News Flash
-
คลังรื้อภาษีเดินทางต่างประเทศ เก็บทุกสัญชาติ 1,000 บาทต่อครั้ง แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังรายงานว่า กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพากร จะเดินหน้าศึกษาจัดเก็บ “ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร” จากผู้เดินทางทุกสัญชาติ ไม่ใช่แค่คนไทย โดยเตรียมเปิดทางจัดเก็บระยะแรกเฉพาะผู้เดินทางออกนอกประเทศทางอากาศในอัตรา 1,000 บาทต่อครั้ง กำหนดเพดานภาษีไม่เกิน 5,000 บาทต่อครั้ง พร้อมยกเว้นผู้เดินทางบางประเภทตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งนี้ ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการร่างพระราชบัญญัติภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. .... ครั้งที่ 1 เริ่มตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.- 29 ต.ค. 26 ซึ่งมีหลักการสำคัญแตกต่างจากระบบภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรที่ประเทศไทยเคยใช้ในอดีต สำหรับระยะเวลาการบังคับใช้ ร่างกฎหมายกำหนดให้มีผลเมื่อพ้น 180 วันนับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ)
Implication
- เรามองเป็น sentiment เชิงลบต่อกลุ่มท่องเที่ยวหากมีการเก็บภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร (Exit fee) ในอัตรา 1,000 บาทต่อครั้ง โดยจะเก็บผ่านตั๋วเครื่องบิน ขณะที่เรื่อง Exit fee เคยมีข่าวนี้ออกมาแล้วช่วงปลายเดือน เม.ย. 26 แต่จะเก็บแค่คนไทย แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ ส่วนรอบนี้ดูมีความเป็นไปได้มากขึ้นเพราะเปิดรับฟังความคิดเห็นแล้ว โดยจะมีการเก็บ Exit fee ทั้งนักท่องเที่ยวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วย (หากอ้างอิงปี 25 คนไทยไปเที่ยวต่างประเทศอยู่ที่ราว 15 ล้านคน และนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบไม่รวมมาเลเซียอยู่ที่ราว 28 ล้านคนทำให้เราคาดว่าหากเก็บได้จริงจะมีมูลค่าสูงถึง 4.3 หมื่นล้านบาทต่อปี) ทั้งนี้หากมีการเก็บ Exit fee ที่ 1,000 บาทต่อคนต่อครั้ง จะคิดเป็นเพียง 2.1% จากค่าใช้จ่ายนักท่องเที่ยวต่อทริป อ้างอิงจากข้อมูลในปี 2025 ค่าใช้จ่ายนักท่องเที่ยวต่อทริปอยู่ที่ 48,000 บาท/คน ขณะที่เราคาดว่าปี 27 มีโอกาสที่ค่าตั๋วเครื่องบินจะลดลงจากราคาน้ำมันที่มีโอกาสปรับตัวลงจากสถานการณ์สงครามที่ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากค่า Exit fee ได้ ทั้งนี้ เรายังให้น้ำหนักการลงทุนเป็น “มากกว่าตลาด” เลือก CENTEL (ซื้อ/เป้า 48.00 บาท), ERW (ซื้อ/เป้า 4.20 บาท) เป็น Top pick ของกลุ่ม
-
สำหรับกลุ่ม Aviation เรามองเป็น sentiment เชิงลบเช่นกัน หากมีการเก็บ “ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร” จะทำให้ต้นทุนการท่องเที่ยวของคนไทยไปต่างประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น เรียงตามลำดับหุ้นที่จะได้รับผลกระทบจากมากไปน้อย ได้แก่ AAV, AOT, BA, THAI
- AAV (ถือ/เป้า 1.12 บาท) ที่เป็นสายการบินต้นทุนต่ำ และส่วนใหญ่เป็นการบินระยะใกล้ จะได้รับผลกระทบมากกว่าหากมีการจัดเก็บภาษี 1,000 บาท เช่น ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ มาเลเซีย, เวียดนาม ค่าตั๋วโดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 4,000-7,000 บาท จะกระทบค่าตั๋วเครื่องบินแพงขึ้นถึง 15%-25% ขณะที่หากระยะทางไกลขึ้นจะกระทบต้นทุนค่าเดินทางน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม อาจได้ชดเชยบางส่วนหากคนไทยหันมาท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น โดยสายการบินไทยแอร์เอเชียมีสัดส่วนรายได้จากเที่ยวบินในประเทศ 55%
- AOT (ซื้อ/เป้า 73.00 บาท) เราประเมินจะได้รับผลกระทบรองลงมา โดยหากมีผู้โดยสารคนไทยเดินทางไปต่างประเทศลดลง จะกระทบรายได้ PSC ผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ และรายได้จากดิวตี้ฟรี โดยอาจส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางไปต่างประเทศของคนไทยบ้าง แต่คาดว่าจะยังไม่กระทบต่อผู้โดยสารชาวต่างชาติมากนัก
- THAI และ BA จะกระทบปานกลาง เนื่องจากเป็นสายการบิน full service ที่มีค่าตั๋วโดยสารสูงอยู่แล้ว ทำให้กระทบต้นทุนค่าเดินทางน้อยกว่า