News Flash
- เสนอแนวทางมาตรการลดการใช้พลังงานให้ ครม. เมื่อวันที่ 10 มี.ค.2026 น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.รับทราบแนวทางมาตรการลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ มีประเด็นสำคัญ ดังนี้
- ให้ Work from Home (WFH) ทันที: สำหรับส่วนงานที่ไม่มีผลกระทบต่อการให้บริการประชาชน และ งดเดินทางไปศึกษาดูงาน/อบรมในต่างประเทศ: ให้เปลี่ยนมาดำเนินการภายในประเทศแทน
- กำหนดเวลาปิดเครื่องปรับอากาศในห้างสรรพสินค้าก่อนปิดทำการอย่างน้อย 30-60 นาที
หากสถานการณ์พลังงานรุนแรงมากขึ้น จะมีมาตรการเพิ่มขึ้น ดังนี้
- กำหนดระยะเวลาเปิดปิดสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เกินเวลา 22.00 น. โดยมีข้อยกเว้นสถานีบริการบนทางหลวงหลัก
- ดับไฟป้ายโฆษณาหลัง 4 ทุ่ม: งดใช้ไฟฟ้าสำหรับป้ายโฆษณา ป้ายชื่อร้านค้า ป้ายโรงภาพยนตร์ และสถานที่ทำธุรกิจ ตั้งแต่เวลา 22.00 น. เป็นต้นไป (ที่มา: ข่าวสด, bangkokbiznews)
Implication
- เรามองเป็นลบต่อกลุ่ม Ground Transport จากมาตรการ WFH โดยเบื้องต้นเราประเมิน sensitivity กรณีผู้โดยสารรถไฟฟ้าและผู้ใช้ทางด่วนที่ปรับตัวลงทุกๆ -20% เป็นเวลา 30 วัน จะกระทบต่อประมาณการกำไรสุทธิราว -3% อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมาตรการยังกำหนดใช้ในหน่วยงานราชการ ทำให้ผลกระทบอาจไม่ได้มากเท่าที่ประเมิน แต่ยังต้องติดตามหลังจากนี้หากมีการขยายการใช้มาตรการในหน่วยงานอื่น
- ผลกระทบจำกัดต่อกลุ่ม Media และ Oil retailers
(0) PLANB (ซื้อ/เป้า 5.50 บาท) เราคาดผลกระทบจำกัดจากมาตรการ WFH เนื่องจากปัจจุบันมีการบังคับใช้ในหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจเท่านั้น สำหรับการดับไฟป้ายโฆษณาปัจจุบันยังเป็นเพียงแนวนโยบายภาครัฐและยังไม่มีข้อบังคับอย่างเป็นทางการ โดยป้ายของ PLANB สามารถหรี่ไฟได้อยู่แล้วและปัจจุบันก็อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ ดังนั้นมองว่าผลกระทบต่อธุรกิจค่อนข้างจำกัด
(0) OR (ซื้อ/เป้า 18.00 บาท), PTG (ซื้อ/เป้า 11.50 บาท) เราคาดการลดเวลาให้บริการสถานีบริการน้ำมันจะมีผลกระทบที่จำกัดต่อผลประกอบการของผู้ค้าปลีกน้ำมัน เนื่องจากช่วงหลัง 22.00 น. น่าจะเป็นช่วงที่มีอุปสงค์น้อยอยู่แล้ว อีกทั้ง เราคาดว่าการเร่งเวลาปิดบริการให้เร็วขึ้นอาจจะทำให้อุปสงค์ช่วงระหว่างวันสูงขึ้น