SET Outlook
คาดดัชนีฯ ยังมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น แม้ผลประชุม FOMC จะออกมาลบเล็กน้อย แต่ตลาดได้ปัจจัยบวกเข้ามาเช้านี้ คือการลงนามใน MOU ข้อตกลงหยุดยิง(ชั่วคราว) ระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่ออกมาเช้านี้
ปัจจัยในประเทศ
• นายกฯ เซ็นตั้งคณะกรรมการ กรอ. ผนึกรัฐร่วมเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ‘อนุทิน’ นั่งประธาน ‘เอกนิติ’ รองประธาน เตรียมประชุมนัดแรก 22 มิ.ย.นี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาอุปสรรคทางเศรษฐกิจของภาคเอกชน
• การขายพันธบัตรของประเทศไทยในปีงบประมาณนี้จะต่ำกว่าเป้าหมายเนื่องจากความระมัดระวังของนักลงทุนภายหลังความขัดแย้งในตะวันออกกลาง คาดการณ์ว่าการออกพันธบัตรทั้งหมดจะอยู่ที่ประมาณ 1.26 ล้านล้านบาท ต่ำกว่าแผนเดิมที่ 1.3 ล้านล้านบาท ประมาณ 3% โดยกระทรวงการคลังวางแผนที่จะเสนอขายพันธบัตรมากถึง 338 พันล้านบาทในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน ซึ่งเป็นการขายรายไตรมาสที่สูงที่สุดในปีงบประมาณนี้
• ผู้ถือหุ้น "การบินไทย" เสนอขายหุ้นบิ๊กล็อต 564.96 ล้านหุ้น ที่ราคา 6.00 บาทต่อหุ้น (ต่ำกว่าราคาปิดล่าสุด 7.69%) คาดทำรายการวันที่ 18 มิ.ย. 69 นำโดยกลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์รายใหญ่ 5 แห่ง นอกจากนี้ หุ้นที่ได้รับจัดสรรแปลงหนี้เป็นทุนอีกกว่า 19,802.57 ล้านหุ้น จะพ้นระยะห้ามขาย (Creditors Lock-up) หลังวันที่ 3 ส.ค. 69
• ตลท. ประกาศรายชื่อหุ้นเข้าออกในการคำนวณดัชนีรอบครึ่งหลังปี 69 โดย BCP, MRDIYT, TFG, THAI เข้ารอบคำนวณดัชนี SET50 และดัชนี SET100 มีหุ้นเข้าใหม่คือ MRDIYT, THAI, THCOM, WHAUP
• ค่าไฟบ้านอัตราก้าวหน้าส่อสะดุด เสียงค้านมากสุด 33% กกพ. สรุปผลเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย เตรียมชงเรื่องให้ 'เอกนัฏ' รมว.พลังงาน พิจารณาตัดสินใจเชิงนโยบายต่อไป
• บริษัท โพลีเคมี ผู้ผลิตเม็ดพลาสติกคอมปาวด์จากสวีเดน เข้ามาลงทุนตั้งโรงงานแห่งแรกในอาเซียนที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง โรงงานแห่งใหม่นี้จะทำหน้าที่เป็นฐานการผลิตเพื่อป้อนสินค้าให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของพื้นที่ EEC
• NVDA06 วันนี้มีมูลค่าการซื้อขายผ่านกระดาน BIG LOT สูงสุด 90.65 ล้านบาท ที่ราคาเฉลี่ย 4.53 บาท/หุ้น
Fund Flow และตลาดการเงิน:
• ตลาดหุ้น (SET+MAI): ต่างชาติซื้อสุทธิ 956.85 ล้านบาท
• ตลาดตราสารหนี้: วันนี้มีมูลค่าการซื้อขายรวม 111,506 ล้านบาท
• ค่าเงินบาท: ปิด 32.56 บาท/ดอลลาร์ แกว่งตัวในกรอบแคบ ตลาดรอประเมินทิศทางดอกเบี้ยเฟด คาดกรอบพรุ่งนี้ที่ 32.45-32.65 บาท/ดอลลาร์
ปัจจัยต่างประเทศ:
• ผลประชุม FOMC: Fed มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ "คงอัตราดอกเบี้ย" ไว้ที่ระดับ 3.50% - 3.75% ….ค่าเฉลี่ย (Mean) ของคาดการณ์ดอกเบี้ย สิ้นปี 2026 ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 3.8% (จากเดิม 3.4% ในเดือนมีนาคม) โดย 3 ท่าน สนับสนุนให้ "ขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง" (+0.25%) .... การเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP): ปรับลดลงเล็กน้อยเหลือ 2.2% (จากเดิม 2.4%) .... ผลประชุมไม่มี surprise และทำให้ดอกเบี้ยที่ Fed มองกับตลาด อยู่ในระดับเดียวกัน เรามองเป็นลบเล็กน้อย(เพราะดอกเบี้ยจะขึ้น) แต่เป็นข่าวบวกหุ้นกลุ่มธนาคาร
