|
News Flash
-
ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงเดือน มี.ค. 2026 อยู่ที่ 307 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (+4% YoY, +10% MoM) และตัวเลข 3M26 อยู่ที่ 847 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (+5% YoY)
-
ส่งออกอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูปเดือน มี.ค. 2026 อยู่ที่ 293 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (-2% YoY, +3% MoM) และตัวเลข 3M26 อยู่ที่ 849 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (-7% YoY)
-
ส่งออกไก่สดแช่เย็นแช่แข็งและไก่แปรรูปเดือน มี.ค. 2026 อยู่ที่ 348 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (-6% YoY, -4% MoM) และตัวเลข 3M26 อยู่ที่ 1,099 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (-2% YoY)
-
ส่งออกยางพาราเดือน มี.ค. 2026 อยู่ที่ 417 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (-22% YoY, -1% MoM) และตัวเลข 3M26 อยู่ที่ 1,221 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (-23% YoY)
(ที่มา: กระทรวงพาณิชย์)
Implication
-
เรามองเป็นกลางต่อทิศทางส่งออกเดือน มี.ค. 2026 โดยมูลค่าส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงขยายตัวดีต่อเนื่อง หนุนโดยอุปสงค์โดยรวมยังดีและแผนขยายผลิตภัณฑ์และลูกค้าใหม่ อย่างไรก็ตามส่งออกอื่นๆ ปรับตัวลง โดยเฉพาะส่งออกยางพาราที่ปรับตัวลงจากช่วงปีก่อนที่มีการเร่งสั่งซื้อก่อนมาตรการ tariffs และส่งออกไก่ลดลงจากผลกระทบตลาดจีนลดคำสั่งซื้อจากประเด็นปัญหาสวมสิทธิและ food safety โดยมูลค่าส่งออกไก่ไปจีนเดือน มี.ค. 2026 ปรับตัวลงสูงถึง -68% YoY ขณะที่เรามองว่าทิศทางภาพรวมส่งออกหลังจากนี้ยังต้องติดตามผลกระทบจากภาคการขนส่งและต้นทุนโดยรวมที่สูงขึ้น
-
สำหรับแนวโน้ม 1Q26E ได้แก่ 1) กลุ่ม Pet Food เราประเมินกำไรปกติจะโต YoY โดยหลักจาก ITC ฟื้นตัวจาก 1Q25 ที่ลูกค้ามีปัญหาจองพื้นที่เรือ และอ่อนตัว QoQ จากปัจจัยฤดูกาลและสัดส่วนสินค้า premium ลดลง, 2) TU เราคาดการณ์กำไรปกติจะโต YoY อานิสงส์การปรับราคาขายขึ้นและค่าใช้จ่าย transformation program ลดลง แต่จะชะลอ QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล, 3) GFPT คาดการณ์กำไรปกติจะชะลอ YoY, QoQ กดดันโดยปริมาณส่งออกลดลง หลังส่งออกไปจีนหยุดชะงักตั้งแต่ 4Q25 รวมถึงมีผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาลและกำลังซื้อชะลอ, และ 4) NER ประเมินกำไรปกติจะอ่อนตัว YoY จาก GPM ลดลง เป็นผลจากราคาขายปรับตัวลง ซึ่งเกิดจากการขายล่วงหน้า ขณะที่ต้นทุนยางเพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัทบันทึกโดยวิธีถัวเฉลี่ย แต่จะขยายตัว QoQ จาก SG&A ลดลงตามสัดส่วนรายได้ส่งออก
-
ทั้งนี้กลุ่ม Pet Food เราคงน้ำหนัก “Neutral” และ Top pick ได้แก่ ITC (ซื้อ/เป้า 20.00 บาท) จากทิศทางกำไรปกติปี 2026E ปรับตัวดีขึ้นกว่าคู่แข่ง รวมถึงมีความเสี่ยงจากสถานการณ์ตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์น้อยกว่า โดยมีสัดส่วนรายได้จากตะวันออกกลาง <1% (AAI ราว 7%)
สำหรับหุ้นตัวอื่นๆ ในกลุ่ม Agri & Food เราแนะนำ
- TU (ซื้อ/เป้า 12.80 บาท) แม้จะมีปัจจัยท้าทายจากทิศทางต้นทุนสูงขึ้น แต่คาดการปรับราคาขายขึ้นจะช่วยบรรเทาผลกระทบ ขณะที่ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงค่อนข้างสะท้อนปัจจัยความกังวล
- GFPT (ถือ/เป้า 10.20 บาท) จากแนวโน้มกำไรปกติปี 2026E กลับมาชะลอตัว -15% YoY กดดันโดยต้นทุนวัตถุดิบทยอยปรับตัวสูงขึ้นและส่งออกอ่อนตัว โดยเฉพาะตลาดจีน
- NER (ถือ/เป้า 5.30 บาท) แม้ราคายางปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง แต่ราคาหุ้นค่อนข้างสะท้อนปัจจัยดังกล่าว ขณะที่ยังมีปัจจัยท้าทายจากสถานการณ์ภัยแล้งที่อาจกดดันปริมาณยาง
|