logo
search
flag-th
share-icon

23 APR 26

SET Outlook
ดัชนีฯ จะยังแกว่งในกรอบแคบๆ อีกเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน หลังหุ้นนำตลาดเจอปัจจัยถ่วง รวมทั้งหุ้นธนาคาร ที่ผ่านการขึ้น “XD” มาแล้ว นักลงทุนถอยมาตั้งหลัก รอการเจรจารอบสองของสหรัฐฯ-อิหร่าน ส่วนการเก็งงบ และมาตรการเศรษฐกิจของรัฐบาล ยังเป็นปัจจัยที่หนุนตลาด ไม่ให้ปรับตัวลง(ประคองตัวได้)
 
ปัจจัยในประเทศ
• ตลาดเข้าสู่ฤดูกาลเก็งงบ 1Q-26 : นักลงทุนกำลังจับตาดูการรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสแรก โดยเฉพาะภาคเศรษฐกิจจริง (Real Sector) หลังจากกลุ่มธนาคารทยอยประกาศออกมาแล้ว
• มาตรการรัฐบาล ยังหนุนตลาด : รมว.คลัง รับเตรียมพร้อมออก พ.ร.ก.กู้ 5 แสนลบ.-เล็งขยาย VAT 7% อีกปี หลังคาด GDP โตแค่ 1.4% … หากมาตรการที่จะออกมาหลังจากนี้ เห็นผลจริง จะทำให้เศรษฐกิจกระเตื้องขึ้น หุ้นที่ได้อานิสงค์ 2 กลุ่ม คือ ค้าปลีกและธุรกิจที่อิงการลงทุนภาครัฐฯ
• คดีบัตรเลือกตั้ง : ศาลรธน.สั่งพยานผู้เชี่ยวชาญ ยื่นความเห็นกรณีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ภายใน 15 วัน
• SCC : SCC ชัตดาวน์โรงงาน LSP เวียดนาม ฮอร์มุซยืดเยื้อ ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง กระทบต้นทุน 250 ล้านบาท/เดือน  ก่อนหน้านี้ 10 มี.ค. 69 ได้มีการหยุดเดินโรงงานโอเลฟินส์ชั่วคราวของบริษัท ระยองโอเลฟินส์ จำกัด (ROC)
• BIG LOT วานนี้(22 เม.ย.) KBANK มูลค่าสูงสุด 2,052.26 ลบ.ราคาเฉลี่ย 190.59 บ./หุ้น
• ค่าเงินบาท: ค่าเงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 32.17 บาท/ดอลลาร์ โดยระหว่างวันแกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบที่ 32.00-32.20 บาท/ดอลลาร์ การที่เงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคเคลื่อนไหวในกรอบแคบ เป็นผลมาจากการที่สหรัฐฯ ได้เลื่อนกำหนดการเจรจาหยุดยิงกับอิหร่านออกไปอย่างไม่มีกำหนด
• กระแสเงินทุน (Fund Flow) : นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิในตลาดหุ้น 1.8 พันลบ. และตลาดตราสารหนี้สูงถึง 8.8 พันลบ. สะท้อนให้เห็นถึงการโยกย้ายเม็ดเงินเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยในประเทศ
 
ปัจจัยต่างประเทศ:
• สถานการณ์ตะวันออกกลาง: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขยายเวลาหยุดยิงกับอิหร่านออกไปโดยไม่มีกำหนด ซึ่งช่วยหนุนให้ดัชนี ETF หุ้นสหรัฐฯ (S&P 500) ขยับบวกในช่วงท้ายตลาด อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โดยรวมยังคงเปราะบาง เนื่องจากอิหร่านระบุว่ายังไม่มีแผนสำหรับการเจรจาสันติภาพรอบสอง และยังคงมีรายงานการโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซอย่างต่อเนื่อง
• เข้าสู่ช่วง Earning Season : เริ่มมีการรายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ของบริษัทในสหรัฐฯ เช่น UnitedHealth Group ที่รายงานกำไรออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ในทางตรงข้าม United Airlines ได้ปรับลดคาดการณ์กำไรทั้งปีลงจากผลกระทบของต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่แพงขึ้นจากปัญหาสงคราม
• Google เปิดตัว "AI Agents" รุ่นใหม่ : ท้าชน OpenAI และ Anthropic พร้อมเปิดศึกชิปแข่ง Nvidia โดยค่าย Google ได้เปิดตัวเครื่องมือสร้าง AI Agent ที่มุ่งเน้นเจาะตลาดลูกค้าองค์กร ........เรามองว่า การเติบโตของเทคโนโลยี Generative AI สู่ภาคธุรกิจ จะช่วยกระตุ้นความต้องการในอุตสาหกรรมชิปและศูนย์ข้อมูล ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี (Tech) โทรคมนาคม และ Data Center (เช่น ADVANC, TRUE)
 