• สถานการณ์ตะวันออกกลาง: ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ยุติสงครามกับอิหร่านเรียบร้อยแล้ว ระหว่างการร่วมโต๊ะอาหารค่ำกับประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ณ พระราชวังแวร์ซาย โดยภาพถ่ายเอกสารที่มีลายเซ็นถูกส่งต่อไปยังตัวแทนอิหร่านและประเทศตัวกลางทันที ส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวนี้ "มีผลบังคับใช้ทันทีในทางปฏิบัติ (Immediately in effect)" ไม่ต้องรอจนถึงวันศุกร์ตามกำหนดการเดิมที่สวิตเซอร์แลนด์ ....... ข่าวนี้ เป็นบวกต่อตลาด ลบต่อราคาน้ำมัน ช่วยลดผลลบจากการที่ Dot plot ของ Fed ให้สัญญาณขึ้นดอกเบี้ย
• หุ้นตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets): ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบสองสัปดาห์ เนื่องจากราคาน้ำมันลดลงต่ำกว่า 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และนักลงทุนมองในแง่ดีมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มของหุ้นปัญญาประดิษฐ์ (AI) “หากนักลงทุนเริ่มมองหาการลงทุนใน AI ในราคาประเมินที่ต่ำลง หุ้นเทคโนโลยีของจีนอาจได้รับประโยชน์อย่างมาก ซึ่งจะเป็นแรงหนุนที่สำคัญสำหรับหุ้นตลาดเกิดใหม่” โรเบิร์ต เนสส์ ผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอของนอร์เดียกล่าว “ความเสี่ยงคือ การค้า AI ยังคงกระจุกตัวอยู่ในสหรัฐฯ อย่างมาก ในสถานการณ์เช่นนั้น กระแสเงินทุนอาจยังคงให้ความสำคัญกับหุ้นอเมริกันแม้ว่าจะมีราคาประเมินที่สูงขึ้น ทำให้ตลาดเกิดใหม่ต้องดิ้นรนเพื่อดึงดูดเงินทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง”
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event : (16 June, 2026)
• 18/Jun/26, US FOMC Rate Decision (Upper Bound), Surv=3.75%, Prior=3.75%
• 18/Jun/26, US FOMC Rate Decision (Lower Bound), Surv=3.50%, Prior=3.50%
• 18/Jun/26, US Initial Jobless Claims, Surv=223.70k, Prior=229k
• 19/Jun/26, TH FTSE Global Equity Index Series + SpacX rebalance
• 19/Jun/26, TH ธนาคาร CLIX เปิดใช้งานวันแรก
Strategy
• ถ้านำดัชนีฯ ที่ตัดหุ้นที่มีปัจจัยเฉพาะตัวออกไป คือ DELTA และ THAI จะพบว่า ช่วงหลายวันที่ผ่านมา หุ้นตัวอื่นๆ ของตลาด ทยอยปรับตัวสูงขึ้น โดยแรงซื้อเริ่มมีการกระจายไปในหุ้นต่างๆ โดยเฉพาะหุ้นที่ราคายังขึ้นมาไม่มาก เป็นสัญญาณว่าตลาดหุ้น ยังมีแนวโน้มไปต่อ
• กลยุทธ์ :เน้นไปที่หุ้นที่ราคาเคยลงไปลึกๆ จากเรื่องของสงคราม ได้แก่ โรงไฟฟ้า อาทิ BGRIM* ส่วนหุ้นท่องเที่ยว คือ AOT, BA* และหุ้นในกลุ่มอื่นๆ ได้แก่ BDMS*, BH*, HMPRO, CPALL, CRC*, SCC และปิดท้ายด้วยเสาหลักของตลาด คือหุ้นธนาคาร
• พอร์ตหุ้นแนะนำ: เรานำ GUNKUL* ออก และนำ OR เข้ามาในพอร์ต สัดส่วนหุ้นในพอร์ตประกอบด้วย OR(10%), HMPRO(10%), BDMS*(10%), BGRIM*(10%), SCC(10%), COM7* (10%), WHA* (10%), KBANK (10%), CPN (10%)
Technical : TFG, BBIK
News Comment:
( 0 ) Power (Overweight) รัฐเดินหน้าปฏิรูปค่าไฟ แต่ยังเร่งผลักดัน Data Center หนุนอุปสงค์ไฟฟ้าระยะยาว
News Flash:
( 0 ) Ground Transport (Underweight) ก.คมนาคม เตรียมเสนอ ครม. ค่าโดยสาร 17-45 บาท และอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางซื้อคืนสัมปทาน
Company Update:
( + ) EPG (ซื้อ/เป้า 7.00 บาท) Aeroflex และ EPP ยังขยายตัวดี; ราคาน้ำมันลงช่วยลดแรงกดดันต้นทุน