SET Outlook
ตลาดยังผันผวน ขึ้น/ลง ตามสถานการณ์สงคราม ดัชนีฯ ยังคงไร้ทิศทางอยู่ในเวลานี้ ขณะที่การแถลงของผู้นำสูงสุดของอิหร่านเมื่อเย็นวานนี้(12 มี.ค.) เป็นปัจจัยเชิงลบต่อตลาดหุ้น
ปัจจัยในประเทศ
• การจัดตั้งรัฐบาล: วันหยุดนี้ จะได้เห็นการโหวตลือกประธานสภาฯ โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ จากพรรคภูมิใจไทย เป็นหนึ่งในตัวเต็งสำคัญ และตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง มีแนวโน้มเป็น ศุภชัย ใจสมุทร จากพรรคภูมิใจไทยเช่นกัน ลำดับถัดไปเป็นการโหวตเลือกนายกฯ ช่วงกลางสัปดาห์หน้า กำหนดการจัดตั้งรัฐบาลไวกว่ากำหนด รัฐบาลทำงานได้ไว เป็นปัจจัยบวกภายในประเทศ
• ผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เรียกกลุ่มโรงกลั่นถกด่วนพรุ่งนี้ หลังค่าการกลั่นพุ่ง จับตา 17 มี.ค. จ่อขยับดีเซลหลังสิ้นสุดตรึงราคา
• ค่าเงินบาท: ปิดตลาดที่ระดับ 31.85 บาท/ดอลลาร์ โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนและแกว่งตัวไร้ทิศทางในกรอบ 31.75 - 31.99 บาท/ดอลลาร์ ปัจจัยหลักที่กดดันให้เงินบาทรวมถึงสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาคอ่อนค่าลง มาจากความกังวลต่อสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ตลอดจนความผันผวนของราคาทองคำในตลาดโลก
• กระแส Fund Flow: นักลงทุนต่างชาติ ในตลาดหุ้น ขายสุทธิ 2,408 ล้านบาท (รวมตลาด SET และ MAI)
ในตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิ 702 ล้านบาท
ปัจจัยต่างประเทศ:
• แถลงการณ์แรกในฐานะผู้นำ: โมจตาบา คาเมเนอี (Mojtaba Khamenei) ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ยังเดินหน้าทำสงครามต่อ และจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ ต่อไป เพื่ออำนาจในการต่อรอง ... ผลที่เกิดขึ้น ดันราคาน้ำมันดิบ Brent ขยับสูงขึ้น และดัชนีตลาดหุ้นเป็นลบจากข่าวนี้.... ติดตามทางออกของสงครามในครั้งนี้ ฝ่ายสหรัฐฯ จะจบด้วยวิธีการใด และอิหร่านจะยอมจบด้วยหรือไม่
• ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้มูลค่าตลาดหุ้นโลกหายไปหลายล้านล้านดอลลาร์ และดันราคาน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์ กองทุนระดับโลกอย่าง Balyasny, Citadel และ Millennium ต่างก็รายงานผลขาดทุนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นอกจากนี้ เฮดจ์ฟันด์ยังได้เพิ่มสถานะ Short ในกองทุน Equity ETF ถึง 8.3% ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมีนาคม
• Goldman Sachs หั่นเป้าเศรษฐกิจ-เสี่ยงถดถอย: Goldman Sachs ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ลง โดยประเมินว่ามีโอกาสถึง 25% ที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ภายใน 12 เดือนข้างหน้า
• จีน-ไต้หวันตึงเครียด: จีนส่งเครื่องบินรบหลายลำรุกล้ำเขตแสดงตนเพื่อป้องกันภัยทางอากาศของไต้หวันอีกหลังยุติไปก่อนหน้า โดยมีการบินข้ามเส้นกึ่งกลางช่องแคบ ขณะที่กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ส่งเครื่องบินลาดตระเวน บินผ่านช่องแคบไต้หวันเพื่อยืนยันพันธสัญญาต่อเสรีภาพในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ตลาดกำลังจับตามองการพบกันระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และจีน (ช่วงมี.ค.-เม.ย.) ซึ่งอาจมีผลต่อความสัมพันธ์และการซื้อขายอาวุธในอนาคต
