ดัชนีฯ มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น จาก 3 เหตุผล คือ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯออกมาดี ราคา Commodity โดยเฉพาะทองคำเริ่มกลับมาบวก และสหรัฐฯมีแนวโน้มที่จะลดความตึงเครียดกับอิหร่านลง ขณะที่ปัจจัยในประเทศ จะเป็นการทยอยรายงานผลประกอบการ และสำคัญที่สุด คือ จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.
ปัจจัยในประเทศ
• ตลาดรอดูผลการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. โดยส่วนใหญ่น่าจะมองว่าผลออกมาดี แต่ต้องระวังในเรื่องความขัดแย้งแนวชายแดน (ไทย-กัมพูชา) เพราะฝ่ายนั้นอาจสร้างสถานการณ์เพื่อป่วนการเลือกตั้งของไทย .... ณ เวลานี้ ตลาดหุ้นหลังการเลือกตั้ง จะออกมาในโทนบวก ซึ่งจะดีต่อหุ้นขนาดใหญ่ (AOT, PTT , GULF, ADVANC)
• Fund Flow: นักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทย (SET+MAI) ขายสุทธิ 306.33 ล้านบาท, และ ขายสุทธิ 5,343 ล้านบาท ในตลาดตราสารหนี้ ด้วย
• ค่าเงินบาท: ปิดตลาดที่ระดับ 31.62 บาท/ดอลลาร์ การอ่อนค่าของเงินบาทสอดคล้องกับทิศทางภูมิภาค (อ่อนค่าเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาค) โดยมีแรงกดดันหลักมาจาก ราคาทองคำในตลาดโลกที่ดิ่งลงแรง และการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากตลาดกังวลเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินและความไม่แน่นอนหลังจากประธานาธิบดี Donald Trump ประกาศชื่อ Kevin Warsh เป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐ (FED) คนใหม่
• เกณฑ์ใหม่คุ้มครองนักลงทุน: ก.ล.ต. ออกเกณฑ์ใหม่บังคับให้บริษัทหลักทรัพย์เปิดเผยสถานะพอร์ตลงทุนของลูกค้าแบบเรียลไทม์ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลต้องประกอบด้วยรายการทรัพย์สิน ต้นทุนเฉลี่ย และผลกำไรขาดทุน โดยให้บังคับใช้ วันที่ 16 ก.ค. 69 เพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้ลงทุนไทย
• Thai ESG - หุ้น JUMP+: ก.ล.ต. เตรียมปรับเกณฑ์ให้กองทุน Thai ESG ลงทุนในหุ้นที่ร่วมโครงการ JUMP+ และมีคะแนนธรรมาภิบาล (CGR) 90 คะแนนขึ้นไป คาดว่าเกณฑ์นี้จะมีผลบังคับใช้ในเดือน มี.ค. 69 เพื่อช่วยผลักดันตลาดทุนไทยให้ดียิ่งขึ้น
ปัจจัยต่างประเทศ:
• ดัชนีฯ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ บวกกันยกแผง โดย Dow Jones Index +1.0% หลังดัชนีภาคการผลิต ISM ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นสู่ระดับ 52.6 (จาก 47.9) ซึ่งเป็นการขยายตัวครั้งแรกในรอบหลายเดือนและดีกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ทุกสำนัก บ่งชี้ว่าภาคการผลิตเริ่มฟื้นตัวจากภาวะซบเซา
• ราคาทองคำ (Gold Spot) เช้านี้ อยู่ที่ $4759 เหรียญ ขยับตัวขึ้นเล็กน้อย ถือเป็นข่าวดีของตลาด Commodity เป็นอย่างมาก หลังเกิดแรงเทขายอย่างหนักมากตั้งแต่วันพฤหัส(29 ม.ค.)ที่ผ่านมา โดยวานนี้ ราคา Gold Spot ลงไปต่ำสุดที่ $4404 เหรียญ เลยทีเดียว ทั้งนี้ เราประเมินว่า ราคา Commoduty ที่แรงขายเบาบางลง จะทำให้ความกังวลของนักลงทุนในตลาดหุ้นลดลงตามไปด้วย แน่นอนที่สุด เราน่าจะเห็นการ rebound ของ ราคาสินทรัพย์ส่วนใหญ่ ที่ราคาร่วงลงไปมากๆ ในวันนี้ โดยเฉพาะ ทองคำและ Silver
