SET Outlook
คาดยังผันผวน แต่ได้อานิสงค์จาก Flow ที่ไหลเข้าตลาดเอเซีย
ปัจจัยในประเทศ
• การจัดตั้งรัฐบาล : นายอนุทิน ชาญวีรกูล ปฏิเสธกระแสข่าวจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เรื่องการปิดดีลจัดตั้งรัฐบาล โดยยืนยันว่าต้องรอผลคะแนนจาก กกต. ให้นิ่งเสียก่อน เนื่องจาก สส. บัญชีรายชื่อยังต้องนับใหม่ในหลายเขต ทำให้ขณะนี้ยังไม่สามารถเจรจากับพรรคใดอย่างเป็นทางการได้.... กกต. เตรียมที่จะพิจารณาประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส. แบ่งเขตล็อตแรกในวันที่ 25 ก.พ. ส่วน สส. อีกราว 100 คนที่ถูกสั่งให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่หรือนับคะแนนใหม่นั้น คาดว่าจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นได้ภายในวันที่ 1 มี.ค. และจะประกาศรับรองผลได้ในช่วงต้นเดือน มี.ค. ...ความเสี่ยงเรื่องเลือกตั้งโมฆะ (บาร์โค้ดและบัตรเขย่ง) แม้จะมีการนำเรื่องไปฟ้องร้องต่อศาล แต่ กกต. มั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่เป็นโมฆะ
• ธปท. ปรับเพิ่มจีดีพี: สำนักข่าว Bloomberg รายงาน ผู้ว่าการ ธปท. ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปีนี้เป็น 1.9% (จากเดิม 1.5-1.7%) หลังเศรษฐกิจไตรมาส 4/68 โตเกินคาด ด้านรัฐมนตรีคลังชี้ว่าเศรษฐกิจพ้นวิกฤตแล้วแต่ยังต้องแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนและสังคมสูงวัยอย่างเร่งด่วน รัฐบาลมีแผนผลักดันกฎหมายพิเศษ (Omnibus law) เพื่อลดอุปสรรคและเร่งรัดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน
• ประชุม กนง. นัดแรก: การประชุม กนง. ครั้งแรกของปี 2569 จะมีกรรมการเพียง 6 คน (ลาออก 1 คน) ปัจจุบัน อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.25% ลุ้นการพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 1.00% เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะเดียกวันก็เป็นไปได้ที่จะมีมติคงไว้ดังเดิมที่ 1.25% เพื่อรอประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจหลังมีรัฐบาลชุดใหม่
• ธปท. ได้ปรับเปลี่ยนบทบาท มาใช้ "มาตรการเฉพาะจุด" (Targeted Measures) เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศที่ดอกเบี้ยนโยบายไม่สามารถแก้ได้โดยตรง.... เตรียมรื้อโครงสร้างค่าธรรมเนียมธนาคารประมาณ 10-15 รายการ ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและเป็นมาตรฐานเดียวกัน คาดว่าจะมีความชัดเจนภายใน 2 เดือน ครอบคลุม ค่าธรรมเนียมธุรกรรมพื้นฐาน (เช่น การโอนหรือถอนเงินข้ามเขต, ค่าขอ Statement, ค่าบัตร ATM) และ ค่าธรรมเนียมสินเชื่อ SME (เช่น ค่าธรรมเนียมชำระคืนก่อนกำหนด, ค่าธรรมเนียมแรกเข้าในการขอสินเชื่อ) เพื่อลดภาระความไม่เป็นธรรมต่อประชาชนและผู้ประกอบการ .... ข่าวนี้ ลบต่อหุ้นกลุ่มธนาคารในส่วนของรายได้อื่นๆ
• กำไรตลาด: ภาพรวมตลาดเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการประกาศผลประกอบการ เราประเมินกำไรตลาดไตรมาส 4/68 ไว้ที่ระดับ 2.2 แสนล้านบาท (+34% YoY, -15% QoQ) .... สำหรับตลาดในช่วงนี้ เป็นช่วงเข้าสู่ฤดูกาลขึ้นเครื่องหมาย "XD" โดยหลายบริษัทประกาศจ่ายสูงกว่าปีก่อนและมีปันผลพิเศษ
• Fund Flow ไหลเข้า: นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิ 2,169 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิ 7,326 ล้านบาท
• ค่าเงินบาท: ปิดตลาดเย็นนี้ที่ระดับ 31.03 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากช่วงเช้าที่เปิดระดับ 31.00 บาท/ดอลลาร์ (ระหว่างวันเคลื่อนไหวในกรอบ 30.97 - 31.13 บาท/ดอลลาร์) ปัจจัยที่ทำให้เงินบาทอ่อนค่ามาจากราคาทองคำในตลาดโลกที่ร่วงลงมา
ปัจจัยต่างประเทศ:
• การแถลงนโยบายประจำปีของ โดนัลด์ ทรัมป์ (State of the Union): มีกำหนดแถลงนโยบายประจำปีต่อสภาคองเกรสในวันที่ 24 ก.พ. เวลา 21.00 น. ตามเวลาสหรัฐฯ หรือตรงกับวันที่ 25 ก.พ. เวลา 09.00 น. ตามเวลาไทย ซึ่งถือเป็นการแถลงครั้งแรกนับตั้งแต่สาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 โดยมีประเด็นสำคัญที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและทั่วโลกกำลังจับตา คาดว่าทรัมป์จะเน้นย้ำถึงความสำเร็จและความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ พร้อมกับเปิดเผยมาตรการใหม่ๆ เพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชน
• ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ (อิหร่าน) : ความเสี่ยงเรื่องข้อตกลงนิวเคลียร์และท่าทีที่แข็งกร้าวของประธานาธิบดีทรัมป์ต่ออิหร่าน ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นและยืนในระดับสูงกว่า $70 ต่อบาร์เรลต่อเนื่อง ราคาทองคำยังยืนเหนือ 5,000 เหรียญ รอติดตามการเจรจารอบที่ 3 (26 ก.พ.) ที่นครเจนีวาท่ามกลางความกังวลเรื่องการปะทะทางทหาร ขณะที่หลายประเทศ เช่น อินเดียสั่งห้ามเดินเดินเรือไปอิหร่านชั่วคราว หลังเกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ทหารตกในอิสฟาฮาน.
• การเจรจาสันติภาพรัสเซีย-ยูเครน: การโจมตียูเครนของรัสเซียก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 นขณะที่การเจรจาสันติภาพที่นำโดยสหรัฐฯ ยังคงติดขัด ปูตินไม่มีท่าทีจะยอมลดละข้อเรียกร้องหลักทั้งเรื่องดินแดนในดอนบาสและการควบคุมโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริซเซีย ความล่าช้าของการเจรจาสร้างความกังวลให้พันธมิตรยุโรปว่ารัสเซียอาจใช้ช่วงเวลาหยุดยิงเพื่อสะสมกำลังทำสงครามไฮบริดต่อ
• ผลประกอบการ Nvidia: Nvidia Nvidia มีกำหนดรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ในวันที่ 25 ก.พ. 69 ช่วงหลังตลาดปิด นักลงทุนรอรับฟังข้อมูลสำคัญที่จะชี้วัดทิศทางหุ้นเทคโนโลยีโลกในอนาคต ขณะที่กระแส The AI Scare Trade สร้างแรงเทขายมากในกลุ่มเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ก่อนหน้านี้ การรายงานงบคืนนี้ จึงเป็นที่น่าจับตา
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• TH - BoT Benchmark Interest Rate; (คาดการณ์: 1.19%, ครั้งก่อน: 1.25%)
• EC – CPI YoY; (คาดการณ์: 1.70%, ครั้งก่อน: 1.70%)
• EC - CPI Core YoY; (คาดการณ์: 2.20%, ครั้งก่อน: 2.20%)
Strategy
• เรายังมองว่า ตลาดยังคงรอดู 2 ตัวแปรสำคัญ ในต่างประเทศ คือสหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านหรือไม่ และมาตรการภาษีของทรัมป์จะส่งผลรุนแรงขึ้นหรือไม่ ขณะที่การเมืองมีความกังวลจากประเด็นความผิดปกติของบัตรเลือกตั้ง แต่ด้วยการขายหุ้น Tech & AI & Software ในตลาดต่างเทศ จึงทำให้บางวันมีเงินหลบภับเข้ามายังตลาดเอเซีย ซึ่ง ไทย เป็นหนึ่งในเป้าหมายของนักลงทุนในรอบนี้
• กลยุทธ์ลงทุน จากตลาดที่ยังมีแรงหนุนจากนักลงทุนต่างประเทศ ทำให้วันนี้เหมาะกับการ “ถือ” เพื่อรอขาย หรือจะเลือกเข้าซื้อหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว(จากข่าวผลประกอบการและเงินปันผล) หรือหุ้นขนาดใหญ่ ที่เป็นเป้าหมายของ Flow
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ ADVANC*, BDMS* กลับเข้ามาในพอร์ตอีกครั้ง หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย ADVANC*(10%), BDMS*(10%), KKP(10%), PTTEP(10%), CPN(10%), KTB(10%), SIRI(10%), TRUE*(10%)
Technical : M, BA
News Flash:
( - ) Bank (Overweight) ธปท.จ่อปฏิรูปค่าธรรมเนียมธนาคาร 15 รายการ
( 0 ) Tourism (Overweight) นักท่องเที่ยวล่าสุด -0.3% WoW จากเกาหลีและอินเดีย
( 0 ) Automotive (Neutral) ยอดผลิตรถยนต์ ม.ค.26 ฟื้นดีจากฐานต่ำ และผลิต BEV เพิ่มขึ้น
Results Review:
( + ) ERW (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 3.80 บาท) กำไรปกติ 4Q25 ดีกว่าคาด จาก GPM ที่ดีกว่าคาด
( + ) CENTEL (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 42.00 บาท) กำไรปกติ 4Q25 ดีกว่าคาดจาก GPM ธุรกิจอาหารดีกว่าคาด
( + ) AAV (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 1.50 บาท) กำไร 4Q25 ดีกว่าคาด จากผู้โดยสารที่กลับมาเติบโตดี
( 0 ) SPALI (ซื้อ/เป้า 20.00 บาท) กำไร 4Q25 ใกล้เคียงคาด เป็นระดับสูงสุดของปี
( 0 ) QH (ถือ/เป้า 1.50 บาท) กำไร 4Q25 ตามคาด ดีขึ้น YoY/QoQ, อนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืน
( 0 ) TTW (ถือ/เป้า 10.00 บาท) 4Q25 ดีกว่าคาด จาก CKP มีกำไร Fx ขณะที่ธุรกิจหลักใกล้เคียงคาด