|
News Flash
-
สนพ. เปิด 4 โมเดล PDP2026 กำหนดทิศทางไฟฟ้าไทย พร้อม RE ขั้นต่ำ 65% สูงสุด 89% ดันลงทุนสูงสุด 7 แสนล้านบาท สนพ. เปิดเผยว่า วันที่ 8 ก.ย. 26. นี้เตรียมเปิด pubic hearing และมีการเปิดรายละเอียด 4 โมเดล PDP2026 ได้แก่ โมเดล 1 Base Case ที่เน้นสมดุลระหว่างความมั่นคง ต้นทุน และการเปลี่ยนผ่าน มีพลังงานสะอาด 65% และฟอสซิล 35%; โมเดล 2 Net Zero by CCS ที่มีสัดส่วนพลังงานสะอาด 65% และใช้ CCS ราว 32 ล้านตันเพื่อลด GHG; โมเดล 3 Net Zero by RE ที่เร่ง Renewable สูงสุด 89% และลดฟอสซิลเหลือ 11%; และ โมเดล 4 Net Zero by RE & CCS ที่ผสมผสาน Renewable 73% กับ CCS โดยทุกโมเดลมีค่าไฟฟ้าเฉลี่ยตลอดแผนใกล้เคียงกันที่ 3.83–3.89 บาท/หน่วย ทั้งนี้ ร่าง PDP2026 มีแผนเพิ่มกำลังผลิตใหม่อย่างน้อย 50.9GW ในช่วงปี 2026-2037 ประกอบด้วย Solar 24.3GW, BESS 14.5GW, Gas 9.1GW, Wind 2.7GW และ SMR 0.3GW พร้อมแผนผลักดัน SMR รวม 9,000MW ในระยะยาว เพื่อเป็น Firm Power รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ขณะที่มุ่ง ลดการพึ่งพา LNG นำเข้า โดยในปี 2050 โมเดล 1-2 ยังมี LNG นำเข้าราว 2,455mmscfd, โมเดล 4 ลดเหลือ 1,904mmscfd และโมเดล 3 ลดได้มากที่สุดเหลือ 794mmscfd จากการเพิ่ม Renewable ในระดับสูง นอกจากนี้ ยังมีแผนลงทุนระบบส่งและโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าราว 3.6–7.0 แสนล้านบาท โดยเฉพาะ BESS และระบบส่งเพื่อรองรับ Renewable รวมถึงการเปิด Direct PPA และ TPA ให้ผู้ผลิตสามารถขายไฟฟ้าสีเขียวแก่ลูกค้ารายใหญ่โดยตรง รองรับความต้องการจาก Data Center และภาคอุตสาหกรรม ขณะที่การติดตั้ง Smart Meter สำหรับลูกค้ารายใหญ่ 100% จะช่วยรองรับ VPP และ Demand Response
Implication
-
เรามองเป็นบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้าในระยะกลาง-ยาว เนื่องจาก PDP2026 มีแนวโน้มเปิดโอกาสการลงทุนรอบใหม่ และทำให้ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพสามารถขยายกำลังผลิตเพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจาก Data Center และภาคอุตสาหกรรมได้มากขึ้น ขณะที่การเปิด Direct PPA จะช่วยให้ผู้ผลิตเข้าถึงลูกค้ารายใหญ่โดยตรง ซึ่งเป็นโอกาสในการเพิ่มฐานลูกค้าและกำลังผลิต รวมถึงมีโอกาสสำหรับ Margin Improvement และลดความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนก๊าซผ่านการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายไฟฟ้า เราจึงมอง GULF และ BGRIM ได้ประโยชน์จากโอกาสเติบโตของ Data Center และการขยายกำลังผลิต, GUNKUL จากการเติบโตของ Renewable และ Direct PPA และ RATCH จากโอกาสนำกำลังผลิตเดิมที่ทยอยหมดอายุสัญญามาต่อยอด ขณะที่ GPSC มีโอกาสจาก Renewable, Energy Storage และ Direct PPA อย่างไรก็ตาม ผลบวกต่อผลประกอบการยังขึ้นอยู่กับโมเดล PDP2026 ที่เลือกใช้ หลักเกณฑ์ Direct PPA และการเปิดประมูลโครงการใหม่
Valuation/Catalyst/Risk
สำหรับกลุ่มโรงไฟฟ้า เรายังคงให้น้ำหนักการลงทุนเป็น “มากกว่าตลาด” โดยเรายังคงชอบ:
BGRIM: เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 20.00 บาท อิง DCF (WACC 7.3%, Terminal Growth 1.5%) โดยเราคาดกำไรปกติ 2H26E ฟื้นตัว จากส่วนแบ่งกำไรโครงการ Nakwol ที่เพิ่มขึ้น การทยอยลดลงของต้นทุนทางการเงินหลังการขายสินทรัพย์ และความต้องการไฟฟ้าจากลูกค้า IU ที่ยังเติบโต ขณะที่ PDP2026, Data Center และ Direct PPA จะเพิ่มโอกาสในขยายกำลังผลิตใหม่และฐานลูกค้าในระยะยาว โดยเฉพาะจากความต้องการไฟฟ้าสะอาดของ Data Center
|