SET Outlook
คาดสัปดาห์นี้ ตลาดหุ้นไทยยังคงมีเสน่ห์ หลังรัฐบาลกลับมาใช้เงินกู้ได้เต็มจำนวนที่ขอ (ถ้าผ่านกระบวนการครบแล้ว) และ Flow ของนักลงทุนที่กลับเข้าตลาด หลังลดความกังวลในทิศทางหุ้น Tech ด้านสถานการณ์ตะวันออกกลาง กลับมาคุกกรุ่นอีกครั้ง รบกวนตลาดหุ้นเป็นระยะๆ ทั้งนี้ เราประเมินกรอบดัชนีฯ สัปดาห์นี้ไว้ที่ 1610-1640 จุด
ปัจจัยในประเทศ
• ศาลรัฐธรรมนูญ: มีมติ 7 ต่อ 2 ชี้ พ.ร.ก.กู้เงินพลังงาน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ รัฐบาลเดินหน้าลงทุนพลังงานสะอาดได้ แต่ทุกโครงการต้องผ่านคณะกลั่นกรองเพื่อความโปร่งใส
• หนี้สาธารณะของไทย ณ พ.ค.69 อยู่ที่ 12.86 ล้านล้านบาท หรือ 66.82% ของ GDP หากรัฐบาลกู้เงินเต็มจำนวนที่ขอ คือ 4แสนล้านบาท หนี้สาธารณะ อาจเพิ่มขึ้นถึง 19.2 ล้านล้านบาท หรือ 68.9% ของ GDP
• มหาดไทยสั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ยกเลิกแผนจัดทำข้อเสนอโครงการระดับท้องถิ่นภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงินฯ เพื่อดึงเม็ดเงินไปกระจุกตัวที่เมกะโปรเจกต์ระดับชาติแทน
• รัฐบาลเร่งเยียวยาเกษตรกรอีสานจากผลกระทบ 8 โครงการรัฐ พร้อมเร่งเดินหน้าแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ช่วย 2.7 หมื่นรายพ้นวิกฤต ลดภาระหนี้ได้กว่า 3.5 พันล้านบาท
• ประเด็นไฮสปีด 3 สนามบิน: กลุ่ม CP ชี้แจงไม่ได้ต้องการล้มสัญญา แต่ติดปัญหาการส่งมอบพื้นที่และ TOR ไม่ตรงความจริง ขณะที่นายกฯ ย้ำเอกชนยกเลิกสัญญาฝ่ายเดียวไม่ได้
• ก.ล.ต. และ บก.ปอศ. เดินหน้าเร่งบังคับใช้กฎหมาย ร่วมสอบปากคำ "สุภาพร พิมพงษ์" กรณีรายงานแบบ 246-2 แจ้งเท็จ เพื่อปกป้องนักลงทุนในตลาด
• รมว.พาณิชย์ 'ศุภจี' เตรียมบินสหรัฐฯ 15-17 ก.ค. เจรจาแก้ปมมาตรา 301-122 หวังลดภาษีสินค้าไทยเหลือ 10% พร้อมยืนกรานไม่ยอมลดมาตรฐานสารเร่งเนื้อแดง
• แฉเครือข่ายขบวนการฟอกสัญชาติ "กุมารจีน" พบ 6 โรงพยาบาลเอกชนส่อเอี่ยวรู้เห็น คาดอาจทำรัฐสูญงบดูแลสูงถึง 4.8 พันล้านบาท
ปัจจัยต่างประเทศ:
• สถานการณ์ตะวันออกกลาง: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ประกาศอย่างชัดเจนว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้ "สิ้นสุดลงแล้ว" แม้จะระบุว่ายังคงเปิดรับการเจรจาอยู่ก็ตาม
• การโจมตีตอบโต้กัน: ความตึงเครียดปะทุขึ้นอีกครั้งเมื่ออิหร่านยิงขีปนาวุธอย่างน้อย 2 ลูกโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงมีการยิงโจมตีใส่บาห์เรนและคูเวต ในขณะเดียวกัน กาตาร์ได้ยิงสกัดขีปนาวุธที่คาดว่ามาจากอิหร่าน ส่งผลให้เศษชิ้นส่วนร่วงหล่นใส่พลเรือนจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ด้านสหรัฐฯ โจมตีกลับ: เพื่อเป็นการตอบโต้ สหรัฐฯ ได้ เปิดฉากโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ในอิหร่านมากกว่า 80 เป้าหมาย
• ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ: สหรัฐฯ จะมีการรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมิถุนายน คาดว่าจะแสดงให้เห็นถึงการผ่อนคลายเล็กน้อยในอัตราเงินเฟ้อทั่วไป และประธานเฟด เควิน วอร์ช จะให้การต่อคณะกรรมการบริการทางการเงินของสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับรายงานนโยบายการเงินครึ่งปีของธนาคารกลาง
• ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เข้าสู่ช่วงงดให้ข้อมูล ก่อนการประชุมกำหนดอัตราดอกเบี้ยในวันที่ 22-23 กรกฎาคม และการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลกและการประชุมระดับสูงว่าด้วยการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ระดับโลกจัดขึ้นที่เซี่ยงไฮ้จนถึงวันที่ 20 กรกฎาคม
• IEA ประเมินอุปสงค์น้ำมันโลกปี 2569 อาจหดตัวลง 1 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงโควิด-19 โดยมีผลกระทบความตึงเครียดในอ่าวเปอร์เซียเป็นตัวแปร
• หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์มีทิศทางบวก นำโดย SK Hynix ที่ระดมทุน ADR สำเร็จในสหรัฐฯ สะท้อนความเชื่อมั่นว่ายุค AI จะช่วยพยุงไม่ให้เกิดวัฏจักร Boom-and-Bust ของชิปอีก
เจาะลึกข้อมูลผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย (Strategic Analysis)
• ผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น: การปะทะกันระลอกใหม่ในตะวันออกกลางจะหนุนให้ราคาน้ำมันดิบยืนสูง เป็นบวกต่อกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีขั้นต้น (PTTEP, PTTGC) แต่นับเป็นปัจจัยลบกดดันต้นทุนกลุ่มโรงไฟฟ้า (GPSC, BGRIM, GULF*), ธุรกิจสายการบิน และกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรม
• อานิสงส์จาก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท: แม้มีการตัดโครงการระดับท้องถิ่นออกไป แต่จะส่งผลดีต่อกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ (Big Cap) ที่อิงกับเมกะโปรเจกต์ระดับชาติ เป็นบวกโดยตรงต่อกลุ่มรับเหมาก่อสร้างสายส่ง (STECON), นิคมอุตสาหกรรม (WHA*, AMATA*), โรงไฟฟ้า (BGRIM, GUNKUL*) และยานยนต์ไฟฟ้า (KGEN*)
• ทิศทางค่าเงินบาท: ล่าสุดเงินบาทปิดแข็งค่าที่ระดับ 33.32 บาท/ดอลลาร์ สอดคล้องกับภูมิภาค ปัจจัยนี้จะช่วยบรรเทาภาระของหุ้นกลุ่มที่มีหนี้ต่างประเทศสูง (เช่น โรงไฟฟ้า) แต่อาจกดดันรายได้เมื่อแปลงกลับเป็นบาทของกลุ่มอุตสาหกรรมส่งออก (Export)
Fund Flow และตลาดการเงิน:
• ตลาดหุ้น (SET+MAI): มูลค่าการซื้อขายรวม 77,832.90 ล้านบาท และ ต่างชาติซื้อขายสุทธิ ซื้อสุทธิ 2,178.87 ล้านบาท
• ตลาดตราสารหนี้: มูลค่าการซื้อขายรวม 102,601 ล้านบาท และ ต่างชาติซื้อขายสุทธิ ขายสุทธิ 9,364 ล้านบาท
• ค่าเงินบาท: ปิด 33.32 บาท/ดอลลาร์
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• Date: 13/7/2026, Event: หุ้นธนาคาร(ไทย) ทยอยรายงานผลประกอบการในสัปดาห์นี้, Surv= -3% yoy ; -4% qoq
• Date: 14/7/2026, Event: US CPI MoM (Jun), Surv= -0.08%, Prior= --
• Date: 14-15/7/2026, Event: ถ้อยแถลงประธานเฟด (เควิน วอร์ช) ต่อรัฐสภาสหรัฐฯ
Strategy
• ตลาดหุ้นไทย ปัจจัยลบลงลดอย่างมีนัยยะสำคัญ แต่มีประเด็นตะวันออกกลางกลับเข้ามาสร้างความกังวลให้กับตลาด อย่างไรก็ตา เรายังคงมุมมองต่อตลาด 2 เรื่องไว้ คือ FLow ต่างชาติจะกลับตลาดเอเซียและไทย คล้ายกับช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. 69 และเป้าดัชนีฯ (SET Index) รอบนี้ให้ไว้ที่ 1620-40 จุด
• กลยุทธ์ลงทุน เราแนะนำให้ กลับมาซื้อหุ้นอีกครั้ง แต่ขอให้เป็นหุ้นที่ล้อกับตลาด(ขาขึ้น) รวมไปถึงหุ้นที่ราคาลงมามากๆ อาทิ หุ้นค้าปลีก และอสังหาฯ(บางตัว)
• ผลการวินิจฉัยของศาลฯ ในเรื่อง พ.ร.ก. เงินกู้ ผลที่ออกมา บวกต่อหุ้นที่เกี่ยวข้อง อาทิ รับเหมาฯ (STECON), นิคมฯ (WHA*, AMATA*), โรงไฟฟ้า (BGRIM, GUNKUL*) , EV (KGEN*)
• เรายังเชื่อว่า หุ้นที่มีความแข็งแกร่งเหนือตลาดของรอบนี้ จะยังเป็นหุ้นในกลุ่ม high dividend อาทิ หุ้นธนาคาร , PTT*, PTTEP
• พอร์ตหุ้นแนะนำ: เรานำ SCB เข้ามาในพอร์ต หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย SCB(5%), GUNKUL*(10%), CRC(10%), STA*(10%), PTTEP (10%), ADVANC(5%), PTT* (10%), AOT (10%), GULF* (10%), KTB (10%), WHA* (10%)
Technical : KBANK, BDMS
News Flash:
( + ) SJWD (ซื้อ/เป้า 10.50 บาท) มั่นใจผลงาน 2Q26E โต QoQ ยานยนต์ฟื้น ขนส่งและคลังสินค้าเติบโต
( + ) PLANB (ซื้อ/เป้า 5.50 บาท) ปี 26E รายได้โตเกิน +10%, 2Q26E โตต่อ
( 0 ) BEM (ซื้อ/เป้า 9.00 บาท) Ridership มิ.ย. 2026 โตดี MoM ตามฤดูกาล, แนวโน้มกำไร 2Q26E ทรง YoY แต่ขยายตัว QoQ อานิสงส์เงินปันผล
Company Update:
( + ) NEO (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 27.00 บาท) กำไร 2Q26E โตเด่นสูงสุดในรอบ 5 ไตรมาส ทะลุคาดการณ์เดิม
( 0 ) SAV (ซื้อ/เป้า 14.50 บาท) จำนวนเที่ยวบิน มิ.ย.26 เริ่มฟื้นตัว; กำไรยังมี upside จากงานประมูล