logo
search
flag-th
share-icon

MORNING BELL 15 JULY 26

SET Outlook
คาดดัชนีฯ ผันผวนในกรอบแคบ นักลงทุนรอดูความคืบหน้าของสถานการณ์ตะวันออกกลาง (อิหร่าน-สหรัฐฯ) ที่อาจต้องรอถึงสัปดาห์หน้าเลยทีเดียว.... แม้ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ออกมาจะต่ำกว่าตลาดคาดก็ตาม (ความกังวลเงินเฟ้อลดลง) แต่มีความกังวลต่อเศรษฐกิจ(สหรัฐฯ) เข้ามาด้วย ด้านตลาดไทย ราคาหุ้นใหญ่ (บางตัว) ที่ขึ้นมามาก อาจมีแรงขายทำกำไรเข้ามาให้เห็นในวันนี้
ปัจจัยในประเทศ
• ศาลรัฐธรรมนูญ: ตลาดยังคงติดตามผลพวงและการดำเนินการต่อเนื่องจากมติของศาลรัฐธรรมนูญเรื่อง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท
• การบินและศูนย์กลางโลจิสติกส์: กพท. คาดผู้โดยสารและเที่ยวบินปี 69 จะฟื้นตัวช้าจากแรงกดดันด้านราคาน้ำมัน แต่เร่งผลักดันแผนสร้างศูนย์ซ่อม (MRO) และคาร์โก้เพื่อดันไทยสู่ฮับการบิน
• MOU ไทย-จีน: ครม. เห็นชอบ MOU ห่วงโซ่อุตสาหกรรมและอุปทานไทย-จีน มุ่งอำนวยความสะดวกและผลักดัน MSMEs เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก
• วีซ่านักท่องเที่ยวอินเดีย: รัฐบาลเปลี่ยนแผนโดยให้คงสิทธิพำนักฟรีวีซ่า 30 วันสำหรับชาวอินเดีย เพื่อรักษาสมดุลด้านความมั่นคงและไม่ให้กระทบรายได้จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
• การกำหนดกติกาการค้าโลก: ครม. อนุมัติให้ไทยเข้าร่วม FIT Partnership เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานและเปิดโอกาสร่วมกำหนดทิศทางการค้าการลงทุนยุคใหม่
• นโยบายดึงดูดกองถ่ายต่างชาติ: รัฐบาลสั่งรื้อระบบ Cash Rebate เพื่อจูงใจให้กองถ่ายภาพยนตร์ระดับโลกเข้ามาลงทุน หวังยกระดับไทยให้เป็นศูนย์กลางคอนเทนต์แห่งเอเชีย
ปัจจัยต่างประเทศ:
• สถานการณ์ตะวันออกกลาง : ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านล่มสลายลงโดยสมบูรณ์ ส่งผลให้สหรัฐฯ ประกาศบังคับใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเล (Naval Blockade) ต่ออิหร่านรอบใหม่ พร้อมระดมสรรพกำลังเปิดฉากโจมตีทางอากาศระลอกล่าสุด ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่สำทับว่า "หากอิหร่านไม่ยอมกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา สหรัฐฯ จะยกระดับถล่มระบบโครงสร้างพื้นฐานอย่างโรงไฟฟ้าและสะพานต่อทันทีในสัปดาห์หน้า"
• สถานการณ์ตะวันออกกลาง : โดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจประกาศล้มเลิกและถอยฉากจากแผนการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซอัตรา 20% (Strait of Hormuz Fee) ภายหลังจากได้รับแรงกดดันและกระแสคัดค้านอย่างหนักจากกลุ่มประเทศในอ่าวอาหรับ (Gulf Pressure)
