News Flash
- ยอดผลิตรถยนต์เดือน ต.ค.25 ปรับตัวดีขึ้น YoY, MoM จากยอดผลิต BEV ที่เพิ่มขึ้นมาก ส.อ.ท.รายงานยอดผลิตรถยนต์เดือน ต.ค.25 อยู่ที่ 1.36 แสนคัน (+14% YoY, +6% MoM) โดยเป็นผลจากยอดผลิต BEV ที่เพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากผู้ผลิตที่เข้าร่วมมาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าระยะแรก (EV 3.0) เร่งการผลิตเพื่อชดเชยก่อนสิ้นสุดมาตรการในสิ้นปีนี้ ขณะที่ยอดผลิตรถยนต์สันดาปภายใน (ICE) ยังปรับตัวลดลงต่อเนื่อง
- ยอดขายในประเทศอยู่ที่ 4.7 หมื่นคัน (+25% YoY, -3% MoM) เพิ่มขึ้น YoY จากฐานต่ำปีก่อน และยอดขาย BEV ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ยอดขายรถกระบะยังลดลง -7.5% YoY
- ยอดส่งออกอยู่ที่ 8.3 หมื่นคัน (-2% YoY, -3% MoM)
ดังนั้น ส่งผลให้ยอดผลิตรถยนต์ 10M25 อยู่ที่ 1.21 ล้านคัน (-3% YoY)
- ยอดจดทะเบียนใหม่รถยนต์ BEV (รย.1+2+3+6) เดือน ก.ย.25 อยู่ที่ 1.02 หมื่นคัน +107% YoY, +4% MoM รวม 10M25 มียอดจดทะเบียนใหม่ 9.7 หมื่นคัน +63% YoY
(ที่มา: อินโฟเควสท์, https://web.dlt.go.th/statistics/index.php)
Implication
- มองเป็นกลาง เนื่องจากยอดผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจาก BEV ขณะที่ ICE ยังชะลอตัว ซึ่งทำให้ภาพรวมไม่ได้เป็นบวกต่อกลุ่ม Automotive อย่างชัดเจน ทั้งนี้ ยอดผลิตรถยนต์ 10M25 จะคิดเป็น 84% ของเป้าผลิตรถยนต์ปี 2025E ที่ 1.45 ล้านคัน (ทรงตัว YoY) สำหรับยอดผลิตรถยนต์ในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค.25 จะยังเติบโต YoY จากฐานต่ำปีก่อน ประกอบกับการเร่งผลิต BEV เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขโครงการสนับสนุนภาครัฐ แต่ยังต้องติดตามผลกระทบจากน้ำท่วมภาคใต้ฉุดยอดขายรถกระบะ
- กลุ่ม Automotive ยังให้น้ำหนัก underweight โดย SAT (ซื้อ/เป้า 15.00 บาท) เราประเมินแนวโน้มกำไรปี 2025E/26E ยังมีทิศทางทรงตัว YoY โดยยังได้ผลกระทบจากยอดผลิตรถกระบะที่ฟื้นตัวช้า ซึ่งเป็นฐานรายได้หลัก แต่จะได้ผลบวกจากคำสั่งซื้อใหม่ และ GPM ที่ดีขึ้นจากการลดต้นทุน ขณะที่ราคาหุ้นระยะสั้นมีโอกาส outperform จากอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ยังสูงถึงเกือบ 11% ต่อปี