• อิหร่านข่าวดี : ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่าคาดว่าจะมีการเจรจากับอิหร่านเกี่ยวกับข้อตกลงนิวเคลียร์ฉบับใหม่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยประธานาธิบดีอิหร่าน Masoud Pezeshkian ได้สั่งเริ่มการเจรจากับวอชิงตันภายใต้กรอบปัญหานิวเคลียร์แล้ว ….. ข่าวนี้ จะดีต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง (Risky Assets) รวมถึงหุ้น แต่อาจไม่ดีนักกับสินทรัพย์ ที่เป็น Safe Haven มาก่อนหน้านี้
• อินเดีย : ตลาดหุ้นอินเดียได้ข่าวบวกจากการที่ อินเดียและสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงการค้าที่รอคอยมานาน โดยประธานาธิบดีทรัมป์ตกลงลดภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) สินค้าอินเดียเหลือ 18% (จาก 25%) และยกเลิกภาษีเพิ่มเติม 25% ที่เกี่ยวกับน้ำมันรัสเซีย แลกกับคำมั่นสัญญาที่อินเดียจะซื้อสินค้าสหรัฐฯ มูลค่า 5 แสนล้านดอลลาร์
• ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน: ยูเครนยืนยันกำหนดการหารือไตรภาคีร่วมกับสหรัฐฯ และรัสเซีย ในวันที่ 4-5 ก.พ. นี้ ณ กรุงอาบูดาบี เพื่อหาแนวทางการยุติสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ผ่อนคลายลง กดดันราคาน้ำมันดิบร่วงวานนี้ แตะระดับ $65 ต่อบาร์เรล ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบวกที่การเจรจายุติสงครามจะมีแนวโน้มที่ดี
• อินเดียขยับเพดานทุนต่างชาติ: รัฐบาลอินเดียพิจารณาเพิ่มสัดส่วนให้ชาวต่างชาติถือหุ้นในธนาคารของรัฐได้สูงสุดถึง 49%จากเดิมที่จำกัดเพียง 20% โดยมุ่งเน้นที่ธนาคารขนาดใหญ่มีศักยภาพระดับโลกซึ่งปัจจุบันมีเพียง SBI และ HDFC Bank ตามแนวทางของรัฐบาลไปสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้วภายในปี 2047 จากข่าวนี้ทำให้ตลาดหุ้นอินเดียยืนบวกได้กว่า 0.6% วานนี้
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• US - JOLTS Job Openings Rate; (ครั้งก่อน: 4.30%)
• TH - การประชุม ครม.
Strategy
• ความผันผวนในตลาดโลกบรรเทาลง วันนี้ แรงเก็งกำไรน่าจะกลับเข้ามาในตลาดหุ้นอีกครั้ง โดยกลุ่มที่จะกลับมาดีก่อน น่าจะเป็นหุ้นดีๆที่ราคาลงมาลึก หุ้นที่อิงมาตรกาภาษีสหรัฐฯ และหุ้น Commodity (ยกเว้นน้ำมัน)
• ราคาก๊าซร่วงหนัก: สัญญาฟิวเจอร์สก๊าซธรรมชาติสหรัฐฯ เดือนมีนาคม ดิ่งลงถึง 25.7% ปิดที่ 3.237 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู ซึ่งเป็นการลดลงรายวันที่มากที่สุด (ในเชิงเปอร์เซ็นต์) นับตั้งแต่ปี 1995 (ไม่รวมวันเปลี่ยนสัญญา) ลบล้างกำไรที่พุ่งขึ้นแรงเมื่อวันศุกร์ไปจนหมด ….. ข่าวนี้ ดีต่อหุ้นโรงไฟฟ้าของไทย (BGRIM, GULF, GPSC)
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: วันนี้ เรานำ PTTEP ออก และนำ SCB, IVL, BGRIM, ADVANC* เข้ามาในพอร์ต หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย SCB(10%), IVL(10%), BGRIM(10%), ADVANC*(10%), CPF*(10%), ITC(10%), HMPRO(10%), TRUE*(20%)
Technical : TRUE, STECON
News Flash:
( + ) Bank (Overweight) ดัชนีราคารถยนต์มือสอง เดือน ธ.ค. 25 เพิ่มขึ้น +4% YoY จากรถบรรทุก
Company Update:
( + ) CENTEL (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 40.00 บาท) กำไรปกติ 4Q25E จะเพิ่ม YoY/QoQ โตเด่นสุดในกลุ่มท่องเที่ยว
( 0 ) PRM (ซื้อ/เป้า 8.20 บาท) กำไรปกติ 4Q25E จะโต YoY ตามคาด; ปี 2026E ดีขึ้นจากเรือใหม่
( 0 ) OR (ซื้อ/เป้า 16.00 บาท) คาดกำไรสุทธิ 4Q25E ได้รับผลกระทบจากรายการพิเศษ