
News Flash
Implication
- AAV ที่เป็นสายการบินต้นทุนต่ำ และส่วนใหญ่เป็นการบินระยะใกล้ จะได้รับผลกระทบมากกว่าหากมีการจัดเก็บ Exit Fee 1,000 บาท เช่น ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ มาเลเซีย, เวียดนาม ค่าตั๋วโดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 3,000-5,000 บาท จะกระทบค่าตั๋วเครื่องบินแพงขึ้นถึง 20%-33% ขณะที่หากระยะทางไกลขึ้นจะกระทบต้นทุนค่าเดินทางน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม อาจได้ชดเชยหากคนไทยหันมาท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น เนื่องจากสายการบินไทยแอร์เอเชียมีส่วนแบ่งการตลาดในประเทศเป็นอันดับ 1 และมีสัดส่วนเที่ยวบินในประเทศสูงถึง 65%-70%
- AOT เราประเมินจะได้รับผลกระทบรองลงมา โดยหากมีผู้โดยสารคนไทยเดินทางไปต่างประเทศลดลง จะกระทบรายได้ PSC ผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ (ตั้งแต่ 20 มิ.ย.26 จะปรับเพิ่มเป็น 1,120 บาท จากเดิม 730 บาท) และรายได้จากดิวตี้ฟรี โดยอาจส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางไปต่างประเทศของคนไทยบ้าง แต่จะยังไม่กระทบต่อผู้โดยสารชาวต่างชาติ และอาจได้ชดเชยจากการเดินทางในประเทศเพิ่มขึ้นได้บางส่วน (PSC ผู้โดยสารขาออกในประเทศอยู่ที่ 130 บาท) นอกจากนั้น AOT ยังมีรายได้จากการให้บริการอื่นๆ ชดเชย
- THAI และ BA จะกระทบปานกลาง เนื่องจากเป็นสายการบิน full service ที่มีค่าตั๋วโดยสารสูงอยู่แล้ว ทำให้กระทบต้นทุนค่าเดินทางน้อยกว่า
ทั้งนี้ กลุ่ม Aviation เราให้น้ำหนักการลงทุนเป็น "Neutral" โดยหุ้น top pick ได้แก่ AOT (ซื้อ/เป้า 60.00 บาท)
ส่วนกลุ่มท่องเที่ยวเรามองเป็นบวก เพราะช่วยหนุนให้เกิดโครงการเที่ยวคนละครึ่งเพิ่มเติมจำนวน 10 ล้านสิทธิ์ ซึ่งจะมีการจ่ายสมทบให้ประชาชนได้ถึง 50% (อิงโครงการเที่ยวคนละครึ่งรอบก่อนที่ให้ส่วนลดที่พัก 50% สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท/ห้อง/คืน ใช้สิทธิได้ 3-5 ห้องหรือคืนต่อคน และคูปองอิเล็กทรอนิกส์สำหรับจ่ายค่าอาหารและท่องเที่ยว มอบส่วนลดสูงสุดไม่เกิน 500 บาท/ห้อง/วัน) โดยหุ้นที่จะได้รับประโยชน์จากมาก-น้อยเรียงตามสัดส่วนรายได้ในประเทศไทยจากมาก-น้อยคือ ERW, CENTEL, MINT และ SHR โดยเราคาดว่า ERW (ซื้อ/เป้า 3.20 บาท) และ CENTEL (ซื้อ/เป้า 42.00 บาท) จะได้ sentiment เชิงบวกจากทั้งโครงการเราเที่ยวด้วยกันและจำนวนนักท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวได้ดีมากที่สุด ทั้งนี้เราให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มท่องเที่ยวเป็น “เท่ากับตลาด”
กลับสู่ด้านบน
©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์