logo
search
flag-th
share-icon

MORNING BELL 11 MAY 26

SET Outlook
ดัชนีฯ จะผันผวนสูง ทั้งในเรื่องของตัวแปรสำคัญ คือ สถานการณ์ตะวันออกกลาง(บวก/ลบ) การรายงานผลประกอบการ 1Q-26 จะสิ้นสุดสัปดาห์นี้ และการขึ้น/ลง ของหุ้น DELTA นอกจากนี้ นักลงทุน ทยอยปรับพอร์ต หลังมุมมองที่มีต่อสงครามที่คลายความกังวลลง หุ้นที่มีความเสี่ยง จะเป็นหุ้นที่เคยได้ประโยชน์จากสงคราม อาทิกลุ่มน้ำมัน-ปิโตรเคมี ประเมินกรอบดัชนีฯ  สัปดาห์นี้ไว้ที่ 1470-1530 จุด
ปัจจัยในประเทศ
• มาตรการเศรษฐกิจรัฐบาล: ติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณและการผลักดันโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งหากรัฐบาลอัดฉีดเงินเข้าระบบจะช่วยกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มค้าปลีก อสังหาฯ และธนาคาร แต่หากการเบิกจ่ายล่าช้า จะส่งผลลบต่อกระแสเงินสดของกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและยอดขายวัสดุก่อสร้าง
• กำไรตลาดหุ้นไทย (1Q-26) โค้งสุดท้าย: ภาพรวมการรายงานผลประกอบการจนถึงปัจจุบันพบว่า กำไรของบริษัทจดทะเบียน (Earnings Surprise) สูงกว่าคาด 11% และยอดขาย (Sales Surprise) สูงกว่าคาด 0.1% เราประเมินเบื้องต้นว่ากำไรงวด 1Q-26 ของบริษัทใน SET จะออกมาราว 2.8 แสนล้านบาท (+3% YoY) หนุนจาก Stock Gain ของกลุ่มพลังงาน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรระวังคือแนวโน้มกำไรงวด 2Q และ 3Q ที่อาจถูกกระทบจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่สูงขึ้น
• BIG LOT หุ้น KTB: เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มีการทำรายการมูลค่า 2,722 ล้านบาท ที่ราคาเฉลี่ย 32.62 บาท/หุ้น โดยวานนี้ KTB ก็มีการทำรายการ Big Lot ในระดับ 2 พันล้านบาทด้วยเช่นกัน (นักลงทุนต่างประเทศ net sell หุ้น KTB ในเดือนนี้มาแล้ว 6 พันล้านบาท)
• MSCI Rebalance: จะมีการประกาศชื่อหุ้นเข้า/ออก ในการคำนวณดัชนีฯ MSCI ในช่วงเช้าวันที่ 13 พ.ค. (เวลาประเทศไทย) โดยครั้งนี้ นอกจากการปรับตามปกติแล้ว จะมีการปรับวิธีการคำนวณ Free Float ของหุ้นแต่ละตัว (ปัดเศษทศนิยม) เรากำลังประเมินผลกระทบอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะโอกาสในการปรับน้ำหนักของหุ้นหลักอย่าง DELTA และ PTTGC เนื่องจากหุ้นที่ถูกเพิ่มน้ำหนักจะทำให้กองทุนประเภท Passive Fund ต้องเข้าซื้อตามดัชนี ซึ่งมักจะผลักดันให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรงในช่วงสั้น
• ประเด็นความเสี่ยงกลุ่ม Tech: สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดว่า บริษัทรายสำคัญผู้อยู่เบื้องหลังความพยายามขับเคลื่อนด้าน AI ของประเทศไทย ถูกสงสัยว่ามีส่วนช่วยลักลอบส่งเซิร์ฟเวอร์มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ของ Super Micro Computer Inc. (บรรจุชิปขั้นสูงของ Nvidia Corp.) ไปยังประเทศจีน โดยมี Alibaba Group เป็นหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ ประเด็นนี้อาจสร้าง Sentiment เชิงลบและเพิ่มความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Trade/Tech War) ต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไทยที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ
• Fund Flow และตลาดเงิน: เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 32.18/19 บาท/ดอลลาร์ โดยระหว่างวันแกว่งตัวอยู่ในกรอบ 32.17 - 32.33 บาท/ดอลลาร์ ....  ในตลาดหุ้น (SET+MAI) นักลงทุนต่างชาติเป็นฝั่งขายสุทธิ 1,684  ล้านบาท  ด้านตลาดตราสารหนี้: นักลงทุนต่างชาติเป็นฝั่งซื้อสุทธิ (NET INFLOW) 5,106 ล้านบาท
