logo
search
flag-th
share-icon

MORNING BELL 2 MAR 26

SET Outlook
คาดดัชนีฯ จะมีความความผันผวน ตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง หากจบได้หรือวงจำกัด จะเป็นบวกต่อตลาด ด้านความผันผวนจากการ rebalance ของ MSCI จะหมดไปแล้ว แต่จะมีเรื่องของการรายงานกำไรตลาดที่จะสิ้นสุดในวันจันทร์นี้ พร้อมกับการขึ้น “XD” ของหุ้นต่างๆ ที่จะลดกำลังซื้อหุ้นในตลาดลง นอกจากนี้ ยังต้องรอดูว่า จะมีการยื่นฟ้อง กกต. ในแบบใดด้วย .... ประเมินกรอบดัชนีฯ สัปดาห์นี้ ไว้ที่ 1500-1560 จุด
ปัจจัยในประเทศ
• การเมืองไทย: ติดตามประเด็น ‘บัตรเลือกตั้ง’ ของ กกต. จะมีการฟ้องร้องเกิดขึ้นหรือไม่ และศาลรัฐธรรมนูญจะมีความเห็นอย่างไร ตลาดจะได้เห็นความชัดเจนเรื่องนี้ในสัปดาห์นี้ หากหลักฐานการชี้แจงไม่มีน้ำหนักเพียงพอจะกระทบกับความเชื่อมั่น และไทม์ไลน์การจัดตั้งรัฐบาลที่จะคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในมี.ค.นี้ จะถูกเลื่อนออกไปด้วย
• ธปท. รายงานว่าเศรษฐกิจไทยเดือนมกราคม 2569 ขยายตัวดีขึ้นแต่อาจโตชะลอตัวลงในไตรมาสที่ 1 เนื่องจากหมดมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามคือนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และงบประมาณปี 2570 พร้อมระบุระบุว่าเงินบาทมีความผันผวนสูงจากปัจจัยต่างประเทศและความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจโลก
• MSCI Rebalance จบแล้ว: ตลาดผันผวนตอบสนองการ Rebalance เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (ราคาปิด 27 ก.พ.) สัปดาห์นี้จะไม่ได้รับผลกระทบแล้ว นอกจาก CPAXT ที่คาดว่าจะผันผวนต่ออีก 1-2 วัน
• กำไรตลาด: วันนี้ (2 มี.ค.) เป็นวันสุดท้ายของการส่งงบ กำไร 4Q2025 เราประเมินไว้ที่ 2.2 แสนล้านบาท (+34% YoY, -15% QoQ) .... ล่าสุด รวบรวมไป 678 บริษัท มีกำไร 4Q รวม 2.29 แสนลบ. สูงกว่าที่เราคาดเล็กน้อย ทั้งนี้ P/E ตลาด ปี ’25 และ ’26 อยู่ที่ 17.2 และ 18.5 เท่า ตามลำดับ ซึ่งเข้าใกล้จุดสูงสุด เมื่อปี 2023 ที่ 18.7 เท่า (ดัชนีฯ ขึ้นมามากแล้ว)
• ค่าเงินบาท: ปิดตลาดที่ระดับ 31.04/05 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวจากช่วงเช้าเนื่องจากตลาดยังไม่มีปัจจัยใหม่ โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวต้นสัปดาห์หน้าไว้ที่ 31.00-31.20 บาท/ดอลลาร์ เพื่อรอติดตามตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ
• Fund Flow ไหลเข้า: นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้น 990 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิ 6,988 ล้านบาท
• ภาพรวมกระแสเงินทุนในตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชีย 27 ก.พ. กลุ่มประเทศที่เงินทุนไหลเข้า: ตลาดหุ้นไทยมีเม็ดเงินไหลเข้า 31 ล้านดอลลาร์สหรัฐ, ฟิลิปปินส์ไหลเข้า 16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเวียดนามไหลเข้า 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
กลุ่มประเทศที่เงินทุนไหลออก: ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เผชิญกระแสเงินทุนไหลออกอย่างหนักถึง -4,856 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามมาด้วยอินโดนีเซีย -41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และศรีลังกา -1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปัจจัยต่างประเทศ:
• สหรัฐฯ-อิหร่าน: สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน เช้าวันที่ 28 ก.พ.(ตามเวลาในประเทศไทย) จนนำไปสู่การเสียชีวิตของผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ทั้งนี้ สถานการณ์ต่อจากนี้ไป จะเป็นตัวแปรที่ชี้ทิศทางสินทรัพย์ทางการเงินทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นทางบวกหรือลบ โดย  น้ำมัน-ทองคำ-Crypto ราคาจะเคลื่อนไหว สัมพันธ์กับความเป็นไปของสถานการณ์นี้
• น้ำมัน : ความเสี่ยงหลักที่ตลาดน้ำมันกำลังเผชิญคือโอกาสที่จะเกิดการปิดล้อม "ช่องแคบฮอร์มุส"  ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดในการขนส่งน้ำมันและก๊าซจากตะวันออกกลางสู่ตลาดโลก โดยมีน้ำมันดิบไหลผ่านจุดนี้ถึง 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือเกือบ 20% ของปริมาณการใช้น้ำมันทั่วโลก ล่าสุด สมาชิกหลัก OPEC+ เตรียมที่จะเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นอีก 206,000 บาร์เรลต่อวัน …  เราประเมินว่า หากมีการปิดทางออกของน้ำมัน อาจทำให้ราคาน้ำมันขยับขึ้น แต่ทั้งนี้ ขึ้นกับว่าจะยืดเยื้อหรือไม่ด้วย
• จีนเตรียมจัดการประชุมประจำปี "Two Sessions" (การประชุมสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งชาติจีนและการประชุมสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติ) ในวันที่ 4-5 มี.ค. ซึ่งเป็นที่จับตาอย่างมากเนื่องจากคาดว่าจะมีการเปิดเผยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 ในขณะที่ฝั่งสหราชอาณาจักร ราเชล รีฟส์ (Rachel Reeves) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเตรียมแถลงงบประมาณฤดูใบไม้ผลิ (Spring Statement) เพื่อสรุปแนวโน้มเศรษฐกิจและการคลังล่าสุด
• ตลาดการเงินทั่วโลกจะให้ความสำคัญกับรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ที่จะเผยแพร่ในวันศุกร์นี้ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์เบื้องต้นว่าตัวเลขการจ้างงานจะเพิ่มขึ้นประมาณ 60,000 ตำแหน่ง
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
2 มี.ค. 69
   • US - ISM Manufacturing; (คาดการณ์: 51.55, ครั้งก่อน: 52.6)
3 มี.ค. 69
   • EC - CPI YoY; (คาดการณ์: 1.63%, ครั้งก่อน: 1.70%)
   • EC - CPI Core YoY; (คาดการณ์: --, ครั้งก่อน: 2.20%)
Strategy
• ตลาดยังอิงกับ สถานการณ์ตะวันออกกลาง (บวกหรือลบ) จะมีผลต่อทิศทางการลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะสินทรัพย์ ที่อิงกับความเสี่ยงในเรื่องสงคราม ส่วนใหญ่จะเป็นหุ้น Commodity โดยเฉพาะทองคำและน้ำมัน
• กลยุทธ์ลงทุน เราแนะให้รอดูความชัดเจนของสถานการณ์ตะวันออกกลาง ว่าจะไปทางใด จะควรพอร์ตที่จะกลับเข้าซื้อหรือขาย(หุ้น) อย่างไรก็ตาม เรายังให้ความสนใจ กับหุ้นธนาคาร ยังคงเป็นกลุ่มที่มีความน่าลงทุน หรือเป็นกลุ่มหลักๆ อยู่ต่อไป
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เราคงหุ้นเดิมไว้ทั้งหมด หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย CPF*(10%), BDMS*(10%), KKP(10%), CPN(10%),  KTB(10%)
Technical  : TURBO, SPRC
 
