News Flash
- นักท่องเที่ยวสัปดาห์ล่าสุด (23 ก.พ.-1 มี.ค.) ลดลง -23% WoW จากทุกประเทศใน Top 5 ยกเว้นอินเดีย ขณะที่ยังเพิ่มขึ้น +1% YoY รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยข้อมูลจำนวนนักท่องเที่ยวสัปดาห์ที่ผ่านมา (23 ก.พ.-1 มี.ค.) มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 676,963 คน (-23% WoW/+1% YoY) คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 96,709 คน โดยประเทศที่ปรับตัวลดลงคือ 1) มาเลเซีย 49,523 คน (-56% WoW/-30% YoY) 2) จีน 122,169 คน (-39% WoW/+89% YoY) 3) รัสเซีย 54,794 คน (-9% WoW/-1% YoY) ) และ 4) เกาหลีใต้ 33,060 คน (-4% WoW/-19% YoY) ส่วนประเทศที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเรียงตามลำดับ คือ อินเดีย 47,391 คน (+10% WoW/+13% YoY) โดยนักท่องเที่ยวจีน ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ ชะลอตัวลงหลังจากสิ้นสุดวันหยุดตรุษจีนต่อเนื่องในประเทศ ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนยังคงเป็นอันดบ 1 และสะสมแต่ระดับ 1 ล้านคนแล้วในสัปดาห์นี้ แต่อย่างไรก็ดี สำหรับสถานการณ์ในตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดตะวันออกกลางและยุโรป โดยเฉพาะวันที่ 1 มี.ค. ตลาดตะวันออกกลางลดลงถึง -60% WoW รวมถึงตลาดยุโรปลดลงที่ -25% WoW สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-1 มี.ค. 26 ทั้งสิ้น 6,624,397 คน ลดลง -4% YoY (ที่มา: กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา)
Implication
- เรามองเป็นลบจากจำนวนนักท่องเที่ยวรวมลดลง WoW ขณะที่สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอิสราเอล-อิหร่านกดดันต่อ โดยสัปดาห์หน้าเราคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมีโอกาสลดลง WoW จากผ่านตรุษจีนไปแล้ว และยังมีสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอิสราเอล-อิหร่านกดดันอยู่ ซึ่งทำให้เที่ยวบินชะงักและไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งเรายังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ สัดส่วนนักท่องเที่ยวจาก Middle East มีความเสี่ยงลดลง โดยปี 2025 มีสัดส่วนที่ 2.3% ของนักท่องเที่ยวรวม โดยสัดส่วนนักท่องเที่ยว Middle East ของ MINT อยู่ที่ 12% ของ Room revenues (ส่วนต้นทุนค่าไฟและแก๊สมีการ Hedging แล้ว 100% ใน 1 ปี), CENTEL ที่ 11%, ERW และ SHR ที่ราว 7-8% แต่อย่างไรก็ดี นักท่องเที่ยวจีนยังทรงตัวระดับสูงราว 1 แสนคนต่อสัปดาห์ นอกจากนี้หากเทียบ YoY นักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นถึง +89% YoY จากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ +176% YoY ซึ่งเราคาดว่าน่าจะเห็นการฟื้นตัว YoY ของนักท่องเที่ยวจีนได้ต่อเนื่องตลอดเดือน ก.พ. 26 เพราะจีนมีการย้ายหมุดหมายจากประเทศญี่ปุ่นเป็นเกาหลีใต้ และอาเซียนเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับมีหลาย event เข้ามาช่วยหนุน และสะท้อนการทำการตลาดได้ดีของ ททท. ขณะที่นักท่องเที่ยวอินเดียกลับมาเพิ่มขึ้นได้ดีทั้ง WoW/YoY แม้ว่าจะเป็นช่วงรอมฎอม (18 ก.พ.-20 มี.ค. 26) ทั้งนี้หุ้นที่ได้รับผลกระทบโดยเรียงลำดับตามสัดส่วนนักท่องเที่ยวโรงแรมในประเทศจากมากไปน้อย ได้แก่ ERW, CENTEL, MINT, SHR
- คงประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวรวม/นักท่องเที่ยวจีนปี 2026E ที่ 34.5 ล้านคน/5.0 ล้านคน เรายังคงประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวรวมปี 2026E จะอยู่ที่ 34.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น +5% YoY จากปี 2025 ที่ 33 ล้านคน ลดลง -7% YoY และคาดจำนวนนักท่องเที่ยวจีนปี 2026E จะอยู่ที่ 5.0 ล้านคน เพิ่มขึ้น +12% YoY จากปี 2025 ที่ 4.5 ล้านคน ลดลง -34% YoY
Valuation/Catalyst/Risk
เราให้น้ำหนักการลงทุนเป็น “มากกว่าตลาด” โดยเรามีแนวโน้มปรับน้ำหนักลงจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอิสราเอล-อิหร่านที่เข้ามากดดัน ขณะที่ Top pick ของกลุ่ม เราเลือก CENTEL, ERW
CENTEL (ซื้อ/เป้า 42.00 บาท) จากแนวโน้มกำไรปกติ 1Q26E จะเพิ่ม YoY/QoQ โตได้ต่อเนื่องเพราะเป็นช่วง Peak season ของไทยและมัลดีฟส์ โดยยอด On the book มี RevPAR ยังโตได้ต่อที่ +10-15% YoY ส่วน SSSG เริ่มเห็นการฟื้นตัวได้ดีในเดือน ม.ค. 26 ที่ +3% YoY จาก 4Q25E ที่ -3% YoY
ERW (ซื้อ/เป้า 3.80 บาท) จากแนวโน้มกำไร 1Q26E คาดว่าจะเพิ่มขึ้นได้ทั้ง YoY/QoQ ได้ต่อ เพราะยังคงเป็นช่วง High season ของไทย ประกอบกับมียอด On the book ใน 1Q26E ที่ยังเติบโต YoY ได้อย่างต่อเนื่องราว +4% YoY ขณะที่ ERW มีสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวจีนสูงสุดในกลุ่มที่ 13%