ปัจจัยต่างประเทศ:
• สถานการณ์ตะวันออกกลาง: อิหร่านยื่นข้อเสนอหยุดยิงไปให้สหรัฐฯ(ผ่านคนกลาง) ไปเมื่อคืนวันอาทิตย์(10 พ.ค.) ซึ่งด้านสหรัฐฯ ยังไม่ยอมรับในข้อเสนอของอิหร่าน หลังทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียว่า เขาเพิ่งได้อ่านการตอบกลับจากตัวแทนของอิหร่าน และชี้แจงชัดเจนว่าข้อเสนอนั้น "รับไม่ได้อย่าง .....  ข่าวนี้ ลบต่อตลาดโดยรวม แต่ดีต่อราคาน้ำมันและผู้ผลิตน้ำมัน
• สงครามรัสเซีย-ยูเครน: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศหยุดยิงระหว่างรัสเซียและยูเครนระหว่างวันที่ 9-11 พฤษภาคม (ตรงกับวันแห่งชัยชนะของรัสเซีย) อนุญาตให้รัสเซียจัดขบวนพาเหรดทางทหารได้โดยไม่ต้องกลัวการตอบโต้ รวมถึงจะมีการแลกเปลี่ยนเชลยศึกฝั่งละ 1,000 คน
• ทิศทางราคาน้ำมัน: ปริมาณสำรองน้ำมันทั่วโลกใกล้ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2018 แม้มีสัญญาณการลดลงที่ชะลอตัวในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่ตลาดยังคงมีความเปราะบางต่อการหยุดชะงักของอุปทานในอนาคต
• การค้าระหว่างประเทศ: นักลงทุนจับตาการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ณ กรุงปักกิ่ง ในวันที่ 14-15 พ.ค. นี้ ขณะที่ความขัดแย้งระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ กับ ฟรีดริช เมอร์ซ ทำให้ความพยายามของสหภาพยุโรปในการทำข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ก่อนการเรียกเก็บภาษีใหม่มีความซับซ้อนมากขึ้น
• การอัดฉีดของจีน: กระทรวงการคลังจีนจัดสรรเม็ดเงิน 4.58 หมื่นล้านหยวน ให้กับกองทุนต่างๆ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาการศึกษาปฐมวัยในปี 2569 (เพิ่มขึ้น 38% จากปีก่อนหน้า)
• นโยบายการเงินสหรัฐฯ (Fed): โกลด์แมน แซคส์ เลื่อนการคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยสองครั้งถัดไปของเฟดออกไปอีกหนึ่งไตรมาส เป็นเดือนธันวาคม 2026 และมีนาคม 2027 เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อมีความยืดหยัดกว่าที่ประเมินไว้
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• CH: PPI (Apr)
• CH: CPI (Apr)
• US: Existing Home Sales (Apr)
Strategy
• นักลงทุนส่วนใหญ่ยังมีความลังเลที่จะเข้าลุยซื้อหุ้น เนื่องจากปัจจัยหนุนจากเรื่องสงครามใกล้จบ สัปดาห์นี้ หุ้น DELTA จะยังมีผลต่อความผันผวนของตลาดสูงเช่นเดิม และจะเป็นสัปดาห์สุดท้ายของการรายงานผลประกอบการบริษัทในตลาดหุ้นไทยอีกด้วย เราประเมินว่าดัชนีฯ น่าจะผันผวนสูงไม่เบาเลยทีเดียว
• กลยุทธ์: เก็งกำไรช่วงสั้นเพื่อรอดูผลสัมฤทธิ์ของการเจรจาหยุดยิง เน้นหุ้นกลุ่ม Domestic Play ที่พึ่งพาเศรษฐกิจภายในประเทศและได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นของรัฐเป็นหลัก
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เราคงหุ้นเดิมไว้ หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย: CPF (10%), CPN (10%), AOT (20%), TRUE (10%), GUNKUL (10%), KTB (10%), SCB (10%), ADVANC (10%)
Technical :  PTTGC, PLANB
 
Results Review:
( + ) CPAXT (ซื้อ/เป้า 19.00) กำไร 1Q26 ดีกว่าคาด จากรายได้ New High และดอกเบี้ยลด
 
Company Update:
( + ) GPSC (ซื้อ/เป้า 44.50) SPP ยังเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในปี 2026E และมี upside จาก data center

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์