SET Outlook
คาดดัชนี SET แกว่ง Sideway และลุ้นมีแรงซื้อกลับเข้ามาบ้าง หลัง sentiment การลงทุนทั่วโลก กลับมาทรงตัว รอปัจจัยเคลื่อน โดยเฉพาะ ภาวะสงครามอิหร่าน และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขณะที่หุ้นไทย แม้ยังขาดปัจจัยบวกใหม่ แต่นักลงทุนอาจเริ่มหาหุ้นที่ราคาปรับตัวลงมาแรงเกินปัจจัยพื้นฐาน อีกทั้งหุ้นกลุ่ม semiconductor ทั่วโลกเริ่มมีแรงซื้อ อาจเห็นแรงซื้อหุ้นกลุ่มอิเล็กฯ ได้เช่นกัน
ประเด็นที่น่าสนใจ
• ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกได้ หลังราคาน้ำมันดิบเริ่มทรงตัว ขณะที่นักลงทุนจับตาสถานการณ์สงครามอิหร่าน และการเคลื่อนไหวของญี่ปุ่นที่จะส่งผลต่อค่าเงินเยน โดยเฉพาะการขึ้นดอกเบี้ย ทั้งนี้ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนที่ออกมาต่ำคาด ทำให้ตลาดคลายความกังวลชั่วขณะ
• ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP ประจำเดือน ส.ค. ออกมาที่ 38,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาด 47,000 ตำแหน่ง โดยตัวเลขเดือน ส.ค. ถือเป็นการจ้างงานที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. ทั้งนี้นักลงทุนยังจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Nonfarm payrolls) ในวันศุกร์
• ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุเมื่อวันพุธว่า การทิ้งระเบิดโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ "น่าจะใช้เวลาไม่นานนัก" ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ย่อตัวลงเล็กน้อยมาเคลื่อนไหวเหนือระดับ $95 ต่อบาร์เรลหรัฐฯ เปิดการโจมตีทางอากาศรอบใหม่ข้ามคืน พุ่งเป้าทำลายระบบเรดาร์และขีดความสามารถในการวางทุ่นระเบิดตลอดแนวชายฝั่งตอนใต้ของอิหร่าน โดยทรัมป์ระบุว่าเป็นการกวาดล้าง อุปกรณ์ทางทหารใหม่ทั้งหมดที่อิหร่านพยายามติดตั้งในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมลั่นว่าสหรัฐฯ ควบคุมช่องแคบได้อย่างสมบูรณ์และพร้อมโจมตีซ้ำได้ทุกเมื่อ
• ครม.สัญจร ที่จังหวัดสงขลา (1 ก.ย. 69) มีมติเห็นชอบหลักการจัดตั้ง "ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ" คุ้มครอง 3 ภัย ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ครอบคลุมประมาณ 30 ล้านครัวเรือน โดยรัฐช่วยอุดหนุนค่าเบี้ยประกัน จ่ายชดเชยเบื้องต้น 10,000 บาท (น้ำท่วม) หรือ 5,000 บาท (วาตภัย/แผ่นดินไหว) สูงสุดรวม 100,000 บาทต่อครัวเรือนต่อเหตุ และเสียชีวิตรับ 2,000,000 บาทโดยมอบหมายกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับสำนักงาน คปภ. เร่งจัดทำรายละเอียดต่อไป
Strategy
กลยุทธ์หลัก: จับตาสถานการณ์กันต่อ แม้ดูนิ่งลง แต่ปัญหาที่แท้จริงยังคงอยู่ โดยช่วงนี้เน้นเก็งกำไรหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เราชอบ CK ด้านหุ้นระยะกลาง - ยาว ลงทุนหุ้นตาม Theme โดย กลุ่มท่องเที่ยว ให้ถือครอง (รอสะสมตอนย่อ) ชอบ AOT, CENTEL ขณะที่ Theme ใหญ่ (Mega play Theme) Data Center เรายังชอบ GPSC, BGRIM, ADVANC และ หุ้นกลุ่มธนาคาร เรายังชอบ KTB, KBANK, TTB, KKP
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event 25 Aug 26
• CN, RatingDog Services PMI (Aug), Consensus=N/A, Prior=50.4
• EA, S&P Global Services PMI Final (Aug), Consensus=51.7, Prior=51.7
• EA, PPI YoY (Jul), Consensus=N/A, Prior=4.6%
• US, Fed Waller Speech
• US, Initial Jobless Claims (Aug/29), Consensus=N/A, Prior=203K
• US, ISM Services PMI (Aug), Consensus=N/A, Prior=54.1.
Fund Flow และตลาดการเงิน:
• ต่างชาติ “ขาย” สุทธิตลาดหุ้นไทย แต่ “ซื้อ” ตลาดตราสารหนี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
• ตลาดหุ้น (2 ก.ย. 69): มูลค่าการซื้อขาย (SET) 64,337.82 ล้านบาท และ (MAI) 389.21 ล้านบาท ด้านนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 655.30 ล้านบาท
• Yield Curve ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้าประมาณ 2-5 bps. สำหรับกระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติวันนี้ NET INFLOW 40 ล้านบาท โดยเกิดจาก NET BUY 40 ล้านบาท
• ค่าเงินบาท: ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 33.32 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าเล็กน้อยเทียบกับวันก่อนหน้า
หุ้นเด่นวันนี้
BGRIM, GPSC : 1) แผน PDP2026 เดินหน้าต่อเนื่อง โดย สนพ. เตรียมเปิด public hearing 8 ก.ย. ซึ่งมี 4 โมเดล สำหรับกำหนดทิศทางไฟฟ้าไทยปี 2026–2050 โดยทุกโมเดลมีสัดส่วนพลังงานสะอาดอย่างน้อย 65% และมีแผนลงทุนระบบไฟฟ้าราว 3.6–7.0 แสนลบ. สะท้อนการเข้าสู่รอบลงทุนใหม่ของอุตสาหกรรมไฟฟ้า ซึ่งเป็นบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้าระยะกลาง-ยาว, 2) เรายังมองเป็นบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้าจากโอกาสในการขยายกำลังการผลิต
ได้แก่ BGRIM (ซื้อ/เป้า 20.00 บาท) และ GPSC (ซื้อ/เป้า 60.00 บาท)
กรอบดัชนี SET วันนี้ : แนวรับ 1563-1569 แนวต้าน 1580-1585
Technical Pick: : BGRIM, KCE
Stock picks for September 2026 : AOT, BEM, CENTEL, GPSC, PLANB, SCGP
News Flash:
( + ) Power (Overweight) PDP2026 เปิด 4 โมเดล ดันลงทุนไฟฟ้าสูงสุด 7 แสนล้านบาท
(Company Update:
( 0 ) SAPPE (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 41.00 บาท) กำไร 3Q26E โต YoY, QoQ จากรายได้ขยายตัว