SET Outlook
ตลาดยังคงผันผวนต่อ โดยตัวแปรสำคัญที่ชี้นำทิศทางตลาดหุ้นไทยอยู่ในเวลานี้ จะเป็นเรื่องความเป็นไปของสงคราม จะออกมาในทางลบมากกว่า เพราะสหรัฐฯจะเพิ่มระดับการโจมตีอิหร่านในระดับที่รุนแรงกว่าเดิม แรงขายในตลาดหุ้นไทย จึงยังมีให้เห็นต่อจากสัปดาห์ก่อน ประเมินกรอบดัชนีฯสัปดาห์นี้ ไว้ที่ 1360-1450 จุด
ปัจจัยในประเทศ
• การเมืองไทย: การรับรอง สส. จากการเลือกตั้ง ใกล้ครบแล้ว ถัดไปเป็นการเปิดประชุมสภา และคัดเลือกประธานสภา หากไม่มีอะไรรบกวน จะสามารถทำได้เสร็จและเลือกนายกฯ ต่อได้ทันทีภายในเดือนมี.ค. ส่วนประเด็นบัตรเลือกตั้ง คาดกว่าจะรู้ผล น่าจะหลังตั้งรัฐบาลเสร็จแล้ว ..... การเมืองภายใน ยังสะท้องเชิงบวกต่อตลาดหุ้น
• ค่าเงินบาท: ปิดตลาดที่ระดับ 31.92/93 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งเป็นการปรับตัวอ่อนค่าลงจากช่วงเช้าที่เปิดตลาดระดับ 31.74 บาท/ดอลลาร์ นักลงทุนแห่เข้าถือเงินดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้สกุลเงินอื่นอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว (Dollar Trap)
โดยระหว่างวันเงินบาทมีการเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.65-31.95 บาท/ดอลลาร์
• กระแส Fund Flow : นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้น 6,633 ล้านบาท ในตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิ 2,809 ล้านบาท
ปัจจัยต่างประเทศ:
• สถานการณ์สหรัฐฯ-อิสราเอ-อิหร่าน : รุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และจะทำให้ตลาดที่ลดระดับความกังวลลงก่อนหน้านี้ ต้องกลับมากังวลกันต่อ หลังสหรัฐฯ-อิสราเอล จะเพิ่มระดับการโจมตีอิหร่านในระดับที่รุนแรงสูงสุด เพื่อปิดเกมส์ให้เร็ว ก่อนที่ปัญหา supply น้ำมัน-gas จะขาดแคลนและกลับมาเล่นงานสหรัฐฯ และประเทศอื่นๆแทน นอกจากนี้ การที่อิหร่าน ประกาศว่าได้ผู้นำคนใหม่แล้ว หากเป็น ‘มุจตาบา คาเมเนอี (Mojtaba Khamenei)’ โอกาสที่อิหร่านจะยอมเจรจาหรือพยายามยุติสงครามจะมีค่อนข้างน้อย จะยิ่งเพิ่มระดับความรุนแรงให้มากขึ้นไปอีก ซึ่งจะทำให้นับจากวันนี้ อาจถึง 1 เดือน ที่สถานการณ์จะขึ้น peak ที่สุด ตลาดช่วงเวลานี้ อาจถูกกระทบจากทั้งความกังวลเรื่องสงครามและความกังวลในเรื่อง supply shock ของน้ำมัน ที่จะส่งผ่านไปยัง ‘เงินเฟ้อ’ ของโลก ดังที่เกิดขึ้นมาแล้วในปี 2022 (สงครามรัสเซีย-ยูเครน) ไปในเวลาเดียวกัน
• ราคาพลังงาน(ไทย) : หากสงครามยังยืดเยื้อ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์มีโอกาส แตะ $100 เหรียญ รอดูมาตรการกดราคาน้ำมันของฝั่งสหรัฐฯ รวมถึงรัฐบาลไทยว่าจะสามารถกดราคาน้ำมันลงได้ขนาดไหน ..... กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนัก คือ กลุ่มที่ใช้ไฟฟ้ามาก เช่น ธุรกิจโรงแรม ห้างฯ โรงงานอุตสาหกรรม รวมไปถึง กลุ่มปิโตรเคมีที่จะเจอปัญหาต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
• การจ้างงานนสหรัฐฯ : ตัวเลขการจ้างงาน Nonfarm payrolls ของสหรัฐฯ (ก.พ.) หดตัวลงอย่างกว่าคาดถึง 92,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 4.4% การชะลอตัวของการจ้างงานพร้อมกับราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวแต่เงินเฟ้อสูง ซึ่งจะทำให้นโยบายการเงินของ Fed ยังคงส่งสัญญาณสนับสนุนให้ "คงอัตราดอกเบี้ย" ต่อไปอีกระยะหนึ่งในการประชุมวันที่ 17-18 มี.ค.นี้
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• CH - PPI YoY; (คาดการณ์: -1.08%, ครั้งก่อน: -1.40%)
• CH - CPI YoY; (คาดการณ์: 0.82%, ครั้งก่อน: 0.20%)
.Strategy
• ตลาดยังคงสับสนว่า สถานการณ์จะพลิกไปทางใด และสหรัฐฯ จะควบคุมไม่ให้ลุกลามไปได้หรือไม่ ทำให้ตลาดหุ้นผันผวน(ลบ) ไปอีกสักระยะหนึ่ง ในขณะที่นักลงทุนต่างประเทศ ก็ขายหุ้นออกมาติดต่อกันเป็นวันที่สองแล้ว
• กลยุทธ์ลงทุน ภาพรวมๆ ยังเป็นชะลอการลงทุน สถานการณ์ตะวันออกกลางและปัญหา supply น้ำมัน ที่อาจลามไปถึงระบบ supply chain ของโลกเหมือนปี 2022 การเข้าลงทุน ยังต้องใช้ความระมัดระวัง และเลี่ยงหุ้นที่จะได้รับผลกระทบทางตรงจากสงครามและต้นทุนที่สูงขึ้นอันเป็นผลพวงจากราคาน้ำมันออกไปก่อน
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ CPAXT ออก หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย ADVANC*(10%), PTTEP(20%), KKP(10%), KTB(10%)
Technical : IVL, 88TH
News Comment:
( - ) Tourism (Overweight) กระทรวงการท่องเที่ยวฯจับตาผลกระทบตะวันออกกลางยืดเยื้อ
News Flash:
( + ) Energy (Neutral) ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุ USD100/bbl หลัง 3 ประเทศ OPEC ลดกำลังการผลิต
( - ) SCC (ขาย/เป้า 165.00 บาท) โรงแครกเกอร์ ROC ประกาศ Force Majeure
( 0 ) SNNP (ซื้อ/เป้า 8.20 บาท) ตั้งเป้ารายได้โต mid to high single digit YoY
Company Update:
( + ) AURA (ซื้อ/เป้า 21.00 บาท) 1Q26E ยังคงสดใส, มีแผนขยายฐานเงินทุนเพิ่มต่อยอดการเติบโต
( - ) ONEE (ปรับลงเป็น ถือ/ ปรับเป้าลงเป็น 3.00 บาท) แนวโน้มกำไร 2026E ชะลอตัวกว่าคาด
( 0 ) SAV (ซื้อ/เป้า 18.00 บาท) กำไร 1Q26 จะโต YoY ได้ แต่ยังต้องติดตามปัจจัยตะวันออกกลาง