
SET Outlook
• ตลาดถูกกดดันจากแนวโน้มผลประกอบการ ความเสี่ยงด้านลูกหนี้ ขณะที่ปัจจัยภายนอก ส่วนใหญ่ยังออกมาในทางลบ
• จีน มีสัญญาณบวกหลัง นายกฯ "หลี่ เฉียง" ให้ทางการเข้าดูแลเสถียรภาพตลาดหุ้น (ตลาดหุ้นฮ่องกง บวกกลับมาเกือบ 3%) และมีข่าวว่าทางการกำลังเตรียมมาตรการ จะเป็นลักษณะของกองทุนฯ ที่มีวงเงินราว 2.78 แสนล้านเหรียญ เรามองข่าวนี้ เป็นบวกต่อตลาด แต่อาจยังไม่มีน้ำหนักมากนัก จนกว่าจะเป็นผลที่เป็นรูปธรรม
(ตลาดหุ้นจีนต้องขึ้นแรงๆ)
• สถานการณ์ตะวันออกกลาง เริ่มมีผลชัดเจนต่อเศรษฐกิจโลกมากขึ้น (ลบต่อส่งออก+น้ำมัน แต่ดีต่อเดินเรือ) ล่าสุด มีข่าวว่าอิสราเอลจะมีการเจรจาเรื่องตัวประกันในเร็วๆ นี้ แต่การใช้กำลังทางทหาร เกิดขึ้นในหลายจุด(ประเทศ) สหรัฐฯ เพิ่งโจมตีกองกำลังในอิรัก ที่มีอิหร่านสนับสนุน
• ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) คงนโยบายการเงินในการประชุมวานนี้(23) เป็นไปตามที่ตลาดคาด โดยตลาดคาดว่า BOJ จะมีการพิจารณายกเลิก Yield Curve Control ราวเดือน เม.ย. (แต่น่าจะเป็นไปได้ยาก) เงินเยนกลับมาอ่อนค่า (ล่าสุด 147 เยน/ดอลล่าร์) ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังได้อานิสงค์จากการคงนโยบาย YCC นี้ไว้ หุ้น TOYOTA ทำจุดสูงสุดใหม่ ผลต่อหุ้นไทย น่าจะเป็นเรื่องการลงทุนของบริษัทญี่ปุ่น โดยเฉพาะรถยนต์ ที่จะมีเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น (เพราะผลประกอบการดี มีเงินเหลือมาลงทุน)
• นโยบายรัฐบาลใหม่ๆ ยังไม่คืบ หลังจาก Digital Wallet ต้องถอยไปตั้งหลักใหม่ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ชี้แจงในกรณีถูกร้องเรียน ใน 30 วัน และโครงการ Landbridge ต้องกลับมาศึกษาเพิ่ม เรามองว่า การที่รัฐบาลยังไม่สามารถออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจได้ จะกระทบในแง่ความเชื่อมั่น และอีกไม่กี่วัน จะมีการขออภิปรายรัฐบาลด้วย ซึ่งเป็นลบกับตลาดหุ้น
• จากข่าวในสื่อ ที่ระบุ สศค. ประมาณการ GDP ปี ’66 จาก 2.7% เหลือ 1.8% แสดงว่า GDP 4Q จะโตเพียง 1.0% จะเท่ากับโตน้อยที่สุดนับตั้งแต่ 3Q-21 เป็นต้นมา (ตอนนั้นติดลบ 0.2%) ย่อมมีผลมาถึงกำไรตลาดงวดที่กำลังรายงานว่า อาจออกมาไม่ดีด้วย เราประเมินกรอบกำไร 4Q ของ SET ไว้ที่ 1.7-2.0 แสนลบ. (ถ้าต่ำกว่านี้ จะเป็นลบ)
• วานนี้ หุ้นที่อิงรายได้จากดอกเบี้ย หรือกลุ่มการเงิน ราคาหุ้นปรับตัวลดลง บางตัวทำ ทำ new low สะท้อนจากปัญหาหนี้ ที่เราเห็นในงบธนาคารงวดนี้ อีกทั้ง การที่รัฐจะให้มี JV-AMC คือนำหนี้ของสถาบันการเงินของรัฐ ไปขายให้กับ บรรษัทบริหารสินทรัพย์ (บบส. หรือ SAM) ตามที่เราเคยให้ข้อมูล … เป็นลบต่อหุ้นกลุ่ม non-bank หรือกลุ่มที่มีรายรับจากการปล่อยกู้ จากลูกหนี้ที่คุณภาพด้อยลง
• ตัวเลขเศรษฐกิจและ event สำคัญวันนี้ SCC รายงานกำไร และศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย กรณีคุณพิธา ถือหุ้นสื่อ(ITV)
Strategy
• นักลงทุนส่วนใหญ่ยังมีการขายหุ้นออกเพื่อลดความเสี่ยง (โดยเฉพาะธุรกิจที่อิงกับดอกเบี้ย+ลูกหนี้) เป็นสัญญาณว่าดัชนีฯ มีโอกาสที่จะถอยลงมาหาจุดต่ำสุดเดิมที่ 1354 (13 ธ.ค.66) อีกครั้ง หากยังไม่มีข่าวบวกเข้ามาในตลาด เราแนะนำให้ ทยอยขายหุ้นออกไปบ้างเพื่อลดความเสี่ยง รอจังหวะซื้อกลับภายหลัง
• list ของหุ้นที่ราคาลงมามากๆ เรารอจังหวะซื้อ (แต่อาจไม่ใช่วันนี้) ที่เป็นเป้าหมายของเรา จะเป็น KTB, BBL, BH, LH
• หุ้นในพอร์ตวันนี้ เรานำ HMPRO ออกจากพอร์ต และคงหุ้นที่เหลือไว้ หุ้นในพอร์ตวันนี้ ประกอบไปด้วย BDMS(10%), TRUE*(10%)
* เป็นหุ้นที่ทาง DAOL ไม่ได้มีการทำบทวิเคราะห์
Technical : SRS, ICHI
News comment:
( - ) Media (Neutral) งบโฆษณาดิจิทัลปี 2024E แซงทีวีครั้งแรก เดือน ม.ค. ลูกค้ายังชะลอใช้จ่ายเงิน
News Flash:
( + ) Tourism (Underweight) นักท่องเที่ยวสัปดาห์ล่าสุด (15-22 ม.ค.) เพิ่มขึ้น +3% WoW จากนักท่องเที่ยวจีน +15% WoW ช่วยหนุน
Results Review:
( - ) SCGP (ถือ/ปรับเป้าลงเป็น 35.00 บาท) 4Q23 ต่ำคาด, 2024E ฟื้นตัวช้าจากภาวะเศรษฐกิจ
Company Update:
( - ) SIRI (ปรับลงเป็น ถือ/ปรับเป้าลงเป็น 1.87 บาท) 4Q23E จะต่ำกว่าคาด, เป้า 2024E มีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจ
( - ) KKP (ถือ/ปรับเป้าลงเป็น 48.00 บาท) เป้าหมายปี 2024E ต่ำคาด, 1Q24E หดตัว YoY ต่อแต่เริ่มฟื้น QoQ
กลับสู่ด้านบน
©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์