ปัจจัยต่างประเทศ:
• การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะจัดขึ้นในวันที่ 17-18 มี.ค. 69 โดยจากสถานการณ์ปัจจุบันที่เงินเฟ้อยังยืนสูงที่ระดับ 2.4% ในก.พ.ที่ผ่านมาและคาดว่าจะสูงขึ้นอีกในเดือนมี.ค. เนื่องจากราคาพลังงานที่ปรับตัวขึ้นจากภาวะสงคราม ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ Fed จะยังคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่อัตราเดิม คือ 3.50-3.75%
• การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จัดขึ้นในวันที่ 18-19 มี.ค. 69 ทิศทางการยังไม่แน่นอน (ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 0.75%) เนื่องจากคาซูโอะ อูเอดะ ผู้ว่าการ BOJ ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปในก่อนหน้านี้ ซึ่งสวนทางกับซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกฯ ญี่ปุ่นที่สนับสนุนการนโยบายผ่อนคลาย
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• US - PCE Price Index YoY; (คาดการณ์: 2.73%, ครั้งก่อน: 2.90%)
• US - Core PCE Price Index YoY; (คาดการณ์: 3.00%, ครั้งก่อน: 3.00%)
• US - GDP Annualized QoQ (ประมาณการครั้งที่ 2); (คาดการณ์: 1.40%, ครั้งก่อน: 1.40%)
• US - JOLTS Job Openings Rate; (ครั้งก่อน: 3.90%)
Strategy
• แม้ตลาดหุ้นวานนี้ จะออกมาโทนบวก นักลงทุนไล่ซื้อหุ้นที่ถูกกระทบจากราคาน้ำมัน ตัวที่ราคาลงมาลึก แต่ทิศทางตลาดยังขึ้นกับสถานการณ์ตะวันออกกลางแบบรายวันอยู่ต่อไป การแถลงของผู้นำสูงสุดของอิหร่านเมื่อเย็นวานนี้(12 มี.ค.) เป็นปัจจัยเชิงลบต่อตลาดหุ้น
• กลยุทธ์ลงทุน ยังเป็นชะลอการลงทุน เพราะยังมีความไม่แน่นอนในเรื่องสงคราม แต่สำหรับนักเก็งกำไร สามารถเรามาลงทุนในกรอบเวลาสั้นๆได้ โดยต้องเลือกหุ้นที่ไม่เสี่ยงต่อผลกระทบจากสงครามมากจนเกินไป หรือหุ้นที่ราคาปรับตัวลงมามาก(ตามดัชนีฯที่ปรับตัวลงมา)
• หุ้นไทย ในกลุ่มพลังงาน ได้อานิสงค์จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น หลักๆ คือ PTTEP จาก supply shock ของน้ำมัน แต่ตัวที่ถูกกระทบมีมากกว่า ได้แก่ โรงไฟฟ้า (gas ราคาแพงขึ้น) สถานีบริการน้ำมัน (รัฐบาลพยายามลดการใช้น้ำมันลง) และโรงงานปิโตรเคมี (ต้นทุนวัตถุดิบราคาแพงขึ้น) ส่วนกลุ่มอื่นๆ ที่จะถูกกระทบ จะเป็นสายการบิน
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ CCET* ออก หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย PTTEP(20%), CPN(10%), ADVANC*(10%), KKP(10%), KTB(10%)
Technical : COM7, BBIK
News Comment:
( + ) Tourism (Neutral) ททท. จับมือ Ctrip เปิดแคมเปญแจกคูปองกระตุ้นการเดินทางช่วงสงกรานต์ 2026
( 0 ) Energy (Neutral) ผู้นำอิหร่านสูงสุดคนใหม่ประกาศยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป
( 0 ) Ground Transport (Underweight) กรมรางศึกษาโมเดลค่าโดยสารรถไฟฟ้า โดยเล็งแบบโซน คาดสรุปผลปลายปีนี้
Company Update:
( + ) CRC (ปรับขึ้นเป็น ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 21.50 บาท) กำไรปกติ 2026E โต YoY บนฐานที่ไม่รวมกำไรจาก Rinascente