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• 23 เม.ย.:
o สหรัฐฯ : การรายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) (ตัวเลขคาดการณ์: 209.50k / ตัวเลขครั้งก่อน: 207k)
o สหรัฐฯ : การรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นโดย S&P Global (S&P Global US Manufacturing PMI - Apr P)
• 24 เม.ย.:
o สหรัฐฯ : การรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นสุดท้ายจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (U. of Mich. Sentiment - Apr F) (ตัวเลขครั้งก่อน: 4760.00%)
 
Strategy
• เรามองว่า ตลาดอยากกลับมา risk-on คือ ลุยซื้อกันต่อ แต่ยังไม่กล้าปลด geopolitical premium ออกทั้งหมด ข่าวการยืดเวลาของการหยุดยิงออกไป ทำให้ตลาดหุ้นหลายแห่งฟื้น และราคาน้ำมันปรับตัวลง แต่นั่น ทำให้ตลาดจะมี rally ได้ ผลการเจรจาต้องมีความชัดเจน และออกมาในทางปฎิบัติว่าได้ยอมรับข้อเสนอของทั้งสองฝ่ายกันแล้ว
• SET Impact (ผลกระทบต่อดัชนี) : ทิศทางตลาดยังขาดแรงขับเคลื่อนที่ชัดเจน เนื่องจากหุ้นกลุ่มขนาดใหญ่ (Big Cap) มีการเคลื่อนไหวแบบสลับกลุ่ม (Sector Rotation) โดยฝั่งที่ช่วยประคองดัชนีนำโดย PTT, KBANK, CCET และ SCC ในขณะที่หุ้นอย่าง DELTA, BBL, GULF, TRUE และ ADVANC มีแรงขายกดดันดัชนี การเคลื่อนไหวที่ขัดแย้งกันในกลุ่มหุ้นหลัก ทำให้การปรับตัวขึ้นของตลาดรวมเป็นไปอย่างยากลำบาก
• ดัชนีฯ เมื่อไม่รวม DELTA และหุ้น BANK : เมื่อพิจารณาดัชนีฯที่หักผลกระทบของหุ้นที่มีความผันผวนสูงอย่าง DELTA และกลุ่มธนาคารออก  พบว่าโมเมนตัมของหุ้นโดยรวมส่วนใหญ่ก็ยังมีลักษณะแกว่งตัวผันผวนเช่นกัน เป็นเครื่องยืนยันว่ากลยุทธ์ของนักลงทุนในขณะนี้เน้นไปที่การเลือกลงทุนเป็นรายตัว (Selective Play) ตามปัจจัยเฉพาะ มากกว่าการเข้าซื้อแบบเหมากลุ่ม
• ตลาดหุ้นไทย ยังไปต่อได้ยาก เพราะเป็นการเก็งกำไรช่วงสั้นๆ ในลักษณะของการรอข่าว หุ้นสภาพคล่องสูง(คนซื้อขายมาก) หลายตัวเจอปัจจัยถ่วง (DELTA, ธนาคาร , CPALL, CPAXT , PTTEP , หุ้นปิโตรเคมี) การ switch ไปกลุ่ม(ตัวอื่น) มีผลต่อดัชนีฯ ไม่มาก
• กลยุทธ์ลงทุน เรายังให้ทยอยเข้าซื้อหุ้น จากความหวังในการเจรจาหยุดยิง ที่โอกาสที่จะบรรลุข้อตกลงได้
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เราคงหุ้นเดิมไว้ หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย CCET*(10%), WHA*(10%), CPN(10%), AOT(10%), COM7*(10%), BA*(15%), BGRIM*(15%), SCB(10%), ADVANC*(10%)
Technical :  COM7, MRDIYT
 
News Flash:
( - ) SCC (ปรับลงเป็น ถือ/เป้า 250.00 บาท) LSP ประกาศหยุดการดำเนินงานในช่วงกลางเดือน พ.ค.2026
( 0 ) Tourism (Neutral), ( - ) Aviation (Neutral) รมว.ท่องเที่ยวฯ เตรียมเสนอ ครม.ยกเลิก "ฟรีวีซ่า 60 วัน" เพื่อคัดกรองนักท่องเที่ยวคุณภาพ
 
Company Update:
( + ) KKP (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 90.00 บาท) เป้าปี 2026E โตได้ดีกว่าคาด; คาด 2Q26E โต YoY ได้ต่อเนื่อง
( + ) CPALL (ซื้อ/เป้า 63.00 บาท) 1Q26E โตดี จาก SSSG พลิกเป็นบวกและ GPM ขยายตัวจาก RTE
( 0 ) TTB (ถือ/เป้า 2.40 บาท) เป้าหมายปี 2026E ยังอยู่ในกรอบที่เราประมาณการไว้
( 0 ) NER (ถือ/เป้า 5.30 บาท) 1Q26E ชะลอ YoY จากต้นทุนยางสูงขึ้น แต่โต QoQ จาก SG&A ลดลง

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์