|
News Flash
-
มั่นใจผลงาน 2Q26E โต QoQ ยานยนต์ฟื้น ขนส่งและคลังสินค้าเติบโต ดร.เอกพงษ์ ตั้งศรีสงวน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน SJWD เปิดเผยว่าอุตสาหกรรมโลจิสติกส์กำลังเข้าสู่ยุคที่ความต้องการของลูกค้าเปลี่ยนไป จากการให้ความสำคัญกับต้นทุนและการส่งมอบตรงเวลา ไปสู่การบริหารความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน เพื่อจำกัดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของธุรกิจ ซึ่ง SJWD มีจุดแข็งครบวงจร ทั้งทาง บก ราง น้ำ รวมถึงมีรถฟลีทขนาดใหญ่ ทำให้สามารถบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ด้านผลการดำเนินงาน 2Q26E บริษัทประเมินว่ายังอยู่ในเกณฑ์ดี และปรับตัวดีขึ้นจาก 1Q26 โดยกลุ่มธุรกิจ Automotive Logistics มีทิศทางฟื้นตัว หลังความต้องการรถ EV กลับมาขยายตัวตั้งแต่เดือน เม.ย. ประกอบกับได้งานใหม่เพิ่ม ขณะที่ธุรกิจขนส่ง มีปริมาณงานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ Cross-border ยังคงรักษาการเติบโตได้ต่อเนื่อง ส่วนธุรกิจคลังสินค้า ยังคงได้แรงหนุนจากความต้องการใช้พื้นที่จัดเก็บสินค้าเพิ่มขึ้น สำหรับด้านการบริหารต้นทุนบริษัทอยู่ระหว่างดำเนินโครงการ Digital Blueprint เพื่อรวมระบบบริหารจัดการต่างๆ เช่น TMS, ERP และระบบการชำระเงินเข้าสู่แพลตฟอร์ม One System ช่วยลดความซ้ำซ้อนของค่าใช้จ่าย Cloud, license, MA และ SG&A โดยคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนได้ราว 100-150 ล้านบาท/ปี (ที่มา: ทันหุ้น)
Implication
เรายังคงมุมมองเป็นบวก จากแนวโน้มผลการดำเนินงานปกติ 2Q26E ที่จะเติบโตจาก 1Q26 (กำไรปกติ 1Q26 = 267 ล้านบาท, 2Q25 = 285 ล้านบาท) ทั้งนี้ เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2026E ที่ 1.2 พันล้านบาท (+5% YoY) สำหรับช่วง 2H26E เราประเมินว่าธุรกิจที่จะยังช่วยหนุนกำไรได้ดี ได้แก่ ธุรกิจคลังสินค้าทั่วไป ที่ยังสามารถขยายฐานลูกค้าใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง, ธุรกิจห้องเย็น แม้มีคลังใหม่เพิ่มไม่มาก แต่จะเน้นการเก็บเกี่ยวผลตอบแทนจากโครงการที่ลงทุนไปแล้ว และธุรกิจ Overseas จากการขยายธุรกิจในต่างประเทศมากขึ้น ขณะที่จะเริ่มเห็นผลมากขึ้นจากการลดค่าใช้จ่ายทั้ง SG&A และดอกเบี้ยจ่าย รวมถึงอาจมีการขายคลังสินค้า ALPHA เข้า REIT อีกราว 1-2 แห่ง
|