เรามีมุมมองเป็นบวกจาก Group conference call (9 มิ.ย.) โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้
1) ประเมินผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางจะเป็นบวกใน 2Q26E โดยเฉพาะธุรกิจที่จะได้ผลบวก ได้แก่ คลังสินค้าทั่วไป และขนส่ง ที่จะมีปริมาณการให้บริการเพิ่มขึ้น และธุรกิจ Freight จะดีขึ้นตามอัตราค่าระวางเรือ ส่วนในระยะยาวยังต้องติดตามผลกระทบทางเศรษฐกิจ
2) จะได้ประโยชน์จากกระแสการลงทุน AI และ Data Center ในไทยที่เพิ่มขึ้น โดยบริษัทจะได้รับประโยชน์จากการให้บริการด้าน supply chain logistics
3) ธุรกิจห้องเย็นจะดีขึ้น โดยคาดว่า 2Q26E จะมี occupancy rate เพิ่มขึ้นสู่ระดับใกล้เคียง 80% (1Q26 อยู่ที่ 72.9%) พร้อมทั้งคาดว่าจะทรงตัวในระดับ 80% ได้ต่อเนื่องใน 2H26E
4) มีแผนลดต้นทุนต่อเนื่อง ทั้ง SG&A ที่จะนำ IT มาปรับปรุงงานลดต้นทุน ตั้งเป้าลด SG&A ลง 100 ล้านบาท และ financial cost จะลดลงจากภาระหนี้ที่น้อยลง และลด cost of debt
เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2026E ที่ 1.2 พันล้านบาท +5% YoY โดยกำไรปกติ 1Q26 คิดเป็น 23% ของประมาณการทั้งปี สำหรับแนวโน้มกำไร 2Q26E จะดีขึ้นจาก 1Q26 จากธุรกิจคลังสินค้าทั่วไป, ห้องเย็น และ Freight ส่วนธุรกิจ Automotive คาดว่าจะฟื้นตัวตามยอดขายรถ EV ที่เพิ่มขึ้น
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 10.50 บาท อิง 2026E core PER 16 เท่า (-1.25SD below 5-yr average PER) โดย valuation ปัจจุบันยังน่าสนใจเทรดที่ 2026E core PER 11.5 เท่า คิดเป็น -1.75SD และ PBV ต่ำเพียง 0.6 เท่า ทั้งนี้ SJWD ยังอยู่ระหว่างศึกษาดีล M&A ใหม่อย่างต่อเนื่อง หากประสบความสำเร็จจะเป็น upside ต่อผลประกอบการได้