SET Outlook
คาด SET Index แกว่งตัว Sideway up หนุนจาก Sentiment การฟื้นตัวของกลุ่มเทคโนโลยีหลังจากที่มีแรงขายไปในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ราคาน้ำมันและ Bond Yield ยังยืนสูง สำหรับตลาดไทยยังไม่มีปัจจัยหนุนใหม่ นอกจากผลประกอบการของกลุ่มธนาคารที่ทะยอยออกมาในสัปดาห์นี้
ประเด็นที่น่าสนใจ
• ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวบวก นำโดยหุ้นกลุ่ม semiconductor และเทคโนโลยี เป็นแรงซื้อกลับหลังจากที่ช่วงก่อนหน้าปรับตัวลดลงไปค่อนข้างมาก ขณะที่หุ้น CoreWeave ลดช่วงลบเหลือ -0.4% หลัง Goldman Sachs ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น "ซื้อ" และมองว่าบริษัทยังมีเครื่องมือทางการเงินรองรับและได้รับการสนับสนุนจาก Nvidia ทั้งนี้ตลาดจับตาการประกาศงบ
• Michael Wilson หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จาก (Morgan Stanley ออกบทวิเคราะห์แนะนำให้นักลงทุน "เพิ่มความเสี่ยง (Add Risk)" เนื่องจากมองว่า ช่วงเวลาการปรับฐานและการลดทอนการประเมินมูลค่า ที่ดำเนินมาหลายเดือนในบางกลุ่มอุตสาหกรรมกำลังเข้าสู่จุดสิ้นสุด ท่ามกลางปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง จากการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 3 ที่คาดว่าจะพุ่งสูงถึง 24.6% YoY ซึ่งช่วยลดทอนความกังวลเรื่องการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร
• เศรษฐกิจจีนขยายตัวเร่งขึ้นเกินคาดในไตรมาส 3/2026 โดย GDP เติบโต 4.5% YoY (เทียบกับ 4.3% ในไตรมาส 2 และสูงกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ 4.4%) ส่งผลให้อัตราการเติบโตในช่วง 9 เดือนแรกของปีอยู่ที่ 4.6% ซึ่งเคลื่อนไหวสอดคล้องกับกรอบเป้าหมายทั้งปีของรัฐบาลที่ 4.5%–5.0% ขณะที่ยอดค้าปลีกเดือนกันยายนฟื้นตัวเด่นขึ้นสู่ 1.1% (และพุ่ง 3.9% หากไม่รวมยานยนต์)
• ตลท. ประกาศใช้มาตรการซื้อขายชุดใหม่ 8 ข้อ หลังได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. แล้ว มีผล 16 พ.ย. 2569 ข้อที่เชื่อมถึงหุ้นชัดที่สุดคือการลด tick size (ช่วงห่างขั้นต่ำของราคาเสนอซื้อขาย) ของหุ้นราคา 5–50 บาท ราคาเสนอซื้อและเสนอขายจะอยู่ใกล้กันมากขึ้น spread แคบลง และต้นทุนการซื้อขายลดลง ตลท. คาดว่าสภาพคล่องจะเพิ่มขึ้น
Strategy
กลยุทธ์หลัก: รับมือกับความผันผวนแบ่ง Core Strategy เรายังชอบกลุ่มธนาคาร (พร้อมได้ประโยชน์จากเก็งกำไรงบ) KTB, KBANK, KKP ขณะที่ Tactical Strategy เรามอง Theme ใหญ่ ระยะ กลาง-ยาว หุ้น (Mega play Theme) Data Center โรงไฟฟ้า เรายังชอบ GPSC, BGRIM, ADVANC และผสมกับตีมการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว ระยะกลาง – ยาว ชอบ AOT, CENTEL
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
· CN, Loan Prime Rate 1Y (Oct), Consensus=3%, Prior=3.0%
· CN, Loan Prime Rate 5Y (Oct), Consensus=3.5%, Prior=3.5%
· EA, ZEW Economic Sentiment Index (Oct), Consensus=24.2, Prior=25.8
· US, Building Permits Prel (Sep), Consensus=1.40M, Prior=1.403M
· US, Housing Starts MoM (Sep), Consensus=1.9%, Prior=-2.6%
· US, Pending Home Sales MoM (Sep), Consensus=0%, Prior=0.3%
Technical : BCH, KAMART
Fund Flow และตลาดการเงิน:
• ต่างชาติ “ขาย” สุทธิตลาดหุ้นไทย และ “ซื้อ” ตลาดตราสารหนี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
• ตลาดหุ้น (19 ต.ค. 69): มูลค่าการซื้อขาย (SET) 63,186.57 ล้านบาท และ (MAI) 203.09 ล้านบาท ด้านนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 2,136.33 ล้านบาท
• Yield Curve ปรับตัวลดลงจากวันก่อนหน้าประมาณ 1 bps. สำหรับกระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติวันนี้ NET INFLOW 1,247 ล้านบาท
• ค่าเงินบาท: ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 33.59 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า
Strategy pick
KTB: ราคาพื้นฐาน 50.00 บาท
• กลุ่มธนาคารยังคงเป็นกลุ่มที่มีความแข็งแกร่งมากกว่าตลาด KTB มี Asset Quality ที่แข็งแกร่งจากการเน้นปล่อยสินเชื่อภาครัฐ ซึ่งเป็นสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำและรองรับกับสภาพเศรษฐกิจ คาดกำไร 3Q26E ที่ 1.34 หมื่นลบ. (-8% YoY, +11% QoQ)
KKP: ราคาพื้นฐาน 135.00 บาท
• ผลประกอบการออกมาดีกว่าคาดหนุนจากค่าธรรมเนียม และ NPL ปรับตัวลดลงจาก Asset Quality ที่ดีขึ้น คาดการณ์กำไรปี 2026E ที่ 8.5 พันลบ. (+44% YoY)
กรอบดัชนี SET วันนี้ แนวรับ 1562-1568 แนวต้าน 1577-1583
Technical Pick: MBK, ASK
Stock picks for October 2026 : ADVICE, BGRIM, CK, PLANB, SCGP
News Comment
( 0 ) Tourism (Overweight) นักท่องเที่ยวล่าสุด +1% WoW จากรัสเซียและสหรัฐอเมริกาเพิ่ม แต่จีนและอินเดียลด
Company Report
( + ) GLOBAL (ซื้อ/เป้า 9.00 บาท) คาดกำไร 3Q26E เติบโต YoY จาก GPM ที่ยังอยู่ในระดับสูง
( - ) GFPT (ปรับลงเป็น ถือ/เป้า 11.50 บาท) กำไรปกติ 3Q26E ชะลอจากต้นทุนกากถั่วเหลืองสูงขึ้นและส่งออกลดลง