logo
search
flag-th
share-icon

AUTOMOTIVE (UNDERWEIGHT), BANK (OVERWEIGHT)

News Flash

  • กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตรถ EV และ Hybrid โดยจำกัดสิทธิ์เฉพาะรถที่ผลิตและประกอบในไทย พร้อมกำหนดเงื่อนไขการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) ทั้งนี้ ตามโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ปี 2026 รถยนต์ไฟฟ้าประเภทไฮบริด และไมลด์ไฮบริด โดนภาษี 6% และ 10% ตามลำดับ ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่ารถพลังงานไฟฟ้า 100% EV (ประกอบในประเทศ) ที่เสีย 2% ในส่วนรถยนต์ไฮบริดตามประกาศของกระทรวงการคลัง จะต้องเสียภาษีสรรพสามิตเพิ่มขึ้นเป็นขั้นบันไดในทุกๆ 2 ปี เช่น ปี 2028 ภาษีจะขยับเป็น 8% และปี 2030 เป็น 10% สำหรับรถ Hybrid ที่เข้าร่วมมาตรการลงทุนใหม่ขั้นต่ำ 5,000 ล้านบาท จะได้รับอัตราภาษีคงที่ 6% นาน 7 ปี (ปี 2569-75) พร้อมเงื่อนไขใช้ชิ้นส่วนสำคัญที่ผลิตในประเทศ

(ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ)

Implication

  • เรามองเป็นบวกเล็กน้อยต่อกลุ่ม Automotive โดยมาเป็นบวกต่อภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยจะเป็นบวกจากค่ายรถญี่ปุ่นมากขึ้น เช่น Toyota, Honda, Nissan และ Mazda ที่มีผลิตภัณฑ์ Hybrid/Mild Hybrid เป็นหลัก ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับรถ EV จากจีน หากมาตรการผ่านจะเป็นปัจจัยสนับสนุนห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยเฉพาะผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าและ Hybrid Vehicle Technology สำหรับกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ เรามองเป็นบวกเล็กน้อย จากการช่วยหนุนยอดผลิตรถยนต์โดยรวมให้ปรับตัวดีขึ้น สำหรับ SAT (ถือ/เป้า 50 บาท) เรามองเป็นบวกจำกัด เนื่องจากส่วนใหญ่ผลิตชิ้นส่วนรถกระบะประเภท ICE หากมีการเปลี่ยนเป็นรถยนต์ Hybrid มากขึ้น จะยังคงมีการใช้ชิ้นส่วนจาก SAT ได้เหมือนเดิม นอกจากนั้น เราประเมินว่าจะเป็นบวกกับ MGC (NR) ที่จะได้ประโยชน์จากยอดขาย Hybrid/ PHEV ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม premium Hybrid ปัจจุบันแบรนด์รถ Hybrid/ PHEV ที่ MGC จัดจำหน่ายได้แก่ BMW, MINI, Honda
  • กลุ่มธนาคารเรามองเป็นบวกหากมีการลดภาษีสรรพาสามิตลงได้จริง จะส่งผลให้ยอดขายรถ Hybrid มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น และหนุนให้มีสินเชื่อรถเพิ่มขึ้นได้ โดยธนาคารที่มีสินเชื่อเช่าซื้อเรียงตามสัดส่วนสินเชื่อเช่าซื้อจากมาก-น้อยคือ เช่น TISCO (44% ของสินเชื่อรวม), KKP (44% ของสินเชื่อรวม) และ TTB (28% ของสินเชื่อรวม) โดยเรายังคงน้ำหนักการลงทุนเป็น “มากกว่าตลาด” โดยเลือก KTB (ซื้อ/เป้า 00 บาท), KBANK (ซื้อ/เป้า 225.00 บาท) และ BBL (ซื้อ/เป้า 195.00 บาท) เป็น Top pick ขณะที่ TISCO (ถือ/เป้า 110.00 บาท), KKP (ซื้อ/เป้า 90.00 บาท) และ TTB (ถือ/เป้า 2.40 บาท) จะได้ sentiment เชิงบวกจากประเด็นนี้มากที่สุด

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์