับราคาขึ้นตั้งแต่ ก.ค. ขณะที่ 4Q26E ยังโตดี YoY โดยได้อานิสงส์หลังน้ำท่วมลด, 2) เราประมาณการกำไรปี 2026E ที่ 720 ล้านบาท (+28% YoY) แต่ยังมี upside จากไทยช่วยไทยพลัสและ SG&A ที่ต่ำกว่าคาด, 3) แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 34.00 บาท
กรอบดัชนี SET วันนี้ แนวรับ 1560-1566 // แนวต้าน 1576-1580
Technical Pick: BGRIM, NCAP
Stock picks for October 2026 : ADVICE, BGRIM, CK, PLANB, SCGP
News Comment:
( - ) Energy (Neutral) กลุ่มประเทศ G7 ตกลงที่จะปล่อยน้ำมันดิบและดีเซลออกจากปริมาณสำรองฉุกเฉิน 100 mmbbl ในช่วง 4 เดือนข้างหน้า: OPEC+ คงกำลังการผลิตน้ำมันในเดือน พ.ย.2026
Company Update:
( 0 ) TU (ซื้อ/เป้า 14.80 บาท) กำไรปกติ 3Q26E โต YoY แต่ชะลอ QoQ จากต้นทุนโดยรวมและ SG&A สูงขึ้น