SET Outlook
ดัชนีฯ ผันผวนกรอบแคบ รอข่าวใหม่ๆ วันนี้ ตลาดหุ้นเอเซีย จะกลับมาซื้อขายปกติ ท่ามกลางความอึมครึมของสถานการณ์ตะวันออกกลาง แม้จะไม่เลวร้ายลง แต่ก็ไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น ขณะที่หุ้นส่วนใหญ่ของตลาด จะเริ่มเคลื่อนไหว ตามผลประกอบการ หรือการเก็งงบไตรมาส 1 ที่จะส่งจบในสัปดาห์หน้า
ปัจจัยในประเทศ
• มาตรการเศรษฐกิจรัฐบาล: สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ทำแบบจำลองจากการออก พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินวงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งคาดว่าเม็ดเงินทั้งหมดจะช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก 0.8%
• มาตรการกระตุ้นการบริโภค: คาดว่าจะมีการนำเสนอโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ซึ่งครอบคลุมโครงการ "คนละครึ่ง พลัส" และโครงการเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ในวันที่ 19 พ.ค. นี้ ในระยะยาว (หลังแจกเงิน) จะช่วยฟื้นกำลังซื้อ และสนับสนุนหุ้นกลุ่มค้าปลีกได้ในระดับหนึ่ง
• ความเสี่ยงการขาดแคลนพลังงาน: Goldman Sachs เตือนว่าปริมาณน้ำมันสำรองและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมทั่วโลกกำลังลดลงอย่างรวดเร็วจากผลกระทบของสงครามอิหร่าน แม้ภาพรวมคลังน้ำมันโลกอาจยังไม่ถึงจุดวิกฤต แต่ความเสี่ยงในการขาดแคลนแบบเจาะจงประเทศและผลิตภัณฑ์ (เช่น น้ำมันเครื่องบิน และก๊าซ LPG) ถือว่าน่ากังวลมาก โดยประเมินว่าประเทศไทย แอฟริกาใต้ อินเดีย และไต้หวัน มีความเสี่ยงสูง
• อานิสงส์ภาคการท่องเที่ยว: จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโต 12% โดยได้รับปัจจัยหนุนจากวันหยุดยาวช่วงวันแรงงานและ Golden Week ของญี่ปุ่น ซึ่งส่งผลให้นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเดินทางเข้าไทยพุ่งสูงถึง 105.13% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า
• ทิศทางกำไรตลาดหุ้นไทย (1Q-26): ภาพรวมการรายงานผลประกอบการจนถึงปัจจุบันพบว่า กำไรของบริษัทจดทะเบียน (Earnings Surprise) สูงกว่าคาด 10.75% และยอดขาย (Sales Surprise) สูงกว่าคาด 1.62% เราประเมินเบื้องต้นว่ากำไรงวด 1Q-26 ของบริษัทใน SET จะออกมาราว 2.8 แสนล้านบาท (+3% YoY) โดยได้แรงหนุนหลักจาก Stock Gain ของธุรกิจน้ำมันและปิโตรเคมี อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรระวังคือแนวโน้มกำไรงวด 2Q และ 3Q ที่อาจถูกกระทบจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่สูงขึ้นจากสงคราม
• ความเคลื่อนไหวกลุ่มสถาบันการเงิน: BAY ประกาศเข้าซื้อพอร์ตสินเชื่อยานยนต์ในเครือ CIMBT เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ "กรุงศรี ออโต้" โดยคาดว่ากระบวนการโอนจะแล้วเสร็จภายในปี 2569
• ค่าเงินบาทและ Fund Flow: เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 32.71/72 บาท/ดอลลาร์ แกว่งตัวในกรอบแคบเนื่องจากขาดปัจจัยใหม่หนุนทิศทาง ทางด้านกระแสเงินทุน นักลงทุนต่างประเทศมียอดซื้อสุทธิในตลาดหุ้น (SET+MAI) 2,453.11 ล้านบาท ขณะที่ในตลาดตราสารหนี้มีเงินทุนไหลออก (Net Outflow) จากนักลงทุนต่างชาติ 1,466 ล้านบาท
ปัจจัยต่างประเทศ:
• สถานการณ์ตะวันออกกลาง: รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ยืนยันว่าข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงมีผลบังคับใช้ แม้จะมีการปะทะกันประปรายบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ขณะเดียวกันสหรัฐฯ ได้ประกาศเริ่มปฏิบัติการ "Project Freedom" เพื่อคุ้มกันเรือสินค้า เราประเมินว่าเหตุการณ์นี้สะท้อนความคลุมเครือที่ยังดำเนินอยู่ แต่ไม่ได้ยกระดับความรุนแรงไปสู่การทำสงครามเต็มรูปแบบ
• บรรยากาศตลาดหุ้นสหรัฐฯ: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงปรับตัวขึ้นได้ดี โดยดัชนี S&P 500 Futures และ Nasdaq 100 Futures ขยับขึ้น 0.5% และ 0.8% ตามลำดับ นักลงทุนคลายความกังวลและตอบรับเชิงบวกต่อผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยภาพรวมกำไร (Earnings Surprise) ของดัชนี S&P 500 ดีกว่าที่ตลาดคาดถึง 19.65% นำโดยกลุ่มเทคโนโลยีที่กำไรเติบโตโดดเด่นและสูงกว่าคาดถึง 34.17% ส่งผลให้มีแรงซื้อกลับเข้าตลาดอย่างต่อเนื่อง
• การระดมทุนของกลุ่ม Tech: Alphabet เตรียมออกพันธบัตรสกุลเงินยูโรครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัท มูลค่าอย่างน้อย 9 พันล้านยูโร เพื่อนำไปสนับสนุนแผนการลงทุนด้านศูนย์ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ (AI)
• ผลประกอบการกลุ่มธนาคารยุโรป: HSBC รายงานผลกำไรในไตรมาสแรกลดลงสู่ระดับ 9.4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยได้รับผลกระทบจากการตั้งสำรองหนี้สูญมูลค่า 1.3 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมถึงการตั้งสำรอง 400 ล้านดอลลาร์จากการล่มสลายของ Market Financial Solutions Ltd. (MFS) และการตั้งสำรองเพิ่มเติมจากความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในตะวันออกกลาง
• การแทรกแซงค่าเงินของอินเดีย: ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) กำลังพิจารณาแผนให้ธนาคารของรัฐออกพันธบัตรสกุลเงินต่างประเทศ เพื่อดึงดูดกระแสเงินทุนไหลเข้าและช่วยพยุงค่าเงินรูปีที่อ่อนค่าลงอย่างหนัก
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
ไทย (TH)
- ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI YoY) เดือนเมษายน: ตลาดคาดการณ์ (Surv) ที่ 1.52% เทียบกับตัวเลขครั้งก่อนที่ -0.08%
สหรัฐ(US)
- ใบอนุญาตก่อสร้าง (Building Permits MoM) เดือนมีนาคม (F): ตัวเลขครั้งก่อนอยู่ที่ -10.80%
- การจ้างงานภาคเอกชน (ADP Employment Change) เดือนเมษายน: ตัวเลขครั้งก่อนอยู่ที่ 62k
จีน (CH)
- ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (RatingDog China PMI Composite) เดือนเมษายน: ตัวเลขครั้งก่อนอยู่ที่ 51.50
Strategy
• ตลาดหุ้นไทย ขาดแรงหนุนอย่างเห็นได้ชัด เราเริ่มเห็นแรงขายหุ้นทยอยออกมาเรื่อยๆ (รวมทั้ง DELTA) ส่วนหนึ่งมาจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงได้ เวลายิ่งผ่านไป ปัญหา supply Shortage สินค้ากลุ่มพลังงาน จะยิ่งแรงขึ้น ขณะที่รัฐบาลยังไม่มีการออกมาตรการประหยัดพลังงานออกมา อาจทำให้ดัชนีฯ มีการปรับฐานหรือพักตัว จนกว่าจะมีสัญญาณบวกเข้ามาในตลาด
• กลยุทธ์ ปรับเป็นชะลอการลงทุน หรือแค่เก็งกำไรช่วงสั้นในหุ้นมีข่าวรายวัน
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ BEM, CCET*, WHA*, DELTA* ออก หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย PTTEP(10%), TRUE*(10%), GUNKUL*(10%), KTB(10%), SCB(10%), ADVANC*(10%)
Technical : BBGI, COM7
News Flash:
( + ) รัฐบาลยืนยันคนละครึ่งพลัสเริ่มใช้สิทธิ์ 1 มิ.ย.
( 0 ) Tourism (Neutral) นักท่องเที่ยวล่าสุด +12% WoW จากวันหยุดแรงงานตามคาด
Results Review:
( + ) PTTGC (ปรับขึ้นเป็น ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 44.00 บาท) กำไรสุทธิ 1Q26 ดีกว่าตลาดคาด; แนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่องใน 2Q26E
( - ) SNNP (ปรับลงเป็น ถือ/ปรับเป้าลงเป็น 6.20 บาท) กำไร 1Q26 ชะลอตัวจากกำลังซื้อทั้งในและต่างประเทศที่หดตัว
( - ) AAI (ถือ/เป้า 4.00 บาท) กำไรปกติ 1Q26 ต่ำคาดหลังลูกค้าชะลอรอดูสถานการณ์
( 0 ) TU (ซื้อ/เป้า 12.80 บาท) 1Q26 ใกล้เคียงตลาดคาด โต YoY จากปรับราคาขึ้น ชะลอ QoQ ตามฤดูกาล
Company Update:
( 0 ) HMPRO (ถือ/เป้า 7.00 บาท) แนวโน้มปี 2026E ยังฟื้นช้า ตามเศรษฐกิจ รอ catalyst ใหม่หนุน