SET Outlook
คาดดัชนีฯ จะปรับตัวลงตามตลาดอื่นๆ หลังอิหร่านจะตอบโต้ประเทศอื่นๆ หลังแหล่ง Gas ถูกโจมตีไปเมื่อวานนี้ ราคาน้ำมันดิบและราคา Gas ในตลาดโลกพุ่งขึ้น ด้านของไทยนักลงทุนบางส่วนอาจชะลอการลงทุนเพื่อประเมินผลตัดสินของศาลฯ และรอดูความสำเร็จในการตั้งรัฐบาลในวันนี้
ปัจจัยในประเทศ
• ศาลรับคำร้องบัตรเลือกตั้ง: ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องกรณีการใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่อาจละเมิดความลับในการลงคะแนน ซึ่งสร้างความเสี่ยงต่อการที่ผลการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะและอาจส่งผลกระทบต่อการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยศาลได้สั่งให้คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) และผู้ที่เกี่ยวข้องจัดทำคำชี้แจงและส่งพยานหลักฐานภายใน 15 วันเพื่อพิจารณาวินิจฉัยต่อไป ซึ่งตรงกับช่วงที่จะมีการโปรดเกล้าฯ ครม. ชุดใหม่หากการโหวตเลือกนายกฯ ในวันนี้ดำเนินไปตามปกติ .... ตลาดอาจรอดูผลการวินิจฉัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อใกล้วันตัดสิน วันนี้ จับตาการประชุมสภาฯ เพื่อตั้งรัฐบาล
• ค่าเงินบาท: ปิดตลาดที่ระดับ 32.36 บาท/ดอลลาร์ นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงรอดูท่าทีและประเมินถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ เพื่อดูแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเป็นหลัก
• กระแส Fund Flow: นักลงทุนต่างชาติ ในตลาดหุ้น ขายสุทธิ 1,603 ล้านบาท (รวมตลาด SET และ MAI)
ในตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติมี ยอดซื้อสุทธิ 2,599 ล้านบาท
ปัจจัยต่างประเทศ:
• อิหร่านอ้างว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลได้โจมตีแหล่งก๊าซ South Pars ซึ่งหากได้รับการยืนยัน จะถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มสงครามที่โครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตต้นน้ำ (Upstream) ถูกล็อกเป้า ข่าวนี้ผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ดีดตัวขึ้นทะลุ 105 ดอลลาร์/บาร์เรล ในช่วงสั้นๆ
• โรงงาน LNG กาตาร์เสียหายหนัก: แหล่งผลิตและส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างศูนย์อุตสาหกรรม Ras Laffan ในกาตาร์ (ซึ่งเคยครองสัดส่วน 20% ของซัพพลายโลก) ถูกขีปนาวุธอิหร่านโจมตีจนเกิดเพลิงไหม้และได้รับ "ความเสียหายอย่างกว้างขวาง" เหตุการณ์นี้ส่งผลให้กาตาร์สั่งขับไล่เจ้าหน้าที่ทูตทหารและฝ่ายความมั่นคงของอิหร่านออกนอกประเทศภายใน 24 ชั่วโมง....ผู้เชี่ยวชาญจาก Wood Mackenzie และ Columbia University ประเมินว่านี่คือสิ่งที่ตลาดก๊าซโลกหวาดกลัวที่สุด และคาดว่ากาตาร์อาจไม่สามารถกลับมาผลิตและส่งออก LNG สู่ตลาดโลกได้ทันก่อนช่วงกลางปีนี้ (Middle of the year) ซึ่งจะกระทบอย่างหนักต่อเอเชียและยุโรปที่พึ่งพาก๊าซเพื่อผลิตไฟฟ้า
• ผลการประชุม FOMC: Fed มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% …… Fed คงดอกเบี้ยตามคาด และยังคง median forecast ที่บ่งชี้การลดดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ พร้อมยอมรับว่าความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลาง
• การประชุม BOJ: ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีแนวโน้มจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.75% ดังเดิม เนื่องจากสงครามอิหร่านที่มีผลกระทบต่อราคาพลังงาน และทิศทางเศรษฐกิจโลกอยู่ในขณะนี้ ขณะที่นายกฯ ทาคาอิจิ พบปธน. ทรัมป์ ณ กรุงวอชิงตัน หารือเรื่องการส่งเรือรบไปช่องแคบฮอร์มุซและความมั่นคง ซึ่งญี่ปุ่นปฏิเสธ ทำให้ทรัมป์วิจารณ์ญี่ปุ่นในประเด็นดังกล่าว ..... ญี่ปุ่นค่อนข้างระมัดระวังในการแสดงจุดยืนสนับสนุนสงคราม เนื่องจากจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นอย่างมาก เพราะมีการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเป็นหลัก
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• EC - ECB Main Refinancing Rate; (คาดการณ์: 2.15%, ครั้งก่อน: 2.15%)
• JN - BOJ Target Rate; (คาดการณ์: 0.75%, ครั้งก่อน: 0.75%)
• TH – การประชุมรัฐสภาลงมติโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 33
Strategy
• ตลาดกลับมากังวลกับการที่อิหร่านถูกโจมตีแหล่ง Gas ‘South Pars’ และอาจมีการตอบโต้ที่ตามมาจากทางอิหร่าน ขณะที่ตลาดจะรอดูผลการวินิจฉัยของศาลฯ ในเรื่องบัตรเลือกตั้ง นักลงทุนบางส่วนอาจชะลอการลงทุนเพื่อรอดูผล ทั้งนี้ เราประเมินว่า หากมีการตั้งรัฐบาลเสร็จแล้ว(น่าจะวันนี้) โอกาสที่จะมีการตัดสินให้เลือกตั้งใหม่ จะเป็นไปได้ค่อนข้างยาก
• กลยุทธ์ลงทุน ยังมีความไม่แน่นอนในเรื่องสงคราม แต่สำหรับนักเก็งกำไร สามารถเรามาลงทุนในกรอบเวลาสั้นๆได้
• ผลจากการที่แหล่ง Gas ของอิหร่านถูกโจมตี ควรระวังหุ้นที่จะถูกกระทบจากราคา Gas ที่สูงขึ้น คือ หุ้นโรงไฟฟ้า ขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มปิโตรเคมี จะเป็นผู้ได้ประโยชน์จากกำลังการผลิตปิโตรเคมีของตะวันออกกลางที่จะลดลง รวมไปถึง PTTEP ที่ได้ประโยชน์ทางตรงจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นด้วย
• นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ AOT ออก หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย BDMS*(20%), SCB(10%), ADVANC*(10%)
Technical : KKP, AAI
News Comment:
( 0 ) Aviation (Neutral) วิทยุการบินประเมินความขัดแยังตะวันออกกลางกระทบยกเลิก 1 พันเที่ยวบิน คิดเป็นประมาณ 3%
Company Update:
( + ) SCGP (ซื้อ/เป้า 23.00 บาท) คาด margin สูงขึ้นใน 1Q26E; ต้นทุนน่าจะยังต่ำต่อเนื่องใน 2Q26E