SET Outlook
ดัชนีฯ มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นต่อ และลุ้นกลับแตะ 1600 จุด เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี หลังนักลงทุนกลับเข้ามาซื้อหุ้น จากความกังวลสถานการณ์ตะวันออกกลางและแรงซื้อหุ้น Tech อย่างไรก็ตาม การเทขายหุ้น Tech ในตลาดสหรัฐฯ คืนที่ผ่านมา อาจรบกวนตลาดหุ้นไทยในวันนี้อยู่บ้าง
ปัจจัยในประเทศ
• โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” และการส่งเสริม SME: คุณศุภจี คิกออฟโครงการ "ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SME" ดันผู้ประกอบการ 2,000 รายสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ โดยตั้งเป้าผลักดันสัดส่วนรายได้ของ SME ให้เพิ่มขึ้นเป็น 40% ของระบบเศรษฐกิจ เพื่อกระจายการเติบโตสู่ฐานราก
• ความคืบหน้า พ.ร.ก. กู้เงิน: ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทำความเห็นเกี่ยวกับ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท และยื่นภายใน 7 วัน ซึ่งทาง ส.อ.ท. มองว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้จะเป็นหนึ่งในปัจจัยหนุนสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม
• การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI: คุณสารัชถ์ รัตนาวะดี เตรียมทุ่มงบกว่า 1.4 แสนล้านบาท (4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ผ่าน GULF ในช่วง 5 ปีข้างหน้า เพื่อขยาย Data Center และโครงสร้างพื้นฐานรองรับ AI โดยตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิต 2,000 เมกะวัตต์ ส่งผลให้ราคาหุ้น GULF พุ่งทำจุดสูงสุดใหม่
• ความร่วมมือระหว่างประเทศ: รัสเซียและไทยเตรียมร่างข้อตกลงระหว่างรัฐบาลเกี่ยวกับการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน คาดว่าจะได้รับการอนุมัติอย่างรวดเร็ว สินค้าที่อาจได้ประโยชน์จะเป็นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร ผลิตภัณฑ์ยา และอุปกรณ์น้ำมันและก๊าซ
• BIG LOT: หุ้น KKP มีการทำรายการ Big Lot มูลค่าสูงสุดวานนี้ที่ 74ล้านบาท
Fund Flow และตลาดการเงิน:
• ตลาดหุ้น (SET): วันที่ 4 มิ.ย. 69 ดัชนี SET ปิดบวกที่ 1594.79 จุด (+6.73 จุด หรือ +0.42%) มูลค่าการซื้อขายหนาแน่นที่ 89,750 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติเป็นฝั่งขายสุทธิ 1,473 ล้านบาท
• ค่าเงินบาท: ปิดตลาดวานนี้ที่ 32.66 บาท/ดอลลาร์ แกว่งตัวในกรอบแคบ โดยตลาดยังคงรอประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ
ปัจจัยต่างประเทศ:
• สถานการณ์ตะวันออกกลาง: ปธน.ทรัมป์กล่าวว่าการเจรจาหยุดยิงอยู่ในขั้นตอน "สุดท้าย" ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านกล่าวว่าการเจรจาหยุดชะงัก ไม่มีประจักษ์พยานถึงความคืบหน้า ด้านกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลลาห์ปฏิเสธเงื่อนไขข้อตกลงหยุดยิงของสหรัฐฯ โดยระบุว่า "ไร้สาระ" และการปะทะยังคงดำเนินต่อไปทางตอนใต้ของเลบานอน ขณะเดียวกัน สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ (นำโดยพรรครีพับลิกัน) ได้ลงมติ 215-208 เสียง ให้ยุติสงครามกับอิหร่าน สะท้อนความกดดันด้านเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในประเทศ
• แรงขายหุ้น Tech ในสหรัฐฯ: ดัชนี Dow Jones ปรับตัวบวกจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มอื่น (Rotation) ขณะที่หุ้นกลุ่ม Tech โดยเฉพาะผู้ผลิตชิปเผชิญแรงขายรุนแรง นำโดย Broadcom ที่หุ้นร่วงลงหนักสุดในรอบกว่า 16 เดือน (ลดลงถึง 15% ระหว่างวัน) หลังคาดการณ์รายได้ชิป AI ในไตรมาส 3 ไว้ที่ 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดหวังไว้ที่ 1.72 หมื่นล้านดอลลาร์
• รัสเซีย-ยูเครน : ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่ผู้นำยุโรปจะเข้ามาช่วยเจรจายุติสงครามในยูเครน โดยมองว่าพวกเขาเป็นเพียงผู้ไกล่เกลี่ย…..ปูตินย้ำว่าเขาได้บรรลุข้อตกลงกับประธานาธิบดีทรัมป์เกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพประนีประนอมในการประชุมสุดยอดที่เมืองแองเคอเรจ และรัฐสมาชิกสหภาพยุโรปสามารถมีบทบาทในการยุติสงครามได้โดยการโน้มน้าวให้เคียฟยอมรับข้อประนีประนอม
• Fed ยังมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยปีนี้: Andrew Sheets จาก Morgan Stanley มองว่า Fed อาจต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยหากเงินเฟ้อพื้นฐานยังสูงกว่าเป้าหมาย เพื่อลดแรงกดดัน ซึ่งเป็น Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มธนาคาร
• ความผันผวนของตลาดคริปโตฯ: บริษัท Strategy Inc. ทำการขาย Bitcoin เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายปี 2022 (จำนวน 32 BTC มูลค่าราว 2.5 ล้านดอลลาร์) ท้าทายจุดยืนเดิมที่จะถือครองสินทรัพย์นี้อย่างไม่มีกำหนด ทำให้ตลาดเกิดความกังวลต่อสถานะทางการเงินของบริษัท
• ความเสี่ยงของหุ้นธนาคารในเอเชีย: หุ้นธนาคารยักษ์ใหญ่เช่น HSBC, Standard Chartered, AIA และ Prudential เผชิญแรงเทขายรุนแรง หลังมีรายงานว่าสาขาของธนาคารบางแห่งระงับการเปิดบัญชีในฮ่องกงสำหรับชาวจีนแผ่นดินใหญ่ เพื่อตอบสนองต่อการควบคุมเงินทุนข้ามพรมแดนของรัฐบาลปักกิ่ง
• ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ: จำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ 225,000 ราย (สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 214,000 ราย)
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event :
• 5-Jun | TH | CPI YoY | May | Surv=3.20%, Prior=2.89%
• 5-Jun | TH | CPI NSA MoM | May | Surv=0.39%, Prior=2.75%
• 5-Jun | TH | CPI Core YoY | May | Surv=0.97%, Prior=0.83%
• 5-Jun | EC | GDP SA QoQ | 1Q T | Surv=0.10%, Prior=0.10%
• 5-Jun | EC | GDP SA YoY | 1Q T | Surv=0.80%, Prior=0.80%
• 5-Jun | US | Change in Nonfarm Payrolls | May | Surv=92.18k, Prior=115k
• 5-Jun | US | Average Hourly Earnings MoM | May | Surv=0.26%, Prior=0.20%
• 5-Jun | US | Unemployment Rate | May | Surv=4.32%, Prior=-
.Strategy
Selective Buy ในภาวะความไม่แน่นอน: สถานการณ์ตะวันออกกลางยังมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ส่งผลให้ตลาดมีความผันผวน แนะนำให้ใช้กลยุทธ์เลือกหุ้นเป็นรายตัว และสังเกตการทำ Sector Rotation ของเม็ดเงินลงทุน โดยวันนี้คาดว่าเม็ดเงินจะไหลเข้ากลุ่ม Domestic Play เช่น โรงไฟฟ้า และกลุ่ม High Dividend เช่น ธนาคาร
• เก็งกำไรหุ้น Old Economy: การที่ดัชนี Dow Jones บวกแรงในขณะที่หุ้นกลุ่ม Tech ถูกเทขาย น่าจะทำให้นักลงทุนในตลาดอื่นรวมถึงตลาดหุ้นไทยปรับพอร์ตตาม (Rotation) เรามองว่าหุ้นที่เป็น Old Economy ซึ่งมีปัจจัยพื้นฐานและงบการเงินที่แข็งแกร่งมีความน่าสนใจมากในจังหวะนี้ เช่น BDMS, PTT และ GULF (ซึ่งได้รับประโยชน์ทั้งในแง่โรงไฟฟ้าและกระแส AI Infrastructure)
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ SIS*, COM7*, OR ออก และนำ WHA*, AOT, BDMS* เข้ามาในพอร์ต หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย: WHA*(10%), AOT(10%), BDMS*(10%), BGRIM*(10%), DELTA*(10%), THAI*(10%), GLOBAL*(10%), KBANK(10%), CPN(10%)
Technical : DITTO, KGEN
News Comment:
( + ) Bank (Overweight) ลุ้น THAI เข้า SET50 หนุนราคาหุ้นขึ้น เป็นบวกต่อกำไร FVTPL ของ KTB, TISCO
( 0 ) Energy (Neutral) ราคาน้ำมันปรับตัวลงหลังมีรายงานดีลหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอน; Hezbollah ปฏิเสธดีล
Company Update:
( + ) EPG (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 7.00 บาท) ตั้งเป้ารายได้ FY27E โตเล็กน้อย เน้นลดต้นทุน หนุนกำไรยังโตต่อเนื่อง