|
News Flash
-
กท. ท่องเที่ยวเตรียมเสนอ ครม. จัดเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาทต่อคน รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติอัตราการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยจะขอความเห็นจากทุกส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน (ประชาวิจารณ์) ใช้เวลา 30 วัน จากนั้นถึงจะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา และเริ่มดำเนินการจัดเก็บหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา 180 วัน ซึ่งคาดว่าเร็วสุดคือประมาณเดือน เม.ย. 27 สำหรับอัตราค่าจัดเก็บที่เสนอเบื้องต้น คือ 450 บาท ซึ่งเป็นผลจากการศึกษาใหม่ที่ปรับปรุงจากฐานเดิม 300 บาท (ปี 23) โดยใช้สูตรมาตรฐานคำนวณปัจจัยทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ โดยในเฟสแรกจะจัดเก็บเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางผ่านสายการบิน (ทางอากาศ) ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางผ่านด่านทางบกและทางน้ำจะดำเนินการหลังจากเริ่มจัดเก็บด่านทางอากาศไปแล้ว 1 ปี โดยจะนำไปใช้เป็นประกันภัยนักท่องเที่ยวแล้ว จะใช้พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐาน (ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ)
Implication
- เรามองเป็น sentiment เชิงลบเล็กน้อยต่อค่าเหยียบแผ่นดินที่จะนำเงินเข้ากองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย แต่อย่างไรก็ดี ประเด็นเรื่องการเก็บค่าเหยียบแผ่นดินมีมาตั้งแต่ปี 2022 แต่ก็ยังไม่เคยทำได้เลย (ก่อนหน้านี้ที่ประชุม ครม. เมื่อ 14 ก.พ. 23 เห็นชอบให้จัดเก็บในอัตรา 300 บาทต่อครั้ง สำหรับการเดินทางทางอากาศ และ 150 บาทต่อครั้งสำหรับการเดินทางผ่านทางทางบกและทางน้ำ ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้ดำเนินการศึกษาและวางแนวทางการจัดเก็บมาแล้ว 3-4 ปี แต่ยังไม่สำเร็จ) ทั้งนี้จากข้อมูลในปี 2025 ค่าใช้จ่ายนักท่องเที่ยวต่อทริปอยู่ที่ 48,000 บาท/คน เพิ่มขึ้น +1% YoY (ปี 2024 อยู่ที่ 47,400 บาท/คน และ ปี 2019 อยู่ที่ 47,896 บาท/คน) ซึ่งการเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยทางช่องทางทางอากาศคนละ 450 บาท (เพิ่มขึ้นจากข่าวก่อนหน้านี้ที่จะคิดที่ 300 บาท) คิดเป็น 0.9% ซึ่งเราคาดว่าจะมีผลกระทบต่อการตัดสินใจเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเล็กน้อยและไม่น่ามีนัยสำคัญมากนัก (นิวซีแลนด์เก็บ 100 NZD หรือราว 2,000 บาท จะถูกเรียกเก็บพร้อมกับการขอวีซ่า, ญี่ปุ่นเก็บ 3,000 เยน หรือราว 650 บาท จะเรียกเก็บผ่านตั๋วเครื่องบิน, บาหลีเก็บ 15USD หรือราว 500 บาท, มาเลเซียเก็บ RM10 ต่อห้องต่อคืน หรือราว 80 บาทต่อห้องต่อคืน, สเปนเก็บ 1-7 ยูโรต่อคืน หรือราว 40-300 บาท) ขณะที่เราคาดว่าปี 27 มีโอกาสที่ค่าตั๋วเครื่องบินจะลดลงจากราคาน้ำมันที่มีโอกาสปรับตัวลงจากสถานการณ์สงครามที่ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากค่าเหยียบแผ่นดินที่จะเพิ่มขึ้นได้
Valuation/Catalyst/Risk
เราให้น้ำหนักการลงทุนเป็น “มากกว่าตลาด” โดยเรายังชอบ CENTEL (ซื้อ/เป้า 48.00 บาท) จาก ยอด On the book ใน 3Q26E มี RevPAR (ที่ไม่รวมดูไบ) เพิ่มขึ้น +15% YoY และหากรวมดูไบ RevPAR ก็ยังเพิ่มขึ้นได้ที่ +5% YoY นอกจากนี้ยังได้ผลดีจากนักท่องเที่ยวมัลดีฟส์ที่เริ่มฟื้นตัวได้ดีโต double digit YoY ขณะที่ช่วง 4Q26E งาน World Bank and IMF meetings เดือน ต.ค. 26 มี Occ. Rate ที่ราว 65% และ ADR เพิ่มราว 20-30% YoY ส่วน Tomorrowland เดือน ธ.ค. 26 มี Occ. Rate สูงถึง 80% และ ADR เพิ่มราว 20-25% YoY ด้าน Valuation ซื้อขายที่ EV/EBITDA เพียง 12.5x เทียบเท่า -0.50SD ย้อนหลัง 8 ปี และยังชอบ ERW (ซื้อ/เป้า 4.20 บาท) จากยอด On the book ใน 3Q26E RevPAR ยังเติบโตได้อีกราว +2-3% YoY จากฐานต่ำ ขณะที่ช่วง 4Q26E จะมีงาน event อย่าง World Bank and IMF meetings เดือน ต.ค. 26 และ Tomorrowland เดือน ธ.ค. 26 ซึ่งมียอดจองเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย Occ. Rate สูงถึง 80% แล้ว โดยปัจจุบันซื้อขายเพียง PER ที่ 18x จากค่าเฉลี่ยที่ราว 20x
|