SET Outlook
ทิศทาง SET Index สัปดาห์นี้ มีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวน (Sideways ถึง Sideways Down) จากระดับปิดล่าสุดที่ 1542.34 จุด โดยตลาดจะเผชิญแรงเสียดทานจากปัจจัยเฉพาะตัวของหุ้นขนาดใหญ่และปัจจัยภายนอก แต่จะมีแรงพยุงจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาพักฐานในสินทรัพย์ปลอดภัยของภูมิภาค ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวดัชนีฯ สัปดาห์นี้ไว้ที่ 1530-1560 จุด
ปัจจัยในประเทศ
• รัฐบาลผลักดันกฎหมาย ASEAN CHIPS ACT: ไทยเสนอตั้งกรอบความร่วมมืออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับอาเซียน เพื่อดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีและผลักดันไทยสู่การเป็นฮับเซมิคอนดักเตอร์ของภูมิภาค
• คลังตั้ง "กุลิศ สมบัติศิริ" นั่งประธานกลั่นกรองเงินกู้วิกฤตพลังงาน: มีหน้าที่พิจารณาโครงการภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงินฯ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตพลังงาน ลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล และสนับสนุนระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
• บอร์ดแลนด์บริดจ์สั่งทบทวนโครงการ: มีคำสั่งให้ทบทวนความคุ้มค่าเชิงพาณิชย์และผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมของโครงการแลนด์บริดจ์ โดยเตรียมสรุปผลภายในเดือนสิงหาคมนี้ก่อนนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรี
• จับตาบทสรุปคดีฮั้ว สว. ยืดเยื้อ 2 ปี: กกต. กำลังพิจารณาคดีการฮั้วเลือกตั้ง สว. ที่มีเครือข่ายนักการเมืองและรัฐมนตรีเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยคาดว่าจะมีบทสรุปในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. 2569
• หุ้นประคองตลาด: หุ้นกลุ่ม Domestic และ Defensive อย่าง PTT*, AOT, BDMS* และ KBANK เป็นแกนหลักในการช่วยพยุงดัชนี (Impact Gain)
• การปรับน้ำหนักดัชนี: วันที่ 30 มิ.ย. นี้ อาจมีการ Rebalance เพื่อปรับน้ำหนักหุ้น DELTA ใน SET50/SET100 ซึ่งจะสร้างความผันผวนต่อดัชนี SET อย่างมาก
• นโยบายการเปลี่ยนผ่านพลังงานของไทย (Energy Transition): กระทรวงการคลังเตรียมเดินหน้า 3 แผนงานภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงินพลังงาน (ลดฟอสซิล, หนุน EV, พัฒนาทักษะ) ประกอบกับแผน PDP 2026 ที่บรรจุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) เข้าไป และตั้งเป้าพลังงานสะอาดไม่ต่ำกว่า 60% จะเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาดในระยะยาว
• รัฐบาลเตรียมชี้แจงงบประมาณปี 2570: วงเงิน 3.79 ล้านล้านบาท โดยเน้น 3 ด้านหลัก ได้แก่ ความมั่นคงประเทศ การยกระดับขีดความสามารถแข่งขัน (AI, ดิจิทัล, พลังงานสะอาด) และการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน
• รัฐบาลเดินหน้าเจรจา FTA ไทย–EAEU: เพื่อเปิดตลาดใหม่ในกลุ่มยูเรเซียที่มีประชากรกว่า 180 ล้านคน ลดการพึ่งพาตลาดส่งออกเดิมและกระจายความเสี่ยงจากสงครามการค้าโลก โดยส่งผลบวกต่อกลุ่มอาหาร กลุ่มเกษตรแปรรูป กลุ่มปิโตรเคมี และกลุ่มท่องเที่ยว
Fund Flow และตลาดการเงิน:
• ตลาดหุ้น (SET+MAI): มูลค่าการซื้อขายรวมประมาณ 66,952 ล้านบาท และนักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิ 1,317.80 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นซื้อสุทธิใน SET 1,347.18 ล้านบาท และขายสุทธิใน MAI 29.39 ล้านบาท
• ตลาดตราสารหนี้: ต่างชาติซื้อสุทธิ 8,784 - 8,785 ล้านบาท
• ค่าเงินบาท: ปิดแข็งค่าที่ 33.38 บาท/ดอลลาร์ ได้รับแรงหนุนจากเม็ดเงินลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้าสู่ตลาดพันธบัตรไทย
ปัจจัยต่างประเทศ:
• สหรัฐฯ และอิหร่านได้ตกลงที่จะหยุดโจมตี : กองทัพสหรัฐฯ โจมตีสถานที่เก็บขีปนาวุธและสถานีเรดาร์ของอิหร่าน และกองทัพอิหร่านกล่าวว่าตนได้เปิดฉากโจมตีเป้าหมายของสหรัฐฯ ในบาห์เรนและคูเวตเมื่อช่วงเช้าตรู่วันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม เช้าวันนี้ มีข่าวว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ และอิหร่านได้ตกลงที่จะหยุดโจมตีซึ่งกันและกัน โดยทั้งสองฝ่ายมีแผนที่จะพบหารือกันในวันอังคารนี้ที่เมืองหลวงของกาตาร์ เพื่อหาข้อยุติกรณีพิพาทเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ
• อิสราเอลลงนามถอนทหารจากเลบานอน: อิสราเอลและเลบานอนบรรลุข้อตกลงยุติการสู้รบ โดยกำหนดให้อิสราเอลถอนกำลังทหารออก และให้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ปลดอาวุธ
• ราคาน้ำมันเริ่มชะลอการขึ้น : ตลาดคลายความกังวลเรื่องปัญหาอุปทานตึงตัว หลังจากพบว่ามีเรือบรรทุกน้ำมันสามารถสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้เพิ่มมากขึ้น
• ความผันผวนของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (Tech & Semiconductors): สหรัฐฯ ขยายคำสั่งห้ามนำเข้าอุปกรณ์เทคโนโลยีรุ่นเก่าจากจีน ซึ่งจะมีผลต้นเดือน ก.ค. และมีประเด็นเรื่องทรัมป์ขู่เรียกเก็บภาษีนำเข้า 100% กับทุกประเทศที่จัดเก็บ Digital Services Tax (DST) จากบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ
• OpenAI เปิดตัวชิป AI รุ่นใหม่ "Jalapeño": เป็นชิปที่ AI มีส่วนร่วมในการออกแบบ ช่วยลดต้นทุนการประมวลผลลงได้ถึง 50% ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยปูทางไปสู่การทำกำไรและการทำ IPO เข้าตลาดหุ้นในอนาคต
• ดาวโจนส์ปิดลบ 44.51 จุด: ตลาดหุ้นนิวยอร์กถูกกดดันจากการเทขายทำกำไรในกลุ่มหุ้นชิปประมวลผล AI
• ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าต่อเนื่อง: เกิดขึ้นหลังจากที่นักลงทุนในตลาดลดการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
• ญี่ปุ่นประกาศแผนลงทุน 370 ล้านล้านเยน: รัฐมนตรีญี่ปุ่นเตรียมแผนลงทุนระยะยาวมูลค่ามหาศาลควบคู่ไปกับการปฏิรูประบบงบประมาณครั้งใหญ่ของประเทศ
• ประเทศเกาหลีใต้เตรียมเปิดเผยยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญในวันจันทร์นี้ (29 มิ.ย. 2026) เพื่อผลักดันประเทศให้ก้าวกระโดดไปข้างหน้าครั้งใหญ่ โดยมีบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung Electronics และ SK Group เตรียมประกาศแผนการลงทุนขนาดมหึมา ควบคู่ไปกับแผนนโยบายริเริ่มใหม่ๆ ของรัฐบาล
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event :
วันที่ 29 มิ.ย. 2569
• [TH] วันครบอายุ Equity Index Futures
• [TH] Car Sales (May) | Prior = 48,394
วันที่ 30 มิ.ย. 2569
• [TH] อาจมีการ rebalace เพื่อปรับน้ำหนักหุ้น DELTA ใน SET50/SET100
• [TH] Mfg Production Index ISIC NSA YoY (May) | Prior = -0.0036
• [CH] Manufacturing PMI (Jun) | Surv = 50.05 | Prior = 50
• [CH] Non-manufacturing PMI (Jun) | Surv = 50.01 | Prior = 50.1
• [US] JOLTS Job Openings Rate (May) | Prior = 0.046
Strategy
• วิเคราะห์เชิงกลยุทธ์สำหรับกลุ่มลูกค้า: จาก Fund Flow ที่ยังไหลเข้า แต่ดัชนีเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยต่างประเทศและหุ้น DELTA กลยุทธ์ของเราในสัปดาห์นี้ควรเน้น "ตั้งรับและเลือกลงทุนรายตัว (Selective Buy) ในกลุ่มที่ปลอดภัยและมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว"
• กระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow): ถือเป็นปัจจัยบวกหลักของสัปดาห์ เงินบาทที่แข็งค่าทะลุ 33.38 บาท/ดอลลาร์ และเม็ดเงินที่ไหลเข้าตลาดพันธบัตรกว่า 8.7 พันล้านบาท สะท้อนว่าต่างชาติกำลังหาแหล่งพักเงิน (Safe Haven) ในภูมิภาค ซึ่งเป็นผลดีต่อการประคองดัชนีผ่านหุ้นกลุ่มธนาคาร ท่องเที่ยว และค้าปลีก
• นโยบายภาครัฐ (Government Catalysts): ความชัดเจนของการตั้งประธานกลั่นกรองเงินกู้พลังงาน และแผน PDP 2026 ที่ผลักดัน SMR และพลังงานสะอาดไม่ต่ำกว่า 60% จะเป็นแรงส่งเชิงบวกระยะยาวต่อหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าและนิคมอุตสาหกรรม
• พอร์ตหุ้นแนะนำ: เรานำ PTT*, KBANK เข้ามาในพอร์ต หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย PTT* (10%), KBANK (10%), AOT (10%), GULF* (10%), KTB (10%), HMPRO (10%), BDMS* (10%), WHA* (10%), CPN (10%)
Technical : IRPC, TOP
News Comment:
( 0 ) Energy (Neutral) US-อิหร่านกลับมาโจมตีกันช่วงสุดสัปดาห์; ปัจจุบันหยุดยิงก่อนการเจรจาวันพรุ่งนี้
Company Update:
( + ) AOT (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 70.00 บาท) FY27E เติบโตดีจาก PSC อัตราใหม่ แนวโน้มผู้โดยสาร Inter ยังดีกว่าคาด