• สถานการณ์ตะวันออกกลาง : กองทัพอิหร่านประกาศเดินหน้าเปิดฉากส่งโดรนโจมตีโต้ตอบสหรัฐฯ เป็นระลอกที่ 7 โดยล่าสุดมีรายงานว่าการโจมตีของอิหร่านได้ส่งผลให้เกิดเหตุระเบิดครั้งใหญ่และสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงในประเทศคูเวต (ถือเป็นเหตุการณ์ทางทหารที่ย่ำแย่ที่สุดของคูเวตนับตั้งแต่เหตุถล่มสนามบินเมื่อเดือนมิถุนายน) นอกจากนี้ยังมีรายงานเหตุโดรนอิหร่านพุ่งเป้าโจมตีฐานทัพทหารสหรัฐฯ ในประเทศจอร์แดนอีกด้วย
• เงินเฟ้อสหรัฐฯ (US CPI): CPI สหรัฐฯ เดือน มิ.ย. ปรับตัวลดลงครั้งแรกในรอบ 6 ปี มาอยู่ที่ระดับ 3.5% (YoY) ซึ่งต่ำกว่าคาด ช่วยลดความกดดันของเฟดในการขึ้นดอกเบี้ย
• อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวลดลง 4.2 bps ลงมาอยู่ที่ระดับ 4.58% ตอบรับการฟื้นตัวของตลาดพันธบัตร (Treasuries Rally) หลังรายงาน CPI ขณะที่ตัวเลขรายงานชี้ว่าต่างชาติถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นในเดือนพฤษภาคม นำโดยแคนาดา ส่วนญี่ปุ่นมีการลดสัดส่วนถือครองลง
• ผลประกอบการกลุ่มธนาคารสหรัฐฯ: JPM, GS, BofA และ WFC รายงานผลกำไรไตรมาส 2 ออกมาแข็งแกร่ง นำโดยรายได้จากธุรกิจเทรดดิ้งและวาณิชธนกิจที่เติบโตสูง
• กลุ่มเทคโนโลยีเผชิญแรงกดดัน: หุ้นกลุ่ม Software นำโดย IBM ปรับตัวร่วงหนักหลังยอดขายพลาดเป้า สะท้อนภาพลูกค้าชะลอการจ่ายงบซอฟต์แวร์เพื่อนำไปลงทุน AI Hardware แทน
เจาะลึกข้อมูลผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย (Strategic Analysis)
• ผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น: สงครามในตะวันออกกลางที่กลับมาปะทุ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น เป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อรายได้ของกลุ่มขุดเจาะพลังงานและปิโตรเคมีขั้นต้น (อาทิ PTTEP, PTT, TOP) ในทางกลับกัน จะส่งผลลบอย่างหนักต่อกลุ่มที่ใช้น้ำมันเป็นต้นทุนหลัก เช่น กลุ่มสายการบิน โลจิสติกส์ และกลุ่มผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรม (อาทิ AAV, BA, THAI)
• ภาพรวมผลกระทบต่อดัชนี (SET Impact): ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,626.03 จุด ลดลงเล็กน้อย 1.87 จุด โดยได้รับแรงหนุนเชิงบวก (Impact Gain) จากกลุ่มสื่อสาร พลังงาน และธนาคาร นำโดย ADVANC, PTT, PTTEP และ KTB ในขณะเดียวกัน แรงกดดันตลาดหลัก (Impact Loss) มาจากแรงขายทำกำไรและการปรับฐานในหุ้นอิเล็กทรอนิกส์และการท่าเรือ รวมถึงกลุ่มธนาคารบางตัวที่เผชิญความกังวลทางเศรษฐกิจ นำโดย DELTA, AOT, SCB และ KBANK
• ภาพรวมดัชนี SET-DELTA: หากหักล้างความผันผวนของหุ้น DELTA ดัชนี SET-DELTA ยืนอยู่ในระดับ 1,315.03 จุด บ่งชี้ได้ว่าภาพรวมของดัชนียังมีความสามารถในการประคองตัวอยู่ในช่วงขาขึ้น แม้จะมีความผันผวนของหุ้นขนาดใหญ่กดดันอยู่
Fund Flow และตลาดการเงิน:
• ตลาดหุ้น (SET+MAI): มูลค่าการซื้อขายรวม 82,003.75 ล้านบาท และ ต่างชาติซื้อสุทธิ 3,995.71 ล้านบาท
• ตลาดตราสารหนี้: มูลค่าการซื้อขายรวม 147,370 ล้านบาท และ ต่างชาติขายสุทธิ 5,728 ล้านบาท
• ค่าเงินบาท: ปิด 33.51 บาท/ดอลลา
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event (15 Jul 26)
• CH, New Yuan Loans CNY YTD, Surv= 11100.60b, Prior= 9110.0b
• CH, GDP YoY (2Q), Surv= 4.49%, Prior= 5.00%
• US, PPI Final Demand MoM, Surv= 0.03%, Prior= 1.10%
• US, PPI Ex Food and Energy MoM, Surv= 0.35%, Prior= 0.40%
Strategy
• ตลาดหุ้นไทย อาจมีแรงขายทำกำไรเข้ามาให้เห็นหลังมีความกังวลในเรื่องสถานการณ์ตะวันออกกลางและเงินเฟ้อ(สหรัฐฯ)
• กลยุทธ์ลงทุน เราแนะนำให้ Hold  หรือเลือกขายทำกำไร .... ส่วนการเข้าซื้อ ต้องเลือกหุ้นและจังหวะซื้อให้ดี เนื่องจากดัชนีฯ วิ่งเข้าใกล้เป้าหมายเข้ามาทุกขณะ .... ควรให้ความสนใจกับหุ้นที่มี 3 ลักษณะที่คนส่วนใหญ่ต้องการ(ซื้อ) …. 1) หุ้นที่ราคาล้อกับตลาด(ขาขึ้น) 2) หุ้นที่ราคาลงมามากๆ อาทิ หุ้นค้าปลีก และอสังหาฯ (บางตัว) และ 3) หุ้นที่มีความแข็งแกร่งเหนือตลาดของรอบนี้ จะยังเป็นหุ้นในกลุ่ม high dividend อาทิ หุ้นธนาคาร, PTT*, PTTEP
• ตลาดการเงินกำลังประเมินผลกระทบจากวิกฤตพลังงานต่ำเกินไป (Complacent) โดยไปให้ความสำคัญกับราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลง แต่กลับมองข้าม
• ตลาดการเงินกำลังประเมินผลกระทบจากวิกฤตพลังงานต่ำเกินไปโดยไปให้ความสำคัญกับราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลง แต่กลับมองข้าม ..."สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันสำเร็จรูป" (Fuel futures) ที่ยังคงอยู่ในระดับสูงมาก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่แท้จริงต่อเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ....  ข่าวนี้ ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจให้กับหุ้น PTTEP ให้มากขึ้นในเวลานี้
• พอร์ตหุ้นแนะนำ: เรานำ SCB, GULF*, AOT, GUNKUL* ออก และนำ HMPRO, TRUE* เข้ามา หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย HMPRO (10%), TRUE* (10%), CRC (10%), STA* (10%), PTTEP (10%), ADVANC (5%), PTT* (10%), KTB (10%), WHA* (10%)
Technical  : TOP, CCET
 
News Flash:
( + ) Tourism (Overweight) นักท่องเที่ยวล่าสุด +5% WoW จากจีนและอินเดีย, ครม.ให้ "ฟรีวีซ่า" อินเดีย และวันนี้เตรียมออกมาตรการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส”
( + ) SNNP (ถือ/เป้า 6.20 บาท) คาด 3Q26E โตต่อ QoQ จากการดีลกับพาร์ทเนอร์ใหม่ๆเพิ่ม
Results Review:
( + ) TISCO (ถือ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 125.00 บาท) กำไร 2Q26 ตามคาด, ภาพรวม Net fee มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นได้อีก
Company Update:
( + ) SPRC (ซื้อ/เป้า 8.50 บาท) คาด 2Q26E Market GRM แกร่ง; Crack spread ยืนสูงนานกว่าคาด
 
 

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์