logo
search
flag-th
share-icon

MORNING BELL 26 JAN 26

SET Outlook
คาดการณ์ทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้: ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยจะมีความผันผวนสูงและยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจน (Sideway) โดยดัชนีฯ มีโอกาสแกว่งตัวในกรอบ 1300-1330 จุด ปัจจัยกดดันหลักมาจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติที่เริ่มกลับมาขายสุทธิทั้งในตลาดหุ้นและพันธบัตร ประกอบกับความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ทั้งกรณีสหรัฐฯ-อิหร่าน และ สงครามการค้าสหรัฐฯ-แคนาดา รวมถึงความปั่นป่วนในตลาด Forex เช้านี้ ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามผลการประชุม FOMC และถ้อยแถลงของประธานเฟดอย่างใกล้ชิด
ปัจจัยในประเทศ
• การส่งออกไทย: การส่งออกของไทยในปี 2568 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์โดยขยายตัวถึงร้อยละ 12.9 จากแรงขับเคลื่อนของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ แต่ยังคงมีความกังวลว่าในปี 2569 อาจติดลบได้จากผลกระทบของกำแพงภาษีและสงครามการค้าโลก และเจอปัญหาสินค้าทางผ่านจากจีนไปยังสหรัฐฯ จึงทำให้ไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ และขาดดุลกับจีนเพิ่มขึ้น
• Fund Flow: ปิดสัปดาห์ (23 ม.ค.) กลงทุนต่างชาติ ขายสุทธิ 1,132 ล้านบาท (SET+MAI)  ส่วนตลาดตราสารหนี้นักลงทุนต่างชาติ ขายสุทธิ 2,818 ล้านบาท (และไม่มีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ)
• ค่าเงินบาท: ปิดตลาดเย็นวันที่ 23 ม.ค. ที่ระดับ 31.21 บาท/ดอลลาร์  ตลาดจับตาผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ที่คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ย และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ สำคัญ เช่น การจ้างงานภาคเอกชนและ GDP
ปัจจัยต่างประเทศ:
• ดอลลาร์ร่วง-เยนพุ่ง: เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง (Dollar Index = 97) เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก (G-10) โดยเงินเยนพุ่งขึ้นราว 1% สู่ระดับ 154.22 เยนต่อดอลลาร์ หลังจากมีรายงานว่า Fed สาขานิวยอร์กได้โทรเช็คอัตราแลกเปลี่ยน (Rate Check) กับสถาบันการเงิน ซึ่งตลาดตีความว่าเป็นสัญญาณเตรียมพร้อมช่วยญี่ปุ่นแทรกแซงค่าเงิน …  เช้านี้ ดัชนีตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวลดลงจากเรื่องนี้
• ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์: ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดาทวีความรุนแรงขึ้นจากการถอนคำเชิญเข้าร่วม "Board of Peace" ขณะที่การเจรจาสันติภาพรัสเซีย-ยูเครนในตะวันออกกลางยังคงติดหล่มในประเด็นเรื่องเขตแดน  ด้านอิหร่าน มีข่าวว่าสหรัฐฯส่งกองเรือและกำลังทางทหาร เป็นการกดดันอิหร่าน และหากสหรัฐฯโจมตีอิหร่าน จะเพิ่มความกังวลให้กับนักลงทุน นักลงทุนต่างประเทศอาจขายหุ้นต่อ แต่จะบวกต่อราคาน้ำมันและราคาทองคำ
• ประชุม FOMC: การประชุมวันที่ 28-29 ม.ค.นี้ นักวิเคราะห์คาดว่า FOMC จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ย หลังพบความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและตลาดแรงงานมีเสถียรภาพ โดยตลาดกำลังจับตาเจอโรม พาวเวลล์ ที่จะแถลงปกป้องความเป็นอิสระของธนาคารกลางจากการแทรกแซงทางการเมืองของทำเนียบขาว
• ประธาน Fed คนใหม่: ประธานาธิบดีทรัมป์เผยว่าได้คัดเลือกผู้ที่เหมาะสมดำรงตำแหน่งประธาน Fed คนใหม่เสร็จสิ้นแล้วและมีชื่อในใจ ขณะที่ตลาดจับตาเจอโรม พาวเวลล์ ประธานคนปัจจุบันที่จะต้องแถลงประเด็นความเป็นอิสระของธนาคารกลาง
• จีนและเทคโนโลยี: ทางการจีนส่งสัญญาณผ่อนคลายโดยอนุญาตให้บริษัทเทคโนโลยีใหญ่อย่าง Alibaba, Tencent และ ByteDance เตรียมสั่งซื้อชิป Nvidia H200 ได้ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มเทคโนโลยี แต่จีนอาจปรับลดเป้า GDP ปี 2569 ลงเหลือ 4.5-5% สะท้อนภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
• การเมืองญี่ปุ่นและการเงิน: นายกฯ ญี่ปุ่นประกาศยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 8 ก.พ. ขณะที่ BOJ มีมติคงดอกเบี้ยที่ 0.75% ส่งผลให้ค่าเงินเยนผันผวนหนักและมีการเก็งกำไรว่าทางการอาจเข้าแทรกแซงค่าเงินร่วมกับสหรัฐฯ
 
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
26 ม.ค. 69
• US - Construction Spending MoM
28 ม.ค. 69
• TH - Car Sales
• US - Advance Goods Trade Balance
29 ม.ค. 69
• US - FOMC Rate Decision
• EC - Consumer Confidence
• US - Initial Jobless Claims
30 ม.ค. 69
• US - PPI Final Demand
• EC - GDP SA YoY
• MSCI เตรียมปรับเกณฑ์การคำนวณ Free Float ใหม่ให้เข้มงวดขึ้น (รู้ผล 30 ม.ค. 2026 / มีผล พ.ค. 2026)
Strategy
• ตลาดยังอยู่ในสภาวะ "Wait & See" เราแนะนำให้ชะลอการลงทุนหรือทยอยขายทำกำไรในจังหวะที่ตลาดดีดตัว เนื่องจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ที่สูงขึ้น และแรงขายของนักลงทุนต่างชาติที่ยังกดดันตลาด ราคาทองคำที่พุ่งทำ New High สะท้อนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่สูงขึ้น เรามองว่าดัชนีมี Upside จำกัด
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เราคงหุ้นในพอร์ตไว้ทั้งหมด หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย SCB(10%), TRUE*(20%)
Technical  : BH, MEGA
 
News Flash:
( + ) MAGURO (ซื้อ/เป้า 33.00 บาท) เปิดตัวแบรนด์ใหม่ซูซิสายพาน premium จากญี่ปุ่น “Kaiten Sushi Ginza Onodera"
( 0 ) Pet Food (Neutral), TU (ซื้อ/เป้า 14.00 บาท), GFPT (ถือ/เป้า 11.00 บาท), NER (ถือ/เป้า 4.70 บาท) ส่งออก ธ.ค. 2025 โต MoM ตามฤดูกาล ขณะที่ภาพรวมกำไรปกติ 4Q25E คาดกดดันจากบาทแข็ง
( - ) Tourism (Overweight) กรองเข้ม 3 สนามบิน สกัด 'นิปาห์'
 
Company Update:
( - ) SAPPE (ถือ/ปรับเป้าลงเป็น 32.00 บาท) กำไร 4Q25E ชะลอตัวกว่าคาดจากรายได้ชะลอตัว

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 0 2351 1800contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์