|
News Flash
ปิยจิต รักอริยะพงศ์ SAPPE CEO เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดเครื่องดื่มกลุ่มวอเตอร์พลัส (Water Plus) ในไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมูลค่าตลาด YTD April 2026 สูงถึง 977 ล้านบาท เติบโตขึ้น 92% YoY สะท้อนว่าผู้บริโภคยุคใหม่ให้การตอบรับเครื่องดื่มกลุ่มนี้เป็นอย่างดี SAPPE เปิดตัวนวัตกรรมเครื่องดื่มวิตามินน้ำใสกลิ่นไอศกรีมรายแรกของไทย ภายใต้แบรนด์ B'lue จำนวน 2 รสชาติ ได้แก่ Bubble Gum Ice-cream และ Black Forest Ice-cream เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภค Gen Y และ Gen Z ที่ชื่นชอบความแปลกใหม่และทดลองรสชาติใหม่ โดยสินค้าวางจำหน่ายแบบ Limited Edition ที่ 7-Eleven ระหว่างวันที่ 2 ก.ค.–30 ก.ย. 2569 ราคา 20 บาท/ขวด
(ที่มา: MT Multimedia)
Implication
-
มองเป็นบวกเล็กน้อยโดย outlook ยังเป็นไปตามคาด เรามีมุมมองเป็นบวกเล็กน้อยจากประเด็นข้างต้น เรามองว่าจากเทรนด์รักสุขภาพหนุนตลาดเครื่องดื่ม Water Plus โตต่อเนื่อง การออก NPD ในครั้งนี้ จะช่วยตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาด Water Plus ของ SAPPE และเพิ่ม Brand Engagement กับกลุ่มผู้บริโภควัยรุ่น ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของแบรนด์ B'lue ทั้งนี้ เราคาด B’lue รสใหม่จะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม คาดผลบวกต่อประมาณการกำไรมีจำกัด เนื่องจากสินค้าเป็น Limited Edition สำหรับปี 2026E เราคาดรายได้ domestic รวมโต +4% YoY และสัดส่วนรายได้ domestic อยู่ที่ 30% ของรายได้รวม
-
คาดกำไร 2Q26E โตต่อ QoQ เราคาดกำไรสุทธิ 2Q26E อยู่ในกรอบ 200-220 ล้านบาท ชะลอตัว YoY แต่ฟื้นตัว QoQ โดยกำไรชะลอตัว YoY จาก 1) รายได้รวมทรงตัว YoY จากรายได้ต่างประเทศโต YoY จากรายได้ที่ขยายตัวทุกภูมิภาคยกเว้น Middle East ที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม ด้านรายได้ในประเทศลดลงจากราคามะพร้าวที่ลดลงและกำลังซื้อในประเทศที่ฟื้นตัวช้า, 2) GPM ปรับตัวลงเล็กน้อย YoY จากรับรู้ต้นทุน raw & packaging material บางส่วนที่ปรับตัวขึ้นจากสงคราม, 3) SG&A to sales ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามแผนการทำโปรโมชั่นกระตุ้นกำลังซื้อ ด้านกำไรที่ฟื้นตัว QoQ เป็นไปตามฤดูกาล คาดรายได้รวมขยายตัว +16% และ GPM ปรับตัวลดลงจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น
-
คงประมาณการกำไรปกติปี 2026E เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2026E ที่ 791 ล้านบาท (+2% YoY) โดยอิงสมมติฐาน ได้แก่ 1) รายได้รวม +3% YoY โดยเราคาดรายได้ในประเทศขยายตัว +4% YoY และ 2) GPM ที่ลดลงจากแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงคราม
Valuation/Catalyst/Risk
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 33.00 บาท อิง 2026E PER 13x (เทียบเท่า -1.25SD below 5 yr avg PER)
|