News Flash
- ก.คมนาคม เตรียมเสนอ ครม. อนุมัติงบ 5.8 พันล้านบาท อุดหนุนระบบตั๋วร่วมรถไฟฟ้า และขยายมาตรการค่าโดยสารสายสีแดงและม่วง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยที่ประชุมเห็นชอบในหลักการกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วม ครอบคลุมโครงข่ายรถไฟฟ้า 8 สาย ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีแดง แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สายสีน้ำเงิน สายสีม่วง สายสีเหลือง สายสีชมพู สายสีเขียว และสายสีทอง พร้อมพิจารณาร่างบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) และเงื่อนไขทางธุรกิจ (Business Rules) ภายใต้หลักการเคารพสัญญาเดิมโดยไม่แก้ไขสัญญาสัมปทาน และไม่เรียกเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนเมื่อเปลี่ยนสายรถไฟฟ้า โดยกำหนดค่าแรกเข้าไม่เกิน 17 บาท และค่าโดยสารตลอดเส้นทางสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว สำหรับประชาชนชาวไทยที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" และชำระค่าโดยสารด้วยบัตร EMV Contactless
สำหรับการดำเนินมาตรการอัตราค่าโดยสารร่วมในปีแรก คาดว่าจะใช้งบประมาณรวม 5,850 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินชดเชยค่าโดยสารรถไฟฟ้า 8 สาย จำนวน 5,785 ล้านบาท และค่าธรรมเนียมการโอนเงินคืนประชาชน จำนวน 65 ล้านบาท โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จากงบกลางในวันที่ 26 ต.ค. 2026 นี้ เนื่องจากกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วมยังอยู่ระหว่างการจัดทำระเบียบและประกาศที่เกี่ยวข้อง และยังไม่ได้รับการจัดสรรเงินทุนประเดิม
นอกจากนี้ ในส่วนของมาตรการบัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวันของรถไฟฟ้าสายสีแดงและสายสีม่วง ที่ประชุมได้พิจารณาข้อเสนอขยายมาตรการออกไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2027 จากเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 พ.ย. 2026 ก่อนนำเสนอให้กระทรวงคมนาคมและ ครม. พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
(ที่มา: อินโฟเควสท์)
Implication
- เรามีมุมมองเป็นบวกต่อกลุ่ม Ground Transport จากมาตรการตั๋วร่วมรถไฟฟ้าทยอยเห็นความคืบหน้า แม้ประเด็นเรื่องเงินอุดหนุนและการแบ่งรายได้ในส่วนของปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มสูงขึ้นจากมาตรการจะยังไม่ได้ข้อสรุปและอยู่ระหว่างเจรจากับผู้ประกอบการ แต่ภาพรวมเรายังคงคาดมาตรการดังกล่าวจะช่วยหนุนปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าทั้งระบบ เบื้องต้นเราประเมิน sensitivity สำหรับปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นทุกๆ +10% และกรณีที่บริษัทได้รับเงินอุดหนุน 100% จะเป็นบวกกำไรราว +/-5%
- สำหรับมาตรการเหมาจ่ายรายวัน 40 บาทของสายสีม่วงและสายสีแดงที่จะมีการขยายออกไปอีก 1 ปี 1 เดือน เรามองปัจจัยดังกล่าวจะเป็นบวกทางอ้อมต่อ BEM จากการส่งต่อผู้โดยสารเข้าสายสีน้ำเงิน อย่างไรก็ตามอานิสงส์คาดจะยังไม่มากเนื่องจากฐานปริมาณผู้โดยสารสายสีม่วงและสายสีแดงที่ยังต่ำ
- ทั้งนี้กลุ่ม Ground Transport เราคงน้ำหนัก “Neutral” โดยเรายังชอบ BEM (ซื้อ/เป้า 9.00 บาท) เป็น Top pick โดยปัจจุบันเทรด PER 25x เทียบกับ BTS ที่แนวโน้มผลการดำเนินงานยังขาดทุน นอกจากนี้ BEM มี catalyst จากความคืบหน้าโครงการใหม่ ทั้ง Double Deck และสัมปทานเดินรถสายสีม่วงใต้ ใน 4Q26E-1H27E