logo
search
flag-th
share-icon

หุ้นที่ได้ประโยชน์จากนโยบายผลักดันโครงการลงทุนระยะเร่งด่วน (QUICK-WIN)

News Flash
     ก.คมนาคมเร่งผลักดันโครงการลงทุน Quick-win นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่ากระทรวงคมนาคมมีนโยบายเร่งผลักดันโครงการระยะเร่งด่วน (Quick-win) ใน 3 ด้าน ประกอบด้วย:
1) เร่งรัดโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ให้สามารถเปิดให้บริการได้โดยเร็ว เช่น โครงการก่อสร้างบนถนนพระราม 2, โครงการมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา (M6) ให้เร่งรัดเปิดทดลองให้บริการเพิ่มเติม
2) เร่งรัดประกวดราคา สำหรับโครงการที่ได้รับอนุมัติหรือมีความพร้อม โดยมีโครงการขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจกต์) ที่สำคัญ วงเงินรวมไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท เช่น โครงการมอเตอร์เวย์ M5 ส่วนต่อขยาย รังสิต-บางปะอิน วงเงิน 4.2 หมื่นล้านบาท, โครงการมอเตอร์เวย์ M9 วงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก บางขุนเทียน-บางบัวทอง วงเงิน 5.6 หมื่นล้านบาท, โครงการทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง วงเงิน 1.7 หมื่นล้านบาท, โครงการรถไฟสายสีแดง ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต วงเงิน 6 พันล้านบาท และช่วงศิริราช-ตลิ่งชัน-ศาลายา วงเงิน 1.47 หมื่นล้านบาท, โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เฟส 2 ช่วงนครราชสีมา–หนองคาย วงเงิน 3.4 แสนล้านบาท เป็นต้น
3) เร่งรัดเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติโครงการ พร้อมทั้งเร่งรัดโครงการแลนด์บริดจ์ โดยมีโครงการขนาดใหญ่ที่สำคัญ เช่น โครงการทางพิเศษยกระดับชั้นที่ 2 ช่วงงามวงศ์วาน-พระราม 9 (Double Deck) วงเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท, โครงการมอเตอร์เวย์สาย M8 สายนครปฐม-ชะอำ เฟส 1 วงเงิน 5.5 หมื่นล้านบาท, โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท ช่วงสุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่–สงขลา วงเงิน 6.6 หมื่นล้านบาท และช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ วงเงิน 7.8 พันล้านบาท, โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 1.2 หมื่นล้านบาท, โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 วงเงิน 3.6 หมื่นล้านบาท เป็นต้น
(ที่มา: ข่าวหุ้น)
 
Implication
     เรามีมุมมองเป็นบวก จากการกลับมาเดินหน้าผลักดันโครงการลงทุน โดยโครงการส่วนใหญ่ยังเป็นไปตามกรอบโครงการเดิม ขณะที่เรายังคงคาดการณ์ว่าโครงการที่จะเร่งผลักดันได้เร็ว จะเป็นโครงการในกลุ่ม Quick-win 2 ซึ่งเป็นโครงการที่ผ่าน ครม. ไปแล้วและมีความพร้อมผลักดันเปิดประมูล โดยโครงการที่เราคาดจะทยอยเปิดประมูลได้ใน 4Q26E เช่น รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เฟส 2 นอกจากนี้สำหรับโครงการในกลุ่ม Quick-win 3 เรามองว่าโครงการที่มีโอกาสสานต่อได้เร็วจะเป็น Double Deck หลังจากที่ได้ข้อสรุปรายละเอียดแล้วและอยู่ระหว่างรอเสนอ ครม. ขณะที่โครงการแลนด์บริดจ์ เราเชื่อว่ายังต้องใช้เวลา
( + ) Construction Services (Neutral) – CK (ซื้อ/เป้า 23.00 บาท), STECON (ถือ/เป้า 12.50 บาท): เรามองว่าจะเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์มากสุดจากโอกาสการเติม backlog เบื้องต้นเราประเมินสำหรับงานใหม่ที่ได้รับทุกๆ 1 หมื่นล้านบาท จะเป็น upside ราคาเป้าหมาย CK และ STECON ใกล้เคียงกันราว 0.1-0.2 บาท/หุ้น
( + ) BEM (ซื้อ/เป้า 9.00 บาท): ได้อานิสงส์จากการกลับมาเดินหน้าโครงการ Double Deck โดยเราคาดจะเห็นความคืบหน้ามากขึ้นใน 2H26E โดยหากอิงจากการเจรจาก่อนหน้านี้ เบื้องต้นเราประเมินสำหรับโครงการ Double Deck และการขยายสัมปทานทางด่วนให้ BEM ระยะเวลา 22 ปี 5 เดือน และสุทธิกับการลดค่าผ่านทางลงเหลือ 50 บาท เราประเมินจะเป็น upside ราคาเป้าหมาย BEM ราว 0.5 บาท/หุ้น

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์