logo
search
flag-th
share-icon

MORNING BELL 8 MAY 26

SET Outlook
ประเมินดัชนีฯ จะกลับมาแกว่งกรอบแคบอีกครั้ง ก่อนเข้าวันหยุด และรอดูความคืบหน้าในการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ขณะที่ปัจจัยในประเทศ จะเป็นการทยอยการรายงานผลประกอบการ 1Q-26 ของบริษัทในตลาด ที่จะสิ้นสุดลงสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ หากช่องแคบฮอร์มุซสามารถกลับมาเปิดได้จริง จะเป็นปัจจัยบวกปลดล็อกความกังวลด้านเงินเฟ้อและเป็นแรงหนุนต่อตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทย
ปัจจัยในประเทศ
• Fund Flow และตลาดเงิน: เงินบาทปิดตลาดแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 32.14 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่ภาพรวม Fund Flow วานนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้น (SET+MAI) 2,706.42 ล้านบาท แต่มีกระแสเงินทุนไหลเข้า (Net Inflow) ในตลาดตราสารหนี้สูงถึง 7,391 ล้านบาท
• มาตรการเศรษฐกิจรัฐบาล: ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การที่รัฐบาลจะออก พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินกรอบวงเงิน 400,000 ล้านบาท จะช่วยผลักดันให้อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ (GDP) ปี 69 เพิ่มขึ้นมาที่ 2.1% จากเดิมคาดไว้ 1.5% สำหรับมาตรการกระตุ้นและบรรเทาเยียวยา มีผลต่อเงินเฟ้อทั้งปีไม่มาก คาดว่าในไตรมาส 3 จะดีดขึ้นบ้างในบางเดือนถึง 4-5%
• คำเตือนตลาดตราสารหนี้: Barclays ประเมินว่าพันธบัตรระยะยาวของไทยอาจเผชิญแรงกดดันจากความกังวลด้านอุปทานและฐานะการคลัง (Fiscal Risks) หลังจากรัฐบาลมีแผนก่อหนี้เพิ่มเพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลาง
• กำไรตลาดหุ้นไทย (1Q-26) โค้งสุดท้าย: ภาพรวมการรายงานผลประกอบการจนถึงปัจจุบันพบว่า กำไรของบริษัทจดทะเบียน (Earnings Surprise) สูงกว่าคาด 10.6% และยอดขาย (Sales Surprise) สูงกว่าคาด 1.6% เราประเมินเบื้องต้นว่ากำไรงวด 1Q-26 ของบริษัทใน SET จะออกมาราว 2.8 แสนล้านบาท (+3% YoY) หนุนจาก Stock Gain กลุ่มพลังงาน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรระวังคือแนวโน้มกำไรงวด 2Q และ 3Q ที่อาจถูกกระทบจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่สูงขึ้น
• ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา: นายกรัฐมนตรีของไทยและกัมพูชาได้ร่วมเจรจาแบบ 3 ฝ่าย (โดยมีฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพ) และตกลงมอบหมายให้รัฐมนตรีต่างประเทศของทั้งสองฝ่ายเดินหน้าหารือเพื่อจัดทำมาตรการสร้างความเชื่อมั่น ฟื้นฟูความสัมพันธ์ และลดความตึงเครียดบริเวณชายแดนที่ปะทุขึ้นเมื่อปีที่แล้ว
• Virtual Bank: ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่าจะมีผู้เล่น Virtual Bank สามารถพร้อมเปิดดำเนินการได้จริง 2 แห่งภายในสิ้นปีนี้ จากผู้ได้รับใบอนุญาตทั้งหมด 3 ราย
ปัจจัยต่างประเทศ:
• สถานการณ์ตะวันออกกลาง: มีความกังวลกลับมาอีกครั้ง สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน หลังมีรายงานว่าเรือรบหรือกองกำลังสหรัฐฯ ถูกโจมตี โดยฝ่ายสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นการป้องกันตนเอง อย่างไรก็ตาม ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงเพียงเล็กน้อย ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent ปิดตลาดไปที่ $103 เป็นสัญญาณว่า ตลาดไม่ได้ตกใจมากนัก
• ฝั่งอิหร่านและสื่อที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านรายงานสวนทางกัน โดย Military.com และ Iran PressTV อ้างว่า กองกำลังสหรัฐฯ หรือเรือพิฆาตสหรัฐฯ ต้องถอยออกจากช่องแคบ Hormuz หลังถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนครั้งใหญ่จาก IRGC Navy ทำให้ภาพข่าวยังมีความขัดแย้งสูงระหว่าง narrative ของสหรัฐฯ และอิหร่าน
• ทิศทางตลาดการเงินโลก: หุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ (Record High) อย่างต่อเนื่อง ตอบรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของกลุ่มเทคโนโลยี (เช่น Datadog) และแนวโน้มสันติภาพ
• ราคาน้ำมันดิบ: สัญญาน้ำมันดิบ Brent ร่วงลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ $98-$99 ต่อบาร์เรล (ลดลงกว่า 2%) สะท้อนความหวังในการยุติสงคราม ขณะที่ตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ (EIA) ปรับตัวลดลง 2.3 ล้านบาร์เรล ซึ่งน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 3.4 ล้านบาร์เรล
• ตลาดตราสารหนี้สหรัฐฯ: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี แตะระดับ 5% ชั่วขณะ ก่อนทรงตัวอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบสองทศวรรษ โดยได้รับแรงหนุนจากความกลัวปัญหาเงินเฟ้อเรื้อรังจากวิกฤตพลังงาน และความกังวลด้านหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ
• ธนาคารกลางจีนหรือ PBOC เพิ่มการถือครองทองคำมากที่สุดตั้งแต่ปี 2024 ท่ามกลางแรงกดดันต่อราคาทองคำ สะท้อนแนวโน้มการกระจายทุนสำรองออกจากเงินดอลลาร์ และการสะสมสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงที่โลกเผชิญความเสี่ยง geopolitical, tariff และ sanctions....  ข่าวนี้ เป็นบวกต่อราคาทองคำ
• ศาลการค้าสหรัฐฯ ระบุว่า latest 10% tariffs ของ Trump ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นข่าวสำคัญต่อ trade policy risk เพราะอาจจำกัดอำนาจฝ่ายบริหารในการใช้ tariff เป็นเครื่องมือเชิงนโยบาย และอาจเปลี่ยนสมการการเจรจากับ EU/China
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• 8 พ.ค.: สหรัฐฯ ประกาศการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) และอัตราว่างงาน (คาดการณ์ 4.33%)
• 12 พ.ค.: สหรัฐฯ ประกาศดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)
• 13 พ.ค.: ไทยประกาศดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence) และ GDP ของสหภาพยุโรป (EC)
Strategy
• นักลงทุนส่วนใหญ่ กำลังปรับพอร์ตเพื่อรับกับสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่กำลังจะจบลง แม้จะมีข่าวเชิงลบเข้ามาวันนี้บ้าง โดยกลุ่มที่คาดจะถูกขายออก จะเป็นหุ้นที่เคยได้ประโยชน์จากสงคราม (น้ำมัน-ปิโตรเคมี) และทยอยซื้อหุ้นที่ราคาลงมาลึกๆ จากสงคราม อาทิ ท่องเที่ยว ค้าปลีก เป็นต้น
• กลยุทธ์ เก็งกำไรช่วงสั้น รอดูผลเจรจาหยุดยิง เน้นหุ้น Domestic Play ที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นของรัฐ
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เราคงหุ้นเดิมไว้ หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย CPF*(10%), CPN(10%), AOT(20%), TRUE*(10%), GUNKUL*(10%), KTB(10%), SCB(10%), ADVANC*(10%)
Technical :  TURBO, UNIX
 
News Comment:
( 0 ) Pet Food (Neutral), TU (ซื้อ/เป้า 12.80 บาท) ศาลการค้าสหรัฐฯ พิพากษา “กำแพงภาษี 10%” ผิดกฎหมาย แต่ผลคุ้มครองยังจำกัดเฉพาะ 2 บริษัทที่ยื่นฟ้อง
 
News Flash:
( - ) Tourism (Neutral) ชาวสิงคโปร์ 2 คนที่อยู่บนเรือสำราญที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัสฮันตา
 
Results Review:
( + ) GPSC (ซื้อ/เป้า 44.50) กำไร 1Q26 สูงกว่าตลาดคาด ได้แรงหนุนจาก SPP margin ที่ฟื้นตัว
( - ) OR (ซื้อ/ปรับเป้าลงเป็น 15.00 บาท) กำไรสุทธิ 1Q26 ต่ำกว่าคาด; คาด GP/litre ฟื้นตัวใน 2Q26E
 
Company Update:
( + ) CK (ซื้อ/เป้า 23.00 บาท) 1Q26E โต YoY แต่ชะลอ QoQ จากฤดูกาล CKP ขณะที่รายได้ก่อสร้างเร่งตัวสูง
( 0 ) STECON (ถือ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 13.50 บาท) 1Q26E ชะลอ QoQ จาก 4Q25 ที่มีการเร่งงานและส่งมอบบางโครงการ

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์