News Flash
คุณมุกดา เวชประธาน CEO ของ OSP เผยบริษัทเน้นยุทธศาสตร์การขยายธุรกิจไปทั่วโลก โดยมองว่าเป็น Growth Engine สำคัญในระยะยาว ทั้งนี้ วางแผนการเติบโตแบบ Step by Step ช่วงแรกยังให้น้ำหนักตลาด CLMV ก่อน โดยเฉพาะเมียนมาที่ OSP เป็นผู้นำตลาดและกำลังขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติม ส่วนเวียดนามเพิ่งเริ่มทำตลาดได้ประมาณ 1 ปี ผ่านระบบตัวแทนจำหน่าย การดำเนินการในส่วนดังกล่าวจะทำควบคู่ไปกับการขยายฐานในตลาดยุโรป และอเมริกาเพิ่มเติม ซึ่งรูปแบบใช้กลยุทธ์ "Seeding" ส่งสินค้าเข้าไปทดลองตลาด เพื่อศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคก่อน จากนั้นจะนำเสนอสินค้าให้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหากแผนงานต่างๆ ประสบความสำเร็จตามที่วางไว้ คาดน่าจะได้เห็นตัวเลขสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศปรับตัวเพิ่มเป็นไม่ต่ำกว่า 30% ภายใน 3 ปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 25%
บริษัทได้เข้าร่วมงาน "THAIFEX 2026" จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 - 30 พฤษภาคม 2026 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งถือเป็นการออกงานเป็นครั้งแรก เพื่อประกาศความพร้อมในการเป็นผู้เล่นระดับสากล และมองเป็นโอกาสในการสร้างเครือข่าย และพบปะผู้ซื้อทั่วโลกปัจจุบันมีผู้ประกอบการกว่า 100 ราย ได้ติดต่อเข้ามาขอเจรจาภายในงานครั้งนี้
เปิดตัวแบรนด์ใหม่ “Thailicious” เป็นการนำเอกลักษณ์และเสน่ห์ของขนมและเครื่องดื่มไทยที่โด่งดังมาพัฒนาเป็นเครื่องดื่มนวัตกรรม เช่น Green Mango Salted Chili with Aloe Jelly, Butterfly Pea Flower & Lemongrass with Aloe Jelly, Coconut Milk Drink รส Mango Sticky Rice, Coconut Milk Drink รส Thai Tea
ด้านผลประกอบการไตรมาส 2Q26E จะเติบโตกว่าไตรมาส1Q26 เนื่องจากบริษัทสามารถบริหารจัดการการผลิตได้ดี รวมทั้งการจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับคาดว่าโครงการไทยช่วยไทยพลัส จะสามารถกระตุ้นกำลังซื้อได้ดี ส่งผลดีต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง
(ที่มา: ข่าวหุ้น, หุ้นอินไซด์รายวัน, DAOL)
Implication
เรามีมุมมองเป็นบวกจากประเด็นข่าวข้างต้น ทั้งนี้ OSP เข้าร่วมเป็นปีแรก เราคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีมากจากลูกค้าต่างชาติ ซึ่งตรงตามแผนการขยายตลาดต่างประเทศเพิ่มเติม ปัจจุบัน รายได้ต่างประเทศของ OSP ส่วนใหญ่มาจากพม่า ด้านเครื่องดื่มแบรนด์ใหม่ที่เปิดตัวในงาน เราได้ลองชิมแล้ว เป็นรสชาติที่ต่างชาติชอบคาดตอบโจทย์ตลาดต่างประเทศ
เราประเมินกำไรปกติ 2Q26E แบบ conservative อยู่ในกรอบ 1,000 – 1,030 ล้านบาท ทรงตัว YoY, ลดลง QoQ กำไรทรงตัว YoY หนุนโดย 1) รายได้รวมลดลง YoY แม้รายได้ ในประเทศเพิ่มขึ้น YoY แต่รายได้ต่างประเทศปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากการปรับมาตรฐานบัญชีใหม่เป็น TAS 21, 2) GPM ลดลง YoY จากสัดส่วนรายได้ต่างประเทศที่ลดลง และ 3) SG&A to sales ลดลง YoY จากการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ด้านกำไรลดลง QoQ จาก 1) รายได้ต่างประเทศลดลง QoQ จาก import license ของพม่าที่ใช้เวลานานขึ้น, 2) GPM ลดลง จากผลกระทบสงคราม โดยเริ่มรับรู้ตั้งแต่ มิ.ย. (OSP มีการล็อคราคา raw & packaging material ถึง พ.ค.)
เบื้องต้น เราคงประมาณการกำไรปกติปี 2026E ที่ 3,508 ล้านบาท ทรงตัว YoY แม้ได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสงครามซึ่งจะเห็นผลใน 2H26E และการใช้มาตรฐานบัญชีใหม่ TAS 21 ซึ่งส่งผลให้รายได้ต่างประเทศของ OSP โดยเฉพาะพม่าปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ จากอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้ market rate ปัจจุบันอยู่ที่ 3600 จ๊าด/ USD เดิมแบงก์ชาติพม่าใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ 2100 จ๊าด/ USD อย่างไรก็ตาม หากปรับ base year ปี 2025 ด้วย TAS 21 จะเห็นได้ว่ากำไรปกติปี 2026E เติบโต +22% YoY
Valuation
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” และคงราคาเป้าหมายที่ 19.00 บาท อิง 2026E Core PER 16x และ เป็น Top pick กลุ่ม Food & Beverage จาก 3 ปัจจัยหลัก จาก 1) แนวโน้มกำไรทรงตัว YoY สวนทางกับคู่แข่งในสภาวะสงคราม แม้ได้รับผลกระทบจากการปรับมาตรฐานบัญชีใหม่ส่งผลให้รายได้ลดลง, 2) valuation น่าสนใจ โดยเทรดที่ 2026E PER 13.0x (-1.25SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี) ต่ำกว่า peer และ 3) มี dividend yield 5.4%