News Flash
( +/- ) หุ้นที่กระทบจากสงครามอิสราเอล-อิหร่าน
( 0 ) PRM (ซื้อ/เป้า 8.20 บาท) สงครามอิสราเอล/สหรัฐ-อิหร่าน ผลกระทบยังจำกัดต่อธุรกิจ COC, OSV แต่จะเป็นบวกต่อเรือ FSU
Company Report
( + ) Energy (Neutral) ความรุนแรงสงครามอิสราเอล-อิหร่านน่าจะแตะระดับสูงสุดแล้ว
( + ) SHR (ปรับขึ้นเป็น ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 2.60 บาท) การขายโรงแรมที่ UK ทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้นได้ดีในระยะยาว
( + ) KLINIQ (ซื้อ/เป้า 31.00 บาท) กำไร 4Q25 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ตามคาด
( - ) SNNP (ซื้อ/ปรับเป้าลงเป็น 8.20 บาท) กำไร 4Q25 ต่ำคาดจาก GPM อ่อนตัว,คาดกำไร 1Q26E ฟื้น QoQ
( 0 ) CRC (ถือ/เป้า 20.50 บาท) กำไร 4Q25 ใกล้เคียงคาด จากการฟื้นตัวของธุรกิจ Food.
( 0 ) CK (ซื้อ/เป้า 23.00 บาท) เป้าหมายปี 2026E ใกล้เคียงคาด, แนวโน้มงานใหม่ทยอยคืบหน้า 2H26E
 
 

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์