เราประเมินว่า PTTEP จะรายงานกำไรสุทธิ 3Q26E ที่ 1.93 หมื่นล้านบาท (+52% YoY, -29% QoQ) โดยสูงขึ้น YoY ตามราคาขายเฉลี่ยน้ำมัน (liquid ASP) ขณะที่ ลดลง QoQ หลักๆจากปริมาณขายเฉลี่ยที่ลดลงจากการปิดซ่อมบำรุงของโครงการในอ่าวไทย (GOT) ทั้งนี้ เรามีสมมติฐานที่สำคัญ ดังนี้
1) ปริมาณยอดขายเฉลี่ยจะยังคงสูงขึ้น YoY โดยมีแรงหนุนจากการรับรู้แปลง A-18-01 อย่างไรก็ดี ปริมาณขายน่าจะอ่อนตัว QoQ ตามแผนปิดซ่อมบำรุงของโครงการใน GOT
2) ราคาขายเฉลี่ย (blended ASP) น่าจะสูงขึ้น YoY ตาม liquid ASP ที่แข็งแกร่ง แต่อาจจะอ่อนตัว QoQ จากฐานที่สูง ขณะที่ ต้นทุนต่อหน่วย (unit cost) น่าจะลดลง YoY ตามปริมาณขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น
3) ภาพรวม 4Q26E เราเชื่อว่า blended ASP จะยังสูงขึ้น YoY หนุนโดยความเสี่ยงปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical risk) ที่ยังคงอยู่ แต่อ่อนตัว QoQ ตามรอบการปรับ gas ASP ของโครงการใหญ่ๆ อย่างไรก็ดี เราเชื่อว่าปริมาณขายเฉลี่ยจะฟื้นตัว QoQ หลังหมดรอบการปิดซ่อมบำรุงของโครงการใน GOT และรอบการโหลดน้ำมันของโครงการในแอฟริกาที่สูงขึ้น
คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2026E/2027E ที่ 6.94/6.87 หมื่นล้านบาท เทียบกับ 6.03 หมื่นล้านบาทในปี 2025 โดยมีสมมติฐานที่สำคัญ คือ 1) ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยสูงขึ้น 2) Gas ASP ดีขึ้น และ 3) ปริมาณขายเฉลี่ยสูงขึ้น
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายปี 2026E ที่ 180.00 บาท อิงวิธี DCF (WACC 6.7%, TG 0%) และราคาน้ำมันดิบระยะยาวเดิมที่ USD65.0/bbl ทั้งนี้ หากกำไร 3Q26E เป็นไปตามที่เราคาด กำไร 9M26 จะคิดเป็น 84% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเรา อย่างไรก็ดี เรายังคงประมาณการกำไรของเราไว้ก่อนเนื่องจากเราเห็นถึงความเสี่ยงที่เป็นไปได้จากการตั้งสำรองด้อยค่าของสินทรัพย์ (loss on impairment of assets) ที่อาจจะเกิดขึ้นใน 2H26E