logo
search
flag-th
share-icon

TOURISM (NEUTRAL)

News Flash
  • WHO ประกาศ ‘ไวรัสอีโบลา สายพันธุ์บุนดิบูเกียว’ ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้การแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และยูกันดา เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ ซึ่งถือเป็นระดับการเตือนภัยขั้นสูงสุด หลังตรวจพบการแพร่ระบาดข้ามพรมแดนจากสายพันธุ์หายากที่ยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ โดยในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก พบผู้เสียชีวิตที่ต้องสงสัยแล้วอย่างน้อย 80 ศพ มีผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันทางห้องปฏิบัติการ 8 ราย และผู้ป่วยต้องสงสัยอีก 246 ราย กระจายอยู่ใน 3 เขตสาธารณสุขของจังหวัดอิตูรี ส่วนในยูกันดา พบผู้ป่วยยืนยันแล้ว 2 ราย ในกรุงกัมปาลา ซึ่งไม่มีความเชื่อมโยงกัน ทั้งคู่เป็นผู้ที่เดินทาง มาจากคองโก และหนึ่งในนั้นเสียชีวิตแล้ว นอกจากนี้ ยังพบผู้ติดเชื้อยืนยัน 1 รายในกรุงกินชาซา เมืองหลวงของคองโก ซึ่ง เดินทางกลับมาจากจังหวัดอิตูรีเช่นกัน (ที่มา: แนวหน้า)
 
Implication
  • เรามองเป็น sentiment เชิงลบต่อกลุ่มท่องเที่ยว โดยปัจจุบันเริ่มมีผู้ติดเชื้อมากขึ้น แต่ยังไม่มีการระบาดเข้ามาในประเทศไทย แต่อย่างไรก็ดี เราคาดผลกระทบยังจำกัดในปัจจุบัน เพราะสถานการณ์ปัจจุบันยังอยู่ในวงจำกัดและมีการกักตัวเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ไวรัสอีโบลาที่เป็นสายพันธุ์บุนดิบูเกียว (Bundibugyo virus) เป็นสายพันธุ์ที่พบได้ยาก และยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม WHO เน้นย้ำว่า สถานการณ์นี้ยังไม่เข้าข่ายความรุนแรงระดับการระบาดใหญ่ทั่วโลก (Pandemic) แต่การประกาศภาวะฉุกเฉินจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการประสานงานและจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือจากนานาชาติได้อย่างรวดเร็วขึ้น โดยไวรัสอีโบลาที่เป็นสายพันธุ์บุนดิบูเกียวเคยเกิดขึ้นแล้วตั้งแต่ปี 2007 ที่อูกันดา ทำให้มีอัตราการเสียชีวิตราว 30-32% ซึ่งถือว่ารุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์ซาร์ที่เป็นสายพันธุ์ที่ดังและรุนแรงที่สุด (ที่มีอัตราเสียชีวิตสูงถึง 60-90% แต่มีวัคซีนป้องกันแล้ว) โดยการแพร่ระบาดเราคาดว่าจะยากกว่าโควิด เพราะต้องมีการสัมผัส/สารคัดหลั่งและใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโดยตรง ขณะที่โควิดแพร่เชื้อง่ายกว่าจากละอองฝอย/ละอองลอยในอากาศ แต่อัตราการเสียชีวิตต่ำกว่ามากโดยเฉลี่ยเพียง 1% แต่อย่างไรก็ดี เรายังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเราคาดว่าหุ้นที่จะได้รับ sentiment เชิงลบจากมากไปน้อยเรียงตามสัดส่วนโรงแรมในประเทศ (กรณีที่มีการระบาดมาถึงไทย) คือ ERW, CENTEL, MINT, SHR
  • คงประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวรวม/นักท่องเที่ยวจีนปี 2026E ที่ 30 ล้านคน/4.8 ล้านคน เรายังคงประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวรวมปี 2026E จะอยู่ที่ 30 ล้านคน ลดลง -9% YoY จากปี 2025 ที่ 33 ล้านคน ลดลง -7% YoY และคาดจำนวนนักท่องเที่ยวจีนปี 2026E จะอยู่ที่ 4.8 ล้านคน เพิ่มขึ้น +7% YoY จากปี 2025 ที่ 4.5 ล้านคน ลดลง -34% YoY
Valuation/Catalyst/Risk
เราให้น้ำหนักการลงทุนเป็น “เท่ากับตลาด” โดยราคาหุ้นของกลุ่มท่องเที่ยวที่ลงมากว่า 30% หลังจากการเกิดสงครามน่าจะรับรู้ข่าวร้ายไปแล้ว ขณะที่เราชอบ ERW (ซื้อ/เป้า 3.20 บาท) โดย RevPAR ใน 2Q26E ยังเติบโตได้ดีที่ +5% YoY จากฐานต่ำในปีก่อน ส่วน CENTEL (ซื้อ/เป้า 37.00 บาท) มี RevPAR ใน 2Q26E โดยรวมที่เพิ่มขึ้นได้ YoY แต่หากรวมดูไบจะทรงตัว YoY โดยไทย +3% YoY, มัลดีฟส์โต double digit YoY และญี่ปุ่นทรงตัว YoY ส่วน SSSG หดตัวในเดือน เม.ย. 26 ที่ -3% YoY ขณะที่ผู้บริหารคาดว่า GPM ในปี 2026E จะยังคงเพิ่มขึ้น YoY ได้ จากการล็อคราคาวัตถุดิบหลักๆไว้บางส่วนแล้วจนถึง 4Q26E

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์