logo
search
flag-th
share-icon

MORNING BELL 10 JULY 26

SET Outlook
คาดดัชนีฯ มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น หลังตลาดโลกลดความกังวลที่มีต่อสถานการณ์ตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันดิบอ่อนตัวลง และปัจจัยในประเทศที่สำคัญคือ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.เงินกู้ฯไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ทำให้ SET Index รอบนี้ อาจวิ่งไปสูงสุดที่ 1620-1640 จุด ได้เลย หากรัฐบาลประสบความสำเร็จในการออกมาตรการเศรษฐกิจได้ถูกใจนักลงทุน (ก่อนหน้านี้ ต้องรอผลตัดสิน รัฐบาลจึงทำอะไรไม่ได้มากนัก)
ปัจจัยในประเทศ
• ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติไม่เอกฉันท์ 7 ต่อ 2 เห็นว่า ร่างพระราชกำหนดกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบ จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้ ถือเป็นเรื่องที่สำคัญต่อตลาดหุ้นไทยและทิศทางเศรษฐกิจ การที่ พ.ร.ก. ฉบับนี้ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ จึงเป็นข่าวบวกของตลาด และบวกต่อหุ้นโรงไฟฟ้า EV และนิคมฯ โดยตรง
• ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน มิ.ย. เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 50.7 ซึ่งเป็นการพลิกกลับมาฟื้นตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน
• บีโอไอไฟเขียว 9 โครงการลงทุนใหม่มูลค่ารวม 6.63 หมื่นล้านบาท นำโดยแผนสร้างโรงงานอัจฉริยะของเนสท์เล่มูลค่า 2.3 หมื่นล้านบาท
• ไทยและมาเลเซียบรรลุข้อตกลงยุติข้อพิพาทด้านการค้าอาหารทะเล คาดว่าการค้าประมงระหว่างสองประเทศจะกลับสู่ภาวะปกติในเร็วๆ นี้
• กระทรวงการคลังเตรียมนำเสนอการปรับปรุงหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ในวันอังคารหน้า
• "อนุทิน" เตรียมเปิดสภา กทม. นัดแรกในวันที่ 13 ก.ค. นี้ เพื่อพิจารณาประเด็นสำคัญรวมถึงการโอนรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้รัฐบาล
ปัจจัยต่างประเทศ:
• สถานการณ์ตะวันออกกลาง : สหรัฐฯ และอิหร่านมีรายงานผลัดกันโจมตีเพิ่มเติมในหลายพื้นที่ของตะวันออกกลาง ทำให้ความเสี่ยงต่อข้อตกลงหยุดยิงและกระบวนการเจรจากลับมาเปราะบางอีกครั้ง ..... เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุผ่าน Fox ว่าการเจรจาทางเทคนิคกับอิหร่านยังดำเนินต่อไป แม้มีการโจมตีและความตึงเครียดทางทหารเพิ่มขึ้น
• การสัญจรทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซแทบจะหยุดชะงักลง หลังจากการโจมตีทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก
• ราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปพุ่งสูงกว่า 50 ยูโรต่อเมกะวัตต์ชั่วโมง หลังจากกาตาร์ระงับการเร่งกำลังผลิต LNG เนื่องจากความเสี่ยงในช่องแคบฮอร์มุซ
• ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดตลาดในแดนบวก ( Dow Jones Index +0.27%; S&P-500 Index +0.81%)  โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของหุ้นกลุ่มชิปและประเด็นความเคลื่อนไหวสำคัญในภาคเทคโนโลยี ขณะที่ตลาดน้ำมันเริ่มคลายความกังวลหลังมีสัญญาณเชิงบวกจากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
• ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐฯ ลดลง 2,000 ราย มาอยู่ที่ 215,000 ราย บ่งชี้ว่าตลาดยังมีการเลิกจ้างงานในระดับที่จำกัด
เจาะลึกข้อมูลผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย (Strategic Analysis)
• ผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น (สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน): จะเป็นปัจจัยหนุนเชิงบวกต่อกลุ่มผู้ผลิตน้ำมัน (เช่น PTTEP, PTT) และผู้ผลิตปิโตรเคมีขั้นต้น (เช่น PTTGC, IRPC, IVL)
• ในทางกลับกัน ต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นและปัญหาห่วงโซ่อุปทาน จะกดดันอัตรากำไรและเป็นผลลบต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า (เช่น BGRIM, GPSC), ท่องเที่ยว, โรงแรม, ค้าปลีก, และสายการบิน (เช่น AAV, BA)
• ทิศทางเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น จะเป็นปัจจัยบวกเพิ่มเติมต่อกลุ่มผู้นำเข้า กลุ่มโรงไฟฟ้า และสายการบินที่มีภาระหนี้สกุลเงินดอลลาร์ (เช่น GULF, RATCH) แต่จะกดดันรายได้ของกลุ่มส่งออก (เช่น HANA, DELTA)
 
Fund Flow และตลาดการเงิน:
• ตลาดหุ้น (SET+MAI): มูลค่าการซื้อขายรวม 79,975.90 ล้านบาท และ ต่างชาติซื้อสุทธิ 8,685.57 ล้านบาท
• ค่าเงินบาท: ปิด 33.44/45 บาท/ดอลลาร์
Strategy
• ตลาด แสดงความแข็งแกร่ง หลังตลาดหุ้นหลายประเทศไม่หวั่นกลัวการกลับมาใช้กำลังทางทหารของสหรัฐฯและอิหร่าน และได้ตัวช่วยสำคัญ คือผลตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ออกมาเป็นบวกต่อตลาด
• กลยุทธ์ลงทุน เราแนะนำให้ hold หรือ กลับมาซื้อหุ้นอีกครั้ง แต่ขอให้เป็นหุ้นที่ล้อกับตลาด(ขาขึ้น) รวมไปถึงหุ้นที่ราคาลงมามากๆ อาทิ หุ้นค้าปลีก และอสังหาฯ(บางตัว)
• ผลการวินิจฉัยของศาลฯ ในเรื่อง พ.ร.ก. เงินกู้ ผลที่ออกมา บวกต่อหุ้นที่เกี่ยวข้อง อาทิ รับเหมาฯ (STECON), นิคมฯ (WHA*, AMATA*), โรงไฟฟ้า (BGRIM, GUNKUL*) , EV (KGEN*)
• หุ้นที่มีความแข็งแกร่งเหนือตลาด รอบนี้ จะยังเป็นหุ้นในกลุ่ม high dividend อาทิ หุ้นธนาคาร , PTT*, PTTEP
• พอร์ตหุ้นแนะนำ: เรานำ GUNKUL*, CRC เข้ามาในพอร์ต หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย GUNKUL*(10%), CRC(10%), STA*(10%), PTTEP (10%), ADVANC(5%), PTT* (10%), AOT (10%), GULF* (10%), KTB (10%), WHA* (10%)
Technical  : MINT, THANI
 
News Comment
( + ) Bank (Overweight), Power (Overweight) ศาลรัฐธรรมนูญไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและรถ EV
( + ) NEO (ซื้อ/เป้า 22.00 บาท) แนวโน้มธุรกิจ 2H26E เติบโต HoH จากโครงการรัฐหนุน
( + ) TFM (ถือ/เป้า 6.70 บาท) นายกฯ มาเลเซียนำทีมเคลียร์ปมสินค้าประมงกับไทย ไฟเขียว MOU คาดมีผลใน 1 สัปดาห์
( - ) BTS (ถือ/เป้า 2.40 บาท), STECON (ถือ/เป้า 13.50 บาท) กลุ่ม CP ส่งหนังสือถึง รฟท. แจ้งขอใช้สิทธิสิ้นสุดสัญญาไฮสปีด 3 สนามบิน
( 0 ) Construction Services (Neutral) รฟม. เปิดเผยว่ายังอยู่ระหว่างเร่งแก้ไขเหตุน้ำซึมอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้
 
Company Report
( 0 ) SCC (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 280.00 บาท) คาดกำไร 2Q26E ที่แข็งแกร่ง; ปริมาณขายอาจชะลอใน 3Q26